โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมชาว “อิสราเอล” ตัดสินใจย้ายประเทศ ? 3 ปีย้ายถิ่นฐานกว่า 2.7 แสนคน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทำไมชาว “อิสราเอล” ตัดสินใจย้ายประเทศ ? 3 ปีย้ายถิ่นฐานกว่า 2.7 แสนคน

270,000 คน นี่คือตัวเลขการย้ายถิ่นฐานของ “ชาวอิสราเอล” ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า อิสราเอลกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านการย้ายถิ่นฐาน

จากเดิมที่การย้ายออกนอกประเทศมักถูกมองว่าเป็นเรื่องลบ หรือแค่ชั่วคราวสำหรับชาวอิสราเอล เพราะสังคมอิสราเอลมีแนวคิดมาตลอดว่า “อิสราเอล” คือบ้านที่ “ชาวยิว” ทั่วโลกควรเดินทางเข้ามา ไม่ใช่บ้านที่คนของตัวเองเลือกจะเดินออกไป

แต่วันนี้ ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว ทำไมคนของประเทศนี้เองถึงเลือกที่จะจากไป

“อิสราเอล” เผชิญคลื่นย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อิสราเอลกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เมื่อชาวอิสราเอลจำนวนมากขึ้นเลือกเดินทางออกนอกประเทศ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติกลางของอิสราเอล ระบุว่า ในปี 2023 มีชาวอิสราเอลเดินทางออกมากกว่า 86,500 คน ตามด้วยประมาณ 91,500 คนในปี 2024 และกว่า 90,000 คนในปี 2025

นับเป็นตัวเลขที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงปี 2010–2019 ซึ่งมีชาวอิสราเอลออกจากประเทศเฉลี่ยประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือพูดง่าย ๆ คือ ในช่วง 3 ปีล่าสุด ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 90,000 คนต่อปี

หมายเหตุ: ตามเกณฑ์ของสำนักงานสถิติกลางอิสราเอล ผู้ที่ถูกนับว่าเป็น “ผู้ย้ายออกจากประเทศ” คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่นอกอิสราเอลอย่างน้อย 275 วันภายในหนึ่งปีหลังเดินทางออก

เมื่อเจาะลึกลงไป พบว่า ผู้ที่ย้ายออกจำนวนมากมักเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว คนมีการศึกษาสูง ครอบครัวที่มีรายได้ดี และแรงงานทักษะสูง โดยพวกเขามองว่า อิสราเอลที่อยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่อิสราเอลที่พวกเขารู้จักอีกต่อไป

กิลาด คาริฟ สมาชิกฝ่ายค้านและประธานคณะกรรมาธิการด้านการย้ายถิ่น และกิจการชาวยิวพลัดถิ่นของรัฐสภาอิสราเอล เตือนว่า อิสราเอลกำลังเผชิญกับ “คลื่นสึนามิของการย้ายถิ่น” ขณะที่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อรับมือกับปัญหานี้

เพราะอะไร “คนอิสราเอล” ถึงย้ายประเทศ ?

ในอดีต การออกจากอิสราเอลถูกมองในแง่ลบ เพราะสังคมอิสราเอลมีแนวคิดว่าชาวยิวทั่วโลกควรเข้ามาสร้างชีวิตในอิสราเอลมากกว่าการย้ายออกไป หรือหากจะมีการย้ายถิ่นฐาน ส่วนใหญ่มักเป็นเหตุเกี่ยวข้องในเรื่องของเศรษฐกิจ และในบางช่วง เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น คนเหล่านี้ก็เดินทางกลับประเทศ แต่คลื่นการย้ายออกครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เพราะไม่ได้เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วเพราะอะไรคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้ครั้งนี้ชาวอิสราเอลตัดสินใจไปสร้างชีวิตในประเทศอื่น ?

บทความจากสำนักข่าวต่างประเทศมีพูดถึงเหตุผลว่าทำไมชาวอิสราเอลถึงย้ายออกจากประเทศ แบ่งออกเป็นได้ ดังนี้

1. ความไม่แน่นอนทางการเมือง

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ “เบนจามิน เนทันยาฮู” มีแนวนโยบายที่เอนเอียงไปทางขวามากขึ้น ขณะที่ชาวอิสราเอลที่มีแนวคิดเสรีนิยมบางส่วนมองว่า รัฐบาลกำลังผลักประเทศไปในทิศทางที่อนุรักษนิยมมากขึ้น และเพิ่มบทบาทของศาสนาในสังคม รวมถึงมีความพยายาม ลดทอนกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลของสถาบันอิสระ โดยเฉพาะฝ่ายตุลาการ

