โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลพิพากษาประหารชีวิต! ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีที่ 2 วางยาฆ่า ‘ฟ้า ดาริณี’ หวังล้างหนี้วงแชร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 42 นาทีที่แล้ว • The Bangkok Insight

ศาลพิพากษาประหารชีวิต! "แอม ไซยาไนด์" คดีที่ 2 วางยาฆ่า "ฟ้า ดาริณี" หวังล้างหนี้วงแชร์ 6 หมื่นบาท

วันนี้ (25 ส.ค.) ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1802/2568 ที่พนักงานอัยการคดีอาญาเป็นโจทก์ ฟ้อง นางสรารัตน์ วุฒิตาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยใตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือ เอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำ ความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนและ ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคล อื่นเสพหรือใช้ และการปลอมบนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

โจทก์ฟ้องสรุปว่า จำเลยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ปลอมปนใส่ลงไปในอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภค ให้ น.ส.ดาริณี หรือฟ้า เทพทวี ผู้ตายดื่มหรือรับประทาน หรือเสพรับสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง

จำเลยให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 น.ส.ดาริณีผู้ตายมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก ก่อนเรียกสามีที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน แต่เมื่อลงมาพบว่าผู้ตายได้หมดสติบริเวณพื้นบ้าน จึงได้เรียกรถพยาบาล หลังจากผ่านไป 10 นาที เมื่อรถมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ทำการกู้ชีพโดยการปั๊มหัวใจและใช้เครื่องช็อตหัวใจไฟฟ้าเป็นเวลา 30 นาที จนถึงรพ.สามพราน ก่อนแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว

จากนั้น รพ.สามพรานจึงได้นำร่างของผู้ตายส่งไปยังรพ.ศิริราชเพื่อทำการชันสูตร โดยพยานซึ่งเป็นแพทย์ระบุว่า หลังจากผ่าพิสูจน์แล้วพบสิ่งผิดปกติในหัวใจห้องล่างซ้าย รอยหย่อมเลือดในปอด และไขมันในตับ ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายผิดปกติจากการขาดออกซิเจน ซึ่งสาเหตุที่จะเกิดอาการในลักษณะนี้ได้ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ตายเอง ค่าเกลือแร่ในร่างกายที่เป็นด่าง หรือได้รับสารพิษ แต่การตรวจสารไซยาไนด์นั้นเป็นการตรวจเฉพาะ ไม่สามารถหาผลจากการตรวจทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนตรวจสอบประวัติการรักษาจาก รพ.สามพราน พบความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์

ด้านสามีของผู้ตายเบิกความว่า จำเลยรู้จักกับผู้ตายตั้งแต่ปี 2557 และเห็นจำเลยมาที่บ้านหลายครั้ง โดยในวันเกิดเหตุผู้ตายจะไปตลาดกับจำเลย ไม่นานต่อมาผู้ตายได้กลับมาและบอกว่าไม่ค่อยสบายจนหมดสติไป สามีไม่สามารถติดต่อกับจำเลยได้ จึงโทรศัพท์หาพี่สาวของผู้ตาย และต่อมาพี่สาวได้โทรหาจำเลยผ่านโปรแกรมแชทของเฟซบุ๊ก จนพบว่าจำเลยได้ส่งข้อความผ่านไลน์หาผู้ตายในช่วงค่ำของวันที่ 12 ธ.ค. 2563 ว่า ตอนเช้าวันที่ 13 ธ.ค. จะไปตลาดสามพรานและกินข้าวมันไก่ด้วยกัน

ศาลเห็นว่า พยานที่เป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษได้ผ่าศพพิสูจน์และตรวจอย่างละเอียด และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าเบิกความตามความจริง

โดยแพทย์ผู้รับตัวที่ รพ.สามพรานและแพทย์ผู้ชันสูตรพบรายละเอียดผิดปกติหลายประการที่บ่งบอกว่าผู้ตายขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อหัวใจ ปอด และไขมันในตับ บ่งชี้ว่าผู้ตายได้รับสารไซยาไนด์ พยานทั้งหมดจึงเบิกความสอดคล้องกับสามีของผู้ตายที่บอกอาการ หลักฐานพยานของโจทก์จึงเชื่อได้ว่าผู้ตายได้รับสารพิษไซยาไนด์ โดยจำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้กันกับระยะการออกฤทธิ์ของสารไซยาไนด์ หลังจากผู้ตายแยกจากจำเลยเลยกลับมาที่บ้านผู้ตายมีอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก เป็นลมหมดสติ ซึ่งเป็นอาการของผู้ที่ได้รับสารพิษไซยาไนด์ จึงบ่งชี้ว่าจำเลยนำสารพิษไซยาไนด์เข้าสู่ร่างกายของผู้ตาย โดยอาจเจือปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม

ศาลเห็นว่า พยานที่เป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษมีการผ่าศพพิสูจน์และตรวจอย่างละเอียด และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน เชื่อว่าเบิกความตามความจริง โดยแพทย์ผู้รับตัวที่ รพ.สามพรานและแพทย์ผู้ชันสูตรพบรายละเอียดผิดปกติหลายประการที่บ่งบอกว่าผู้ตายขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อหัวใจ ปอด และไขมันในตับ บ่งชี้ว่าผู้ตายได้รับสารไซยาไนด์ พยานทั้งหมดจึงเบิกความสอดคล้องกับสามีของผู้ตาย

แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าไม่มีพยานพบเห็นจำเลยเจือปนสารพิษในอาหารและเครื่องดื่มของผู้ตาย แต่ศาลเห็นว่า ลักษณะการกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการเตรียมการและวางแผนไว้อย่างดี จึงไม่อาจให้บุคคลอื่นพบเห็นได้โดยง่าย

ส่วนสาเหตุที่จำเลยลงมือต่อผู้ตายนั้น เป็นเพราะจำเลยได้ยืมเงินจาดผู้ตายจำนวน 60,000 บาท แต่ไม่เคยคืน และชักชวนให้เล่นแชร์ 3 วง ซึ่งจะได้ปันผลรวมกันประมาณ 2 แสนบาท แต่ผู้ตายได้เสียชีวิตก่อน ต่อมาพบว่าจำเลยมีบัญชีหลายบัญชีที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์และมีหนี้สินหลายล้านบาท จึงเชื่อว่าต้องการฆ่าผู้ตายเพื่อล้างหนี้ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิด การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษบทหนักที่สุด ให้ลงโทษประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในห้องพิจารณา แอมมีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม และได้พูดคุยกับทนายความเป็นระยะ ในระหว่างฟังคำพิพากษา แอมได้ยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย และมี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด มาร่วมฟังคำพิพากษา ส่วนญาติของผู้ตายหลังศาลตัดสินประหารชีวิตได้ ได้กอดกันและร้องไห้แสดงความดีใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัวแอมจากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาพิพากษาคดีแอมมาแล้ว 7 คดี รวมคดีในวันนี้ (25 ส.ค.)

สำหรับคดีแอมไซยาไนด์ ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมดที่อัยการได้ยื่นฟ้อง 15 คดี เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ฯ 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น 1 คดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : แนวหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...