โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ธุรกิจแลกเงิน” เฮ! แบงก์ชาติผ่อนเกณฑ์ขยายสาขา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2565 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2565 เวลา 07.51 น.

ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์ “ธุรกิจแลกเงิน” ยื่นขอใบอนุญาต 1 ใบใช้ได้ครอบคลุมทุกสถานประกอบการ “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” ชี้ช่วยลดภาระ หนุนธุรกิจมีความคล่องตัว หลังจากช่วงโควิด ปิดสาขาไปเกินครึ่งเหลือแค่ 17 แห่ง พร้อมถกแบงก์ชาติขอขยับเพดานธุรกรรมจาก 8 แสนบาทต่อวัน เป็น 6-7 ล้านบาทต่อวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (money changer หรือ MC) โดยเพิ่งปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญ จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบการให้ใบอนุญาต

เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ประกอบธุรกิจมีภาระในการต้องยื่นขอใบอนุญาตต่อ รมว.คลังผ่าน ธปท.ในทุก ๆ ครั้งที่ประสงค์จะเปิดสถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหม่ ดังนั้น การผ่อนคลายดังกล่าวจะช่วยลดภาระการยื่นใบอนุญาตและมีความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบธุรกิจที่มีใบอนุญาตอยู่จะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.แจ้งจำนวนและรายชื่อใบอนุญาตเดิมทั้งหมดที่ได้รับ และใบอนุญาตที่ประสงค์จะใช้ในการประกอบธุรกิจต่อไปต่อ ธปท.ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงบังคับใช้

จากนั้น ธปท.จะตรวจสอบและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาใบอนุญาตที่จะให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งใช้ได้กับสถานที่ประกอบธุรกิจทุกแห่งของผู้ประกอบธุรกิจรายนั้น ๆ

2.เมื่อได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องส่งคืนใบอนุญาตที่ออกให้แต่ละสาขาที่สิ้นผลให้ ธปท.ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือแจ้งผล ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถคืนใบอนุญาตดังกล่าวได้ภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่อาจคืนใบอนุญาตได้ ธปท.จะพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ ใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคคลรับอนุญาต (MC) ที่เป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับต่อไปอีก 3 ปี และเมื่อครบกำหนด ให้ MC ส่งคืนใบอนุญาตแก่ ธปท.ภายใน 30 วัน

นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ริชเคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) หรือ “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทาง ธปท.พยายามผ่อนคลายระเบียบให้ผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สามารถทำธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น

ตาราง ธุรกิจแลกเงิน

เพราะจากเดิมหากต้องการเปิดสาขาจะต้องยื่นขอใบอนุญาตทุกครั้ง ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนาน

“การผ่อนเกณฑ์ให้ 1 ใบอนุญาตสามารถใช้ได้ทุกแห่ง หรือ one to money จะช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการได้ ซึ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทก็ได้ทยอยปิดสาขาลง จากภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับปริมาณธุรกรรมซื้อขายที่ค่อนข้างน้อย ทำให้เดิมที่เคยมี 50 สาขา ปัจจุบันเหลือเพียง 17 สาขา

อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มการเปิดประเทศ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งคาดการณ์กันว่าในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยว 20 ล้านคน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทจึงมีแผนทบทวนการทยอยเปิดสาขาเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโอนเงิน (money transfer) จาก ธปท.เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบและความปลอดภัย คาดว่าภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า จะสามารถเปิดให้บริการได้

โดยระบบการโอนเงินจะเป็นการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรธนาคารต่างประเทศในการให้บริการลูกค้า เบื้องต้นจะสามารถโอนเงินได้ใน 30 ประเทศ 5 สกุลหลัก อาทิ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นต้น

นายปิยะกล่าวว่า บริการนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมาช่วยเสริมรายได้ให้กับบริษัท นอกเหนือจากธุรกิจหลัก ซึ่งการฟื้นตัวยังไม่เต็มที่ หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปใช้บัตรเดินทางในการท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลต่อปริมาณธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราให้ปรับลดลง

ทั้งนี้ รายได้ที่จะมาจากบริการรับโอนเงิน จะมาจากอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการ โดยพันธมิตรธนาคารต่างประเทศจะให้รายได้เป็นค่าคอมมิชชั่นในการทำธุรกรรมต่อรายการ ซึ่งอยู่ระหว่างตกลงค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม

“ตอนนี้ ธปท.พยายามผ่อนคลายระเบียบให้มากขึ้น แต่การปรับเกณฑ์เรื่องใบอนุญาต 1 ใบ ใช้ได้กับทุกสาขา อาจจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แต่เรื่องการขยับเพดานวงเงินให้สามารถทำธุรกรรมมากขึ้น เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกับ ธปท.อยู่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน หรือ 2 หมื่นดอลลาร์ อาจจะขยับไป 6-7 ล้านบาทต่อคนต่อวัน หรือ 2 แสนดอลลาร์ เทียบเท่าแบงก์พาณิชย์ แต่ให้มีข้อจำกัดการซื้อ เช่น เพื่อท่องเที่ยว ไม่ได้ให้เพื่อการลงทุน เป็นต้น ซึ่งต้องรอดูว่า ธปท.จะผ่อนคลายอย่างไร ซึ่งอันนี้จะช่วยเราได้มากกว่า” นายปิยะกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...