ความกังวลเหล่านี้นำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2023 และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บางคนเริ่มพิจารณาการย้ายออกจากประเทศ

เซร์คิโอ เดลลา แปร์โกลา นักประชากรศาสตร์และนักสถิติชาวอิสราเอล กล่าวกับ Al Jazeera ว่า การย้ายออกครั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจมีบทบาทมากน้อยเพียงใด แม้บางคนอาจเดินทางออกเพื่อแสวงหาโอกาสทางอาชีพ แต่โดยรวมแล้ว สิ่งที่กำลังงผลักดันให้ผู้คนเดินทางออกจากประเทศ คือ ความรู้สึกถึงความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง และกังวลเกี่ยวกับทิศทางทางการเมืองของประเทศ

2. สงครามและความรู้สึกไม่ปลอดภัย

สำนักข่าว AP รายงานว่าหลังการโจมตีวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ชาวอิสราเอลบางส่วน ไม่รู้สึกว่าประเทศปลอดภัยอีกต่อไป และตัดสินใจย้ายออก โดยยกตัวอย่างครอบครัวที่ออกจากอิสราเอลเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวและอนาคตของลูก ๆ

นอกจากนี้ ยังชี้ว่าการย้ายออกเพิ่มขึ้นหลังสงคราม และมีทั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบุคลากรทางการแพทย์อยู่ในกลุ่มที่ออกไปด้วย

3. ค่าครองชีพและอนาคตของครอบครัว

ผลสำรวจของ Israel Democracy Institute พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อคนที่กำลังพิจารณาย้ายออก คือ ค่าครองชีพที่สูงในอิสราเอล และความกังวลว่าอนาคตของลูกหลานอาจไม่ดีพอ

คนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในอิสราเอลมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และทำให้การสร้างชีวิตระยะยาวยากขึ้น กอปรกับประเทศอยู่ในภาวะสงครามทำให้พ่อแม่หลายคนต่างตั้งคำถามว่า อิสราเอลจะสามารถเป็นดินแดนที่ให้ลูกพวกเขาอาศัยอยู่ได้จริงไหม

ที่จริงแล้วความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับอิสราเอลเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้มีบางส่วนที่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024

มีชาวอเมริกันบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับทิศทางทางการเมืองของประเทศ เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะแคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

+Reuters รายงานว่า +หลังการเลือกตั้ง การค้นหาคำว่า “move to Canada” เพิ่มขึ้นถึง 1,270% ขณะที่การค้นหาเกี่ยวกับการย้ายไปนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นเกือบ 2,000% และออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 820% นั่นสะท้อนว่า เมื่อประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจในทิศทางการเมืองประเทศตนเอง ไม่ว่าจะประเทศใดในโลก การมองหาทางออกด้วยการย้ายถิ่นฐานก็เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้ชาวอิสราเอลตัดสินใจย้ายประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความพวกเขาต้องการตัดขาดจากประเทศอย่างถาวร

“ชาวอิสราเอล” ย้ายไปประเทศไหนบ้าง ?

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อชาวอิสราเอลตัดสินใจย้ายประเทศจริง ๆ จุดหมายปลายทางที่พวกเขาเลือกไปตั้งต้นชีวิตใหม่นั้นอยู่ที่ไหนบ้าง ?

ข้อมูลจาก OECD พบว่า ในปี 2023 มีพลเมืองอิสราเอลย้ายไปยังประเทศสมาชิก OECD ประมาณ 11,000 คน เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า โดย สหรัฐฯ เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง คิดเป็น 33% ตามด้วย เยอรมนี 18% และแคนาดา 9%

นั่นหมายความว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ของชาวอิสราเอลที่ย้ายออก ขณะที่ประเทศในยุโรปก็เป็นอีกทางเลือกสำคัญ แต่เมื่อมองข้อมูลในช่วงหลัง จะพบว่า จุดหมายปลายทางของชาวอิสราเอลกำลังหลากหลายมากขึ้น

ข้อมูลจาก Taub Center ระบุว่าชาวอิสราเอลที่เกิดในประเทศกำลังย้ายไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ เยอรมนี ไซปรัส และประเทศในเอเชียตะวันออก ขณะที่สัดส่วนการย้ายไปยังจุดหมายปลายทางดั้งเดิมอย่าง สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรลดลง

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสะท้อนว่า เหตุผลของการย้ายประเทศไม่ได้มีเพียงเรื่อง งานหรือรายได้ แต่กำลังเกี่ยวข้องกับการมองหา คุณภาพชีวิตและวิถีชีวิตแบบใหม่มากขึ้น

แล้วสำหรับประเทศไทยมีชาวอิสราเอลย้ายเข้ามาอยู่มากน้อยแค่ไหน ?

