โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังไมค์หวาน “เถียนมี่มี่”เพลงที่อนุทินเลือกขับร้องกลางมหาศาลาประชาชน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 20 ก.ค. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. เวลา 16.09 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

เมื่อบทเพลงของซูเปอร์สตาร์ไต้หวัน กลายเป็นสะพานเชื่อมใจไทย - จีน

ท่ามกลางพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยและจีนถึง 15 ฉบับ และบรรยากาศการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ภาพที่สร้างความประทับใจไม่น้อย คือช่วงที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ร่วมขับร้องบทเพลงจีนอมตะ “เถียนมี่มี่” (甜蜜蜜) ระหว่างงานเลี้ยงรับรองที่มี นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เป็นเจ้าภาพ

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับชาวจีนจำนวนมาก เพลงนี้ไม่ใช่แค่บทเพลงรัก หากยังเป็นความทรงจำร่วมของผู้คนหลายรุ่น และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของโลกภาษาจีน

< จากเสียงเพลงข้ามช่องแคบ…สู่บทเพลงอมตะของคนทั้งโลกภาษาจีน>

“เถียนมี่มี่” ขับร้องโดย เติ้ง ลี่จวิน (Teresa Teng) นักร้องระดับตำนานชาวไต้หวัน และเผยแพร่ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ในยุคนั้นความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพลงป็อปากไต้หวัน รวมถึงผลงานของเติ้ง ลี่จวิน เคยไม่ได้รับการสนับสนุนในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะถูกมองว่าแตกต่างจากแนวทางวัฒนธรรมในเวลานั้น

อย่างไรก็ตามความไพเราะของบทเพลงกลับทำให้ผู้คนจำนวนมากลักลอบฟังผ่านเทปคาสเซ็ต ก่อนที่บทเพลงของเธอจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของชาวจีนในที่สุด

ความโด่งดังของเธอถึงขั้นเกิดคำกล่าวที่แพร่หลายในยุคนั้นว่า“กลางวันฟังเติ้ง เสี่ยวผิง กลางคืนฟังเติ้ง ลี่จวิน”ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของนักร้องหญิงชาวไต้หวันที่สามารถครองใจผู้คนได้ แม้ในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝั่งช่องแคบยังมีความแตกต่างทางการเมืองอย่างชัดเจน

< เชียงใหม่…บ้านหลังที่สองของเติ้ง ลี่จวิน>

สิ่งที่ทำให้คนไทยรู้สึกผูกพันกับบทเพลงนี้มากยิ่งขึ้น คือความสัมพันธ์ของ เติ้ง ลี่จวิน กับประเทศไทย

เธอเดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่เป็นประจำ เพราะชื่นชอบบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติของเมืองเหนือ จนกระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 เธอเสียชีวิตจากอาการหอบหืดกำเริบ ขณะพักอยู่ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยวัยเพียง 42 ปี

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เชียงใหม่กลายเป็นสถานที่สำคัญในความทรงจำของแฟนเพลงทั่วโลก หลายคนยังคงเดินทางมาตามรอยและรำลึกถึงเธออยู่เสมอ

< เมื่อบทเพลงกลายเป็นภาษาของมิตรภาพ>

การที่นายกรัฐมนตรีไทยเลือกขับร้อง “เถียนมี่มี่”ซึ่งมีความหมายว่า “หวานปานน้ำผึ้ง” ต่อหน้าผู้นำจีน ภายในมหาศาลาประชาชน จึงเป็นมากกว่าการสร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง เพราะนี่คือบทเพลงที่ผู้คนในโลกภาษาจีนต่างคุ้นเคย และคนไทยจำนวนไม่น้อยก็เติบโตมากับเสียงของเติ้ง ลี่จวินเช่นกัน

เสียงปรบมือและรอยยิ้มที่เกิดขึ้นในมหาศาลาประชาชนวันนั้น จึงสะท้อนให้เห็นว่า บางครั้ง “ดนตรี” สามารถทำหน้าที่เป็นภาษาสากล เชื่อมโยงผู้คนและสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำมากมาย

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ “เถียนมี่มี่”ยังคงเป็นบทเพลงที่ข้ามผ่านกาลเวลา ข้ามผ่านพรมแดน และยังคงบรรเลงอยู่ในความทรงจำของผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...