โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NSL Foods จากแซนวิชพันล้านในเซเว่น สู่ธุรกิจ "ข้าวแท่ง" บุกตลาดเรดดี้ทูอิท 3 หมื่นลบ.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ธ.ค. 2565 เวลา 01.50 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2565 เวลา 01.47 น.

"เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์" (NSL Foods) แจ้งเกิดจากการรับจ้างผลิตแซนวิชอบร้อนขึ้นชื่อให้แก่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) สร้างเม็ดเงินให้บริษัทปีละไม่ต่ำกว่า 'พันล้านบาท' โดยเมื่อเดือนพฤกษาคม ปี 2564 เพิ่งนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่านเป้าหมายการขยายกิจการกว้างขึ้น สร้างการเติบโตให้แก่บริษัทระยะยาว

ชู "ข้าวแท่ง" ตีตลาดเรดดี้ทูอีท 3 หมื่นล้าน

"สมชาย อัศวปิยานนท์" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL Foods เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา NSL Foods คร่ำหวอดอยู่ในวงการเบเกอรี่และขนม จึงเห็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ใหม่ "ข้าวแท่ง" เป็นอาหารรองท้อง ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมการรับประทานข้าวด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว โดยมี 18 เมนู แบ่งเป็นอาหารคาว 9 เมนู และอาหารหวาน 9 เมนู อาทิ ข้าวกะเพราไก่คลุก ข้าวเหนียวหมูย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวซุปครีมข้าวโพด

NSL Foods วางกลยุทธ์ราคาข้าวแท่งไว้ที่ 29 บาท เนื่องจาก ราคารวมทั้งส่วนอาหารคาวและอาหารหวานของข้าวแท่งจะอยู่ที่ 60 บาท ค่อนข้างคุ้มค่าเทื่อเทียบกับราคาอาหารจานเดียวในปัจจุบัน

ส่วนโพซิชั่นการตลาดผลิตภัณฑ์ข้าวแท่งเป็นอาหารรองท้อง เจาะตลาดเรดดี้ทูอีท (Ready to Eat) มูลค่ารวม 20,000-30,000 ล้านบาท ที่อัตราการรับประทานมากกว่า 1 ล้านกล่อง/วัน ถือเป็นตลาดใหญ่และมีการขยายตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เร่งรีบ

"สำหรับสินค้าข้าวแท่งใช้งบลงทุนราว 70-80 ล้านบาท ในรูปแบบสินค้าเฟสแรกยังเป็นแท่งแบบยาว และขณะนี้กำลังพัฒนาข้าวแท่งเป็นรูปแบบอื่นที่สามารถใช้กับเครื่องอบแซนวิชได้ โดยใช้เวลาไม่นาน ซึ่งปัจจุบันเราได้ขยายไลน์การผลิตโรงงาน ทำให้มีกำลังการผลิตอาหารพร้อมทานได้ถึงแบบเต็มที่ถึง 1.5 แสนตัน/วัน"

ทั้งนี้ NSL Foods ตั้งเป้าว่าในปี 2566 จะทำรายได้ในส่วนข้าวแท่งได้ 50-60 ล้านบาท และมีการเติบโตในทุกปี รวมถึงขณะนี้ได้หารือกับกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ เพื่ออนาคตจะนำข้าวแท่งไปวางขาย

ดันอาหารไทยซอฟต์พาวเวอร์บุกต่างประเทศ

นอกจากนี้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ครอบคลุม NSL Foods จึงทำการตลาดช่องทางขายข้าวแท่ง 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

1.ร้านสาขาต้นแบบ (Flagship store) แห่งแรกภายใต้ชื่อ Rice Bar by NSL สยามสแควร์วัน เพื่อสะท้อนและสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยในอนาคตจะขยายไปยังสาขาอื่น ๆ อาทิ สถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย รวมถึงการจำหน่ายแบบตู้กดินค้าอัตโนมัติ (Vending machine) ในชุมชนต่าง ๆ ด้วย

2.โมเดลแฟรนไชส์ เห็นความชัดเจนในปีหน้า

นอกจากนี้ NSL Foods ยังเตรียมส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านอาหารไปต่างประเทศ ซึ่งสินค้าข้าวแท่งเป็นหนึ่งในตัวหลัก ขณะเดียวกันจะพัฒนาอาหารไทยรูปแบบบรรจุถุงสามารถขนส่งในอุณหภูมิปกติได้ อาทิ แกงมัสมั่น รวมถึงการพัฒนาอาหารท้องถิ่นของประเทศที่จะไปทำตลาดด้วย โดยมองทั้งกลุ่มประเทศเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งมีความสนใจในสินค้าของ NSL Foods

บาลานซ์พอร์ตฯ กระจายความเสี่ยง

สำหรับ NSL Foods ปัจจุบันรายได้ 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2565 อยู่ที่ราว 3,200 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

1.รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) กลุ่มแซนวิช เอแคลร์ ภายใต้แบรนด์อีซี่เทสต์ อีซี่สวีท และเซเว่น เฟรช ให้แก่เซเว่น อีเลฟเว่น คิดเป็น 85%

2.รายได้จากการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ในกลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว ได้แก่ บัตเตอร์ฟิน ชิลี เนเชอรัล ไบท์ และปังไท คิดเป็น 15%

โดยยุทธศาสตร์ของ NSL Foods คือต้องการบาลานซ์พอร์ต กระจายความเสี่ยงธุรกิจ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2565 โครงสร้างรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต OEM ให้แก่เซเว่น จะเหลือ 70% ส่วนธุรกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าในแบรนด์ของตนเองจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30%

"สำหรับปี 2565 วางเป้าการทำรายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท จากปิดปี 2564 มีรายได้ 3,000 ล้านบาท"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...