“นิพนธ์”ขอบคุณผู้ว่า รฟม. เดินหน้ารถไฟฟ้าสงขลา ศึกษาระยะ 2 เชื่อมสนามบิน
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (นายก อบจ.สงขลา) เข้าพบ นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอบคุณที่ รฟม. เดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายโมโนเรลจังหวัดสงขลา พร้อมหารือแนวทางศึกษาการพัฒนาโครงการระยะที่ 2 (Phase 2) เพื่อขยายเส้นทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ระยะทางประมาณ 9.87กิโลเมตร
นายนิพนธ์ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าหาดใหญ่เป็นแนวคิดที่ตนผลักดันมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยขณะนั้น อบจ.สงขลา ได้จัดงบจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้พร้อมออกแบบก่อสร้าง แต่ไม่มีศักยภาพด้านงบประมาณที่จะดำเนินโครงการระบบรางขนาดใหญ่ได้ จึงได้ผลักดันให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง คือ รฟม. เข้ามารับผิดชอบการศึกษาและดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้ในการผลักดันสู่การก่อสร้างจริง
ต่อมาตนได้ประสานให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม รฟม. และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ก่อนที่ทุกฝ่ายจะเห็นชอบให้ รฟม. รับโครงการไปดำเนินการตามภารกิจของหน่วยงาน โดยนำผลการศึกษาที่ อบจ.สงขลาได้ดำเนินการไว้มาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับพื้นที่
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัด ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมถึงจังหวัดสงขลา ส่งผลให้ รฟม. มีอำนาจดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลาอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันโครงการสู่การปฏิบัติ
สำหรับโครงการระยะแรก จากคลองหวะ-สถานีรถตู้เป็นระบบรถไฟฟ้าโมโนเรล ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี มีศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณคลองหวะ และ ระยะที่ 2 จากสถานี รถตู้-สนามบินหาดใหญ่ ระยะทาง 9.87 กม. รวมระยะทางตลอดเส้นทาง 22.41 กม.
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. เตรียมศึกษาโครงการในระยะที่ 2 โดยจะขยายเส้นทางจากสถานีขนส่งรถตู้ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ระยะทางประมาณ 9.87 กิโลเมตร เพื่อให้โครงข่ายระบบรางของจังหวัดมีความสมบูรณ์ สามารถเชื่อมโยงตัวเมืองกับสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเมืองในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการขนคนเข้าเมือง มากกว่าการขนรถเข้าเมือง เพราะหากจำนวนรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการจราจรในเมืองจะยิ่งทวีความรุนแรง การมีระบบ รถไฟฟ้าจะช่วยดึงคนเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะ ลดปริมาณรถบนท้องถนน และยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะการยกระดับโครงสร้างและการออกแบบระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วมของพื้นที่หาดใหญ่ได้ในอนาคต
"หากโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ก่อสร้างได้สำเร็จ จะไม่เพียงเป็นระบบขนส่งสาธารณะ แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับการลงทุน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจของภาคใต้ และเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว" นายนิพนธ์ กล่าว ปิดท้าย