โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“นวลจันทร์ทะเล” ปลาของพ่อ เลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 ธ.ค. 2565 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2565 เวลา 23.00 น.

“ได้ไปที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ ซึ่งมีสถานีประมงที่คลองวาฬเขาเลี้ยงปลาที่เป็นปลาทะเล เรียกว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เขาจับปลานวลจันทร์เล็กๆ ที่อยู่ในทะเลเอามาขาย และสำหรับเลี้ยงในบ่อ ซึ่งถ้าเลี้ยงในบ่อน้ำมันจืดลง ปลานวลจันทร์ทะเลนั้นก็เติบโตได้ เป็นอันว่าจะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้าน ไปซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อ เราซื้อให้ไป ซื้อเอามาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ และเมื่อปล่อยแล้วมันก็เติบโต เติบโตดีปีหนึ่งมันเติบโตมาขายได้เป็นเงิน เป็นหลายแสน แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยสนใจ จึงเลิกปลานวลจันทร์ทะเลมันไม่ มันไม่เติบโต เอ้อมันไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ในอ่างมันจะแพร่พันธุ์ได้แต่ในทะเล แต่ก็ยังไงก็จับได้และขายได้ ซึ่งถ้าสมมติว่าไปซื้อมาแล้วมาปล่อยแล้วก็ดูแล และถึงเวลาก็ขาย ก็เป็นอาชีพที่ดี”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2544

ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดรวมถึงน้ำเค็ม สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างมากมาย ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปลานวลจันทร์ทะเล มีจุดเริ่มต้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อดีตผู้บริหารกรมประมงเห็นว่า นวลจันทร์ทะเลเป็นปลากินพืช สามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกรเอาไปใช้ประโยชน์ได้ โดยใช้เงินทุนเลี้ยงไม่มาก จึงสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงปลาทะเลชนิดนี้

ปลานวลจันทร์ทะเล เลี้ยงดูง่าย กินผัก กินพืช กินแมลง กินอาหารได้หลายชนิด ในประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว มีการพัฒนาเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ถือว่าปลานวลจันทร์ทะเลเป็นปลาประจำชาติ เรียกตามภาษาตากาล็อก ว่า บังงุส (Bungus) หรือภาษาอังกฤษ เรียกปลาชนิดนี้ว่า Milk Fish หรือปลาน้ำนม ด้วยลักษณะที่มีสีขาวเป็นเงินยวง บางประเทศเลี้ยงเป็นอาหารให้กับประชาชน ทำรายได้ดีมากคือ ประเทศไต้หวัน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดแรกที่สำรวจพบปลานวลจันทร์ทะเล เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นอ่าว 3 อ่าว มาบรรจบกัน ปลานวลจันทร์ทะเลว่ายวนอยู่ในอ่าว สามารถหลบคลื่นลมได้ เมื่อปลาโตขึ้นก็ออกไปหากินในทะเลลึก ส่วนลูกก็ถูกคลื่นซัดกลับมาอยู่ในอ่าว ชาวบ้านจึงเก็บรวบรวมนำมาเพาะเลี้ยง แต่ก็ไม่ได้ทำเป็นล่ำเป็นสันแต่อย่างใด เพราะปลาชนิดนี้มีก้างมาก ไม่นิยมบริโภค จึงเพาะเลี้ยงแบบไม่จริงจังเท่าที่ควร

ปี พ.ศ. 2496 กรมประมงได้มีการจัดตั้งสถานีประมงน้ำกร่อยประจวบคีรีขันธ์ เพื่อศึกษาวิจัยเรื่องปลานวลจันทร์ทะเลโดยเฉพาะ แต่กระแสความนิยมปลานวลจันทร์ทะเลมีไม่มากนัก ประกอบกับตลาดต้องการปลาทะเลชนิดอื่นที่ก้างไม่เยอะเช่น ปลากุเรา ปลาอินทรี ปลาทู ปลากะพงขาว ปลานวลจันทร์ทะเลจึงไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรในสมัยนั้น

ในปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการเลี้ยงลูกปลานวลจันทร์ทะเล ที่สถานีประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันคือ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้จัดหาปลานวลจันทร์ทะเลไปปล่อยเลี้ยง ณ อ่างเก็บน้ำ บ้านเขาเต่า อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ต่อมา พ.ศ. 2540 กรมประมง ได้เพาะพันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จึงเป็นปฐมบทแรกทำให้ศูนย์วิจัยประมงคลองวาฬ เป็นศูนย์วิจัยแห่งเดียวที่พัฒนารวมถึงเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลจำหน่าย รวมถึงส่งเสริมความรู้ในการเพาะเลี้ยงให้กับเกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลของศูนย์วิจัยประมงคลองวาฬ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยประมงชายฝั่งคลองวาฬนั้น ได้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาไว้ในบ่อคอนกรีตขนาดความจุ 150 ตัน โดยถ่ายน้ำบ่อละ 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ในอัตรา 80% ของบ่อ และให้อาหารเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป เป็นโปรตีน ประมาณ 30% ให้ปริมาณ 1% ของน้ำหนักตัวปลา

ช่วงปกติจะให้อาหาร 2 มื้อ คือช่วงเช้ากับเย็น ช่วงฤดูปลาผสมพันธุ์ ลดจำนวนการให้อาหารลงเหลือครั้งเดียวหรือประมาณ 0.5% ของน้ำหนักตัว เพราะไขมันอาจไปสะสมในตัวปลามาก เมื่อปลาฟักไข่แล้วปริมาณไขมันที่ไปแทรกตัวอยู่ในไข่อาจทำให้ไข่เสียได้

วิธีการขยายพันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเล

ศูนย์วิจัยฯ นำพ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลที่ได้ขนาดจากบ่อดินย้ายมาไว้ในบ่อพ่อแม่พันธุ์ ในอัตราส่วน ตัวผู้ 1 ตัว ต่อ ตัวเมีย 3 ตัว หรืออัตราส่วน 1:3 โดยใน 1 บ่อมีปลาประมาณ 50 ตัว เป็นตัวผู้ 10 กว่าตัว ที่เหลือเป็นตัวเมียทั้งหมด ปล่อยให้ปลาผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ ฤดูผสมพันธุ์ของปลานวลจันทร์ทะเล อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม โดยปลานวลจันทร์ทะเลจะเกี้ยวพาราสีแล้วปล่อยน้ำเชื้อกับไข่เข้ามาผสมกัน

ในบ่อพ่อแม่พันธุ์นี้จะมีถุงเก็บไข่ เป็นถุงไนลอนครอบไว้ตรงปากท่อลม เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกรองไข่ของปลานวลจันทร์ทะเล ช่วงเช้าพนักงานเข้ามาเก็บไข่ไปฟัก เนื่องจากปลาชนิดนี้จะวางไข่ช่วงกลางคืนจนถึงเช้ามืด สาเหตุที่ต้องใช้ถุงกรองไข่ปลาแทนการลากอวนกรองไข่ปลานั้น เพราะปลาชนิดนี้ว่ายน้ำเร็ว หากนำอวนไปลากอาจทำให้ปลาว่ายหนีชนขอบบ่อเกิดบาดแผล ทำให้ปลาติดเชื้อโรคได้

ในบ่อพ่อแม่พันธุ์ ต้องดูแลใส่ใจเร่ื่องคุณภาพของน้ำ โดยเฉพาะแอมโมเนีย เป็นพิเศษ ให้ระดับความเค็มอยู่ที่ 30-35 ppt ในช่วงหน้าร้อนน้ำมีความเค็มขึ้นสูงถึง 38 ppt ต้องเติมน้ำจืดลงไปในบ่อ เพื่อช่วยเจือจางความเค็ม หากฝนตกหนักมากในช่วงฤดูฝน ต้องถ่ายน้ำบ่อยขึ้น เพื่อไล่น้ำจืดออกจากบ่อเพราะนวลจันทร์ทะเล เป็นปลาที่สืบพันธุ์ในทะเลลึกจึงต้องรักษาระดับความเค็มที่เหมาะสม ให้ปลาสามารถสืบพันธุ์ได้

ผลการศึกษาพบว่า หากนำปลานวลจันทร์ทะเลไปเลี้ยงในน้ำกร่อยที่มีความเค็ม ประมาณ 25 ppt ปลานวลจันทร์สามารถเติบโตได้สมบูรณ์ที่สุด

