11.11 วันคนโสด Singles Day
ประวัติของวันคนโสด
"วันคนโสด" เป็นวันหยุดของจีนที่มีต้นกำเนิดมาจากมหาวิทยาลัยหนานจิงในช่วงปี 1993 โดยจุดเริ่มต้นนั้นมาจากนักศึกษาชายจำนวน 4 คนพูดคุยในทำนองทีเล่นทีจริงว่า ไหนๆ คนมีคู่เค้าก็มีวันวาเลนไทน์เป็นของตัวเองกันแล้ว เรามาสร้างวันของคนโสดกันไหม
แต่ใครจะไปรู้ว่าแค่ความคิดเล่นๆ ของเพื่อนนักศึกษาชายทั้ง 4 คนนั้น จะแพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ และในที่สุดก็กลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก
เพราะว่าตัวเลข “1” เป็นสัญลักษณ์ของคนโสด และในวันที่ 11 เดือนสิบเอ็ดนี้ เมื่อนำตัวเลขของวันและเดือนมาแยกออกจากกันจะได้เลข 1 เรียงกันโดดเดี่ยวมากถึง 4 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบปี เรียกได้ว่าเป็นวันที่แทนประชากรของคนโสดที่มีมากกว่าหนึ่งคน หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นวันที่แทนจำนวนนักศึกษาชายทั้ง 4 คนนั้นด้วย ดังนั้นในวันนี้ (11.11) จึงกลายเป็นวันเฉลิมฉลองของคนโสด
โสดแล้วดีอย่างไร ? กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึง 7 ข้อดีของคนโสดว่า
- ได้รู้จักตัวเองดีมากขึ้น เพราะในช่วงเวลาที่มีคู่คนเราจะใช้เวลาไปกับการทำความรู้จักคนรักโดยมองข้ามตัวเอง
- เรียนรู้การอยู่คนเดียว การทำกิจกรรมต่างๆ คนเดียวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่น่าอาย แต่เป็นการฝึกให้เราสามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้
- ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ตอนมีแฟนก็ต้องทำกิจกรรมร่วมกับแฟน ซ้ำๆ เดิมๆ และน่าเบื่อ แต่คนโสด สามารถเลือกทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบได้โดยไม่ต้องแคร์ใคร
- ตามใจตัวเองได้อย่างเต็มที่ คนที่มีคู่บางคนมักให้ความสำคัญกับแฟนเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อถึงวันที่เราเป็นโสดจงตามใจตัวเองให้เต็มที่
- เปิดโอกาสเรียนรู้คนใหม่ๆ คนที่ไม่ค่อยมีช่วงเวลาโสด ก็มักจะเสียโอกาสในการเรียนรู้คนใหม่ๆ ถ้าเรามีช่วงเวลาโสดบ้าง ก็จะได้มีเวลาพิจารณาคนแบบอื่นๆ ที่เหมาะกับความสัมพันธ์ระยะยาว
- ได้ความสัมพันธ์ที่หายไป…กลับคืนมา คนที่มีคู่มักทุ่มเทเวลาให้กับแฟนจนลืมความสัมพันธ์ดีๆ จากคนรอบข้าง เช่น เพื่อน ผู้ร่วมงานและครอบครัว
- ได้มีเวลาออกกำลังกาย มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าคนโสดจะมีเวลาออกกำลังกายมากกว่าคนที่มีคู่ ซึ่งการออกกำลังกายถือเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุข