โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร ซัดหมกเม็ด ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 สิงหาคม 2569 เวลา 20.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร อ้างประชุมสัมมนาหมกเม็ด จัดฉากสร้างภาพ เลือกเฉพาะกลุ่มแต่งตั้ง ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์ก๊วน NGO คนหน้าเดิม หวังผลประโยชน์จากกองทุนระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออาชีพชาวประมง ยืนยันจะออกมาต้านจนถึงที่สุด

27 สิงหาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวประมงในพื้นที่จังหวัดชุมพร ได้รวมตัวกันประท้วงโครงการ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยมีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ ดำเนินโครงการ CCMB ชายฝั่งทะเล โดยใช้จังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (CCMB) กำหนดพื้นที่คุ้มครองเฉพาะ (OECMs) เพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมประกาศพื้นที่อนุรักษ์นอกเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

โดยที่ผ่านมาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ และคณะทำงานขับเคลื่อนพื้นที่ OECMs จำนวน 4 คณะ ในพื้นที่นำร่อง ได้แก่ พื้นที่เกาะร้านเป็ด–ร้านไก่ และพื้นที่อ่าวบางสน อ่าวบ่อเมา และอ่าวสะพลี อำเภอปะทิว พื้นที่ชายฝั่งและกองหินใต้น้ำหาดคอเขา อำเภอหลังสวน และพื้นที่ชายฝั่งและกองหินใต้น้ำบ้านปากน้ำละแม อำเภอละแม เพื่อร่วมให้ข้อมูล ประสานความร่วมมือ จัดทำข้อตกลงหรือกติกาชุมชน และจัดเตรียมข้อมูลประกอบการเสนอพื้นที่ต่อ สผ. ขณะที่กลุ่มผู้มีอาชีพประมงตัวจริงไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมด้วยแต่อย่างใด จึงได้รวมตัวกันประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพชาวประมง ที่ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมและได้กำหนดแนวทางพื้นที่คุ้มครองเฉพาะ นอกเหนือเขตอนุรักษ์พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

กรณีดังกล่าว พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มชาวประมงจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ระหว่างวันที่ 26-27 ส.ค. 69 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ปรึกษาโครงการ เป็นผู้ดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยมีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฯเป็นวิทยากร ได้จัดดำเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับเกาะร้านเป็ด-ร้านไก่ และเกาะง่ามน้อย-ง่ามใหญ่ ให้ความรู้และกำหนดมาตรการแนวทางพื้นที่คุ้มครองเฉพาะ โดยผู้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการได้เชิญมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และมีกลุ่ม NGO ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลหน้าเดิม ๆ ที่จัดตั้งอุปโลกน์กันขึ้นมาเองว่าเป็นองค์กรโน่นนี่นั่นเกี่ยวกับอาชีพประมงพื้นบ้านบ้าง กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้าง กลุ่มนักอนุรักษ์บ้าง ในขณะที่กลุ่มผู้มีอาชีพประมง ซึ่งมีส่วนได้เสียตัวจริง ซึ่งมีเรือประมงจริง มีเครื่องมือประมงทำกินจริง ไม่ได้อุปโลกน์ขึ้นมาแต่อย่างใด กลับไม่ได้รับเชิญให้ร่วมกำหนดแนวทางดังกล่าวด้วยแต่อย่างใด

พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวต่อว่า โดยเมื่อช่วงบ่ายโมงของวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มชาวประมง นำโดย นายพิจิตร แซ่ลี้ นายกสมาคมชาวประมงร่วมใจ นางชงโค นิลสถิตย์ นายกสมาคมปะทิวคลองบางสน นายจรูญ ไชยยะ นายกสมาคมประมงด่านสวี นายปรีชา สุวีรานุวัฒน์ นายกสมาคมประมงปากน้ำหลังสวน และแกนนำชาวประมงจากท้องที่ต่าง ๆ เกือบ 100 คน ได้ไปรวมตัวกันที่ริมถนนทางเข้าโรงแรมในตัวเมืองชุมพรที่มีการจัดประชุมโครงการดังกล่าว เพื่อไปสอบถามความเป็นมาของโครงการและทำไมจึงไม่เชิญกลุ่มชาวประมงตัวจริงจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมด้วย แต่ปรากฏว่าการประชุมได้ยุติ ปิดการประชุมหนีไปก่อนในตอนเที่ยง ก่อนที่ชาวประมงจะมาถึง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ และความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการดำเนินการของโครงการนี้ ทั้ง ๆ ที่กำหนดการในตารางช่วงบ่ายยังต้องมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกันตลอดทั้งวัน

พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวว่า เมื่อผู้ดำเนินการจัดประชุมไม่มีความรับผิดชอบและรีบปิดการประชุมหนีพวกเราโดยไม่มีคำชี้แจงและให้ข้อมูลข้อเท็จจริงใด ๆ กับชาวประมง พวกเราทั้งหมดจึงไปรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อขอความชัดเจนจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในฐานะเป็นหนึ่งในหน่วยงานร่วมและในฐานะรับเชิญเป็นประธานเปิดการประชุม แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรไม่อยู่ และได้มอบหมายให้ นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ชุมพร รับเรื่องร้องเรียนและทำความเข้าใจกับชาวประมง ทั้งนี้ในวันที่ 1 กันยายน 2569 พวกเราชาวประมงตัวจริงทั้งจังหวัดจะมารวมกันฟังคำตอบที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพรอีกครั้ง

“ขณะนี้มีองค์กรระหว่างประเทศสนับสนุนเงินมาให้จัดตั้งองค์กรในท้องถิ่นของภาคประชาชน โดยใช้ชื่อโครงการ OECMs คือการจัดการระบบทรัพยากรนอกเขตคุ้มครองในทะเล เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ผลกระทบจากโลกร้อน ปะการังฟอกขาว โดยมุ่งเน้นมาที่ชาวประมงว่าเป็นตัวการ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหานี้มาจากภาคอุตสาหกรรมบนชายฝั่ง ทั้งโรงงาน ฟาร์มกุ้ง การปล่อยก๊าซทำลายเรือนกระจก ล้วนมาจากกิจกรรมบนฝั่งทั้งสิ้น แต่พวกท่านมาจัดการโครงการในพื้นที่โดยไม่ได้บอกกล่าวกับชาวประมงที่ประกอบอาชีพจริง ๆเลย แล้วจัดตั้งองค์กรอุปโลกน์ขึ้นมาอ้างว่าเป็นตัวแทนพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน แต่จริง ๆ แล้วคนเหล่านี้ไม่ได้ประกอบอาชีพชาวประมง แต่เป็นกลุ่ม NGO กลุ่มหน้าเดิม ๆ ทั้งสิ้น จนเกิดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ ”

“พวกเราเห็นด้วยกับการอนุรักษ์ ที่ผ่านมาชาวประมงก็ดำเนินการอยู่แล้วร่วมกับกรมประมง ทั้งจัดตั้งกลุ่มประมงชุมชน วางปะการังเทียม วางซั้งกอ ธนาคารปูม้า และมีกฎหมายประมงควบคุมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ากิจกรรมที่พวกเราชาวประมงดำเนินการไม่ได้สร้างภาพออกสื่อเท่านั้น เพราะพวกเราไม่ได้หวังเงินงบประมาณ หรือเงินสนับสนุน เงินจากกองทุนต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมือนองค์กรอุปโลกน์ขึ้นมา เราจะต่อสู้จนถึงที่สุด ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับรัฐบาล” พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวยืนยัน

ขณะที่ นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ผอ.ทสจ.ชุมพร ได้กล่าวชี้แจงว่า โครงการ OECMs หรือโครงการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการ ซึ่งยังไม่ได้สรุปว่าโครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรองเลขาธิการ สผ. ได้มารับฟังปัญหาด้วยตนเองก็ยืนยันแล้วว่า หากพี่น้องประชาชนมีความขัดแย้ง ชุมชนไม่เห็นด้วย และชาวประมงไม่ยินยอม ก็จะไม่ดำเนินการประกาศ OECMs หรือเขตพื้นที่คุ้มครอง

นายรวมศิลป์กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ชพ.0017.3 ลงเลขที่ 615 วันที่ 25 ส.ค. 69 เรื่องขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่อำเภอปะทิว ถึงปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากชาวประมงร้องเรียนและไม่ยอมรับโครงการดังกล่าว เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนและความไม่โปร่งใส จากการประชุมเมื่อวันที่ 4 มีนาคม และวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีการแต่งตั้งคณะทำงานโดยมีนายอำเภอปะทิวร่วมเป็นคณะทำงาน แต่ไม่มีชาวประมงในท้องที่อำเภอปะทิวได้ทราบมาก่อน และไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม และขอให้ชะลอการแต่งตั้งและยุติการแต่งตั้งคณะกรรมการในชุดนี้ของจังหวัดชุมพรออกไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน โปร่งใส และมีการรับฟังอย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึง ซึ่งทางจังหวัดชุมพรได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

"ในความเห็นส่วนตัวของผม ไม่ว่าพี่น้องส่วนไหน พี่น้องชาวประมงก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีสิทธิมีเสียงในการพิจารณาพื้นที่ตรงนี้ หากพี่น้องชาวประมงไม่เห็นด้วย ผมก็คิดว่าโครงการนี้ก็คงจะต้องยุติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่พิจารณาก็คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้พิจารณา" นายรวมศิลป์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...