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า มีชาวอิสราเอลย้ายเข้าอยู่ในไทยถึง 425,000 คน จนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 10 มีนาคม 2026 ระบุว่า มีชาวอิสราเอลอยู่ในประเทศไทยเพียงประมาณ 31,892 คน ซึ่งรวมทั้งนักท่องเที่ยว ผู้พำนัก และกลุ่มอื่น ๆ

ทำไมบางประเทศเกิดกระแสต่อต้านชาวอิสราเอล ?

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดนสำหรับชาวอิสราเอลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในบางพื้นที่กลับเกิดกระแสต่อต้านชาวอิสราเอลตามมาด้วยเช่นกัน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ชาวอิสราเอลบางส่วนอาจไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ และไม่ให้เกียรติกับคนในท้องถิ่น

ยกตัวอย่างกรณีในไทย ในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งข้อร้องเรียนและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภูเก็ต เกาะสมุย และปาย จนทางการไทยต้องเพิ่มมาตรการกำกับดูแลพฤติกรรมนักท่องเที่ยว โดยเมื่อเดืนอพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางสถานทูตอิสราเอลเองก็ออกคำแนะนำให้พลเมืองของตนเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทย

อย่างไรก็ตาม กระแสต่อต้านชาวอิสราเอลยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม 2026 เกิดกรณีพิพาทที่สวนสัตว์ Exotic บนเกาะสมุย หลังเจ้าของอ้างว่าถูกชาวอิสราเอล ข่มขู่และตั้งค่าหัวเพื่อทำร้าย จนนำไปสู่การแจ้งความและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ด้วยการเพิกถอนวีซ่าของชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และสั่งให้ออกจากประเทศไทย

ขณะเดียวกัน กลุ่มภาคประชาชนในไทยเข้ายื่นหนังสือต่อสถานทูตอิสราเอล เรียกร้องให้ช่วยกำชับนักท่องเที่ยวและผู้พำนักชาวอิสราเอลให้เคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมไทย โดยอ้างถึงข้อร้องเรียนเรื่องการข่มขู่ การคุกคาม และข้อพิพาททางธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่ง

นอกจากนี้ ศรีลังกาก็เผชิญกับปัญหาที่คล้ายคลึงกัน Al Jazeera รายงานว่า การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นำมาซึ่ง ความตึงเครียดบางส่วนกับชุมชนท้องถิ่น ทั้งเรื่องการใช้พื้นที่เล่นเซิร์ฟและความรู้สึกของคนในพื้นที่ต่อสงครามฉนวนกาซา ขณะที่บางพื้นที่มีธุรกิจที่ใช้ภาษาฮีบรูอย่างแพร่หลาย จนเกิดคำถามถึงการปรับตัวและการอยู่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น

อีกกรณีคือ ประเทศอินเดีย โดยเฉพาะพื้นที่ คาซอล ในรัฐหิมาจัลประเทศ และบางส่วนของรัฐกัว ซึ่งมีธุรกิจจำนวนมากที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล จนคาซอลได้รับฉายาว่า Mini Israel เนื่องจากมีรายงานว่า มีธุรกิจบางแห่งปฏิเสธไม่ให้คนอินเดียเข้าใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและคนท้องถิ่นในภาพรวมเป็นไปทางบวกมากกว่าเป็นลบ

ดังนั้น กรณีนี้จึงอาจสะท้อน ปัญหาเฉพาะพื้นที่และพฤติกรรมของคนบางกลุ่ม มากกว่าจะเป็นภาพรวมของชาวอิสราเอลทั้งหมด เช่นเดียวกับที่ไทยเองก็เคยมีนักท่องเที่ยวไทยไปสร้างปัญหาในต่างแดนจนเป็นข่าวใหญ่มาแล้วหลายครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ได้สะท้อนว่า “ชาวอิสราเอลเป็นปัญหา” แต่เป็นคำถามว่า เมื่อผู้คนจำนวนมากเดินทางข้ามพรมแดน ความแตกต่างทางวัฒนธรรม พฤติกรรมของคนบางกลุ่ม และความขัดแย้งทางการเมือง สามารถสร้างแรงเสียดทานกับสังคมปลายทางได้มากแค่ไหน

การย้ายถิ่นไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของคนที่เดินทางออกไป แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และศักยภาพของประเทศต้นทางด้วย และนี่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุดว่า อิสราเอลจะสามารถสร้างเงื่อนไขแบบไหน เพื่อทำให้คนที่กำลังมองหาอนาคตที่อื่น อยากกลับมาสร้างอนาคตที่บ้านเกิดอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...