อนุบาลปลานวลจันทร์ทะเล ทำได้อย่างไร

หลังลูกปลานวลจันทร์ทะเลฟักออกจากไข่ ในระยะ 1-2 วัน จนถึง 10 วัน ควรใช้ไรน้ำเค็ม (โรติเฟอร์) เป็นอาหาร เมื่อปลา อายุได้ 10 วัน ขึ้นไปแล้ว ควรให้อาร์ทีเมียแรกฟักแทน จนปลามีอายุถึง 1 เดือนครึ่ง เริ่มปรับให้กินอาหารสำเร็จรูปแทน เพื่อลดปริมาณอาร์ทีเมียแรกฟักลง

การให้อาหาร เน้นให้อาหารสำเร็จรูปช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยมีชื่อว่า อาหารอนุบาลลูกปลาทะเลซึ่งมีปริมาณโปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปลาโตอายุ 3 เดือน ปรับให้กินอาหารเม็ดสำเร็จรูปปลากินพืชต่อไป

เดือนพฤศจิกายน-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ปลาฟักตัว ต้นเดือนมีนาคม ปลาเริ่มมีการผสมพันธุ์อีกครั้งหนึ่ง ลูกปลาที่นำมาฟักในบ่ออนุบาลเมื่อมีอายุครบ 40 วันสามารถจำหน่ายให้แก่เกษตรกรได้

ปลานวลจันทร์ทะเลที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 1.5-2 เซนติเมตร สามารถนำไปลงในบ่อดินได้ ซึ่งระยะนี้เมื่อเกษตรกรนำไปเลี้ยงแล้ว มีอัตรารอดสูงถึง 80% หากมีการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลให้มีขนาดใหญ่ในบ่อปูนแล้ว อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ ทั้งนี้ มักพบโรคติดเชื้อไวรัสในปลานวลจันทร์ทะเล ในช่วง 1 เดือนแรกหลังจากมีการอนุบาล เนื่องจากมีการว่ายน้ำควงสว่าน ส่วนปรสิตนั้นไม่มีการพบในปลานวลจันทร์ทะเล

ตลาดนิยมรับซื้อปลานวลจันทร์ทะเลขนาด 7-8 ขีด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นปลานวลจันทร์ทะเลถอดก้าง หรือปลานวลจันทร์ทะเลแดดเดียว ส่วนปลานวลจันทร์ทะเลที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 กิโลกรัม ขึ้นไป นิยมขายเป็นตัวโดยไม่มีการถอดก้างหรือควักไส้ปลาออก ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร ส่งห้องเย็นเพื่อส่งขายในต่างประเทศต่อไป

เกษตรกรที่ซื้อพันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลจากศูนย์วิจัยไปเลี้ยงต่ออีกประมาณ 7-8 เดือน ก็เริ่มจับปลาขายได้แล้ว ตัวปลาน้ำหนักประมาณ 2 ขีด นิยมนำไปแปรรูปหรือทำปลาทอดกรอบจำหน่าย

ปลานวลจันทร์ทะเล ถูกยกย่องให้เป็นปลาประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบกับเนื้อของปลานวลจันทร์ทะเลมีความอร่อยมาก มีรสชาติคล้ายคลึงกับปลาสำลี โดยเฉพาะส่วนท้องของปลานวลจันทร์นั้นมีความมันเป็นอย่างมาก สามารถนำไปทำได้ทั้งเมนูปลานวลจันทร์ทะเลทอดแดดเดียว ปลานวลจันทร์ทะเลต้มเค็ม ปลานวลจันทร์ทะเลนึ่งมะนาว หรือเมนูนอกเหนือจากนี้ปลานวลจันทร์ทะเลก็สามารถที่จะนำไปประกอบเป็นอาหารได้เช่นกัน

ชาวบ้านตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงรับซื้อปลานวลจันทร์ทะเลจากเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไว้นำมาแปรรูปเป็นปลาสดถอดก้าง ปลานวลจันทร์ทะเลหมักสูตรฟิลิปปินส์ ปลานวลจันทร์ทะเลแดดเดียว ปลานวลจันทร์ทะเลรมควันก้างนิ่ม ปลานวลจันทร์ทะเลต้มเค็มขิง ปลานวลจันทร์ทะเลต้มเค็มผักกาดดอง จำหน่ายให้แก่ผู้สนใจทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...