NSL Foods จากแซนวิชพันล้านในเซเว่น สู่ธุรกิจ "ข้าวแท่ง" บุกตลาดเรดดี้ทูอิท 3 หมื่นลบ.
"เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์" (NSL Foods) แจ้งเกิดจากการรับจ้างผลิตแซนวิชอบร้อนขึ้นชื่อให้แก่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) สร้างเม็ดเงินให้บริษัทปีละไม่ต่ำกว่า 'พันล้านบาท' โดยเมื่อเดือนพฤกษาคม ปี 2564 เพิ่งนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่านเป้าหมายการขยายกิจการกว้างขึ้น สร้างการเติบโตให้แก่บริษัทระยะยาว
ชู "ข้าวแท่ง" ตีตลาดเรดดี้ทูอีท 3 หมื่นล้าน
"สมชาย อัศวปิยานนท์" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL Foods เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา NSL Foods คร่ำหวอดอยู่ในวงการเบเกอรี่และขนม จึงเห็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ใหม่ "ข้าวแท่ง" เป็นอาหารรองท้อง ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมการรับประทานข้าวด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว โดยมี 18 เมนู แบ่งเป็นอาหารคาว 9 เมนู และอาหารหวาน 9 เมนู อาทิ ข้าวกะเพราไก่คลุก ข้าวเหนียวหมูย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวซุปครีมข้าวโพด
NSL Foods วางกลยุทธ์ราคาข้าวแท่งไว้ที่ 29 บาท เนื่องจาก ราคารวมทั้งส่วนอาหารคาวและอาหารหวานของข้าวแท่งจะอยู่ที่ 60 บาท ค่อนข้างคุ้มค่าเทื่อเทียบกับราคาอาหารจานเดียวในปัจจุบัน
ส่วนโพซิชั่นการตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวแท่งเป็นอาหารรองท้อง เจาะตลาดเรดดี้ทูอีท (Ready to Eat) มูลค่ารวม 20,000-30,000 ล้านบาท ที่อัตราการรับประทานมากกว่า 1 ล้านกล่อง/วัน ถือเป็นตลาดใหญ่และมีการขยายตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เร่งรีบ
"สำหรับสินค้าข้าวแท่งใช้งบลงทุนราว 70-80 ล้านบาท ในรูปแบบสินค้าเฟสแรกยังเป็นแท่งแบบยาว และขณะนี้กำลังพัฒนาข้าวแท่งเป็นรูปแบบอื่นที่สามารถใช้กับเครื่องอบแซนวิชได้ โดยใช้เวลาไม่นาน ซึ่งปัจจุบันเราได้ขยายไลน์การผลิตโรงงาน ทำให้มีกำลังการผลิตอาหารพร้อมทานได้ถึงแบบเต็มที่ถึง 1.5 แสนตัน/วัน"
ทั้งนี้ NSL Foods ตั้งเป้าว่าในปี 2566 จะทำรายได้ในส่วนข้าวแท่งได้ 50-60 ล้านบาท และมีการเติบโตในทุกปี รวมถึงขณะนี้ได้หารือกับกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ เพื่ออนาคตจะนำข้าวแท่งไปวางขาย
ดันอาหารไทยซอฟต์พาวเวอร์บุกต่างประเทศ
นอกจากนี้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ครอบคลุม NSL Foods จึงทำการตลาดช่องทางขายข้าวแท่ง 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
1.ร้านสาขาต้นแบบ (Flagship store) แห่งแรกภายใต้ชื่อ Rice Bar by NSL สยามสแควร์วัน เพื่อสะท้อนและสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยในอนาคตจะขยายไปยังสาขาอื่น ๆ อาทิ สถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย รวมถึงการจำหน่ายแบบตู้กดินค้าอัตโนมัติ (Vending machine) ในชุมชนต่าง ๆ ด้วย
2.โมเดลแฟรนไชส์ เห็นความชัดเจนในปีหน้า
นอกจากนี้ NSL Foods ยังเตรียมส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านอาหารไปต่างประเทศ ซึ่งสินค้าข้าวแท่งเป็นหนึ่งในตัวหลัก ขณะเดียวกันจะพัฒนาอาหารไทยรูปแบบบรรจุถุงสามารถขนส่งในอุณหภูมิปกติได้ อาทิ แกงมัสมั่น รวมถึงการพัฒนาอาหารท้องถิ่นของประเทศที่จะไปทำตลาดด้วย โดยมองทั้งกลุ่มประเทศเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งมีความสนใจในสินค้าของ NSL Foods
บาลานซ์พอร์ตฯ กระจายความเสี่ยง
สำหรับ NSL Foods ปัจจุบันรายได้ 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2565 อยู่ที่ราว 3,200 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
1.รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) กลุ่มแซนวิช เอแคลร์ ภายใต้แบรนด์อีซี่เทสต์ อีซี่สวีท และเซเว่น เฟรช ให้แก่เซเว่น อีเลฟเว่น คิดเป็น 85%
2.รายได้จากการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ในกลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว ได้แก่ บัตเตอร์ฟิน ชิลี เนเชอรัล ไบท์ และปังไท คิดเป็น 15%
โดยยุทธศาสตร์ของ NSL Foods คือต้องการบาลานซ์พอร์ต กระจายความเสี่ยงธุรกิจ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2565 โครงสร้างรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต OEM ให้แก่เซเว่น จะเหลือ 70% ส่วนธุรกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าในแบรนด์ของตนเองจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30%
"สำหรับปี 2565 วางเป้าการทำรายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท จากปิดปี 2564 มีรายได้ 3,000 ล้านบาท"