โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย สู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมสากล ถอดรหัสโครงการ CIOX 2026: ปั้นผู้นำนวัตกรรมระดับสูง

เดลินิวส์

อัพเดต 22 ก.ค. เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) จึงจับมือกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Strathclyde สหราชอาณาจักร จุดพลุทางปัญญาผ่านโครงการ Chief Innovation Officer Exchange Programme (CIOX) 2026

ในยุคที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม "มหาวิทยาลัย" ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาหรือผลิตงานวิจัยขึ้นหิ้งอีกต่อไป แต่คือ "เครื่องยนต์หลัก" ในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) จึงจับมือกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล และ University of Strathclyde สหราชอาณาจักร จุดพลุทางปัญญาผ่านโครงการ Chief Innovation Officer Exchange Programme (CIOX) 2026 เพื่อติดปีกและยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล

•ทลายกำแพง“งานวิจัยขึ้นหิ้ง”

โครงการ CIOX 2026 ถูกออกแบบขึ้นจากความท้าทายสำคัญของระบบอุดมศึกษาไทย ที่มีบุคลากรศักยภาพสูงและงานวิจัยจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกที่เข้มแข็งในการแปรเปลี่ยน “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาไทยในฐานะ "ผู้บริหารนวัตกรรมระดับสูง" (Chief Innovation Officer) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เปิดเผยว่า เส้นทางของผู้นำนวัตกรรมระดับสูงเริ่มต้นขึ้นจากการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 4 วันภายในประเทศไทย

จากนั้นได้คัดเลือกผู้แทนระดับหัวกะทิ 23 คน จาก 21 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเพื่อร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้นและประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์ ณ University of Strathclyde เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ระหว่างวันที่ 18 – 22 พ.ค.2569

•ปั้น "Bridge Builders" ของประเทศ

“นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยั่งยืน ผลลัพธ์ในตอนนี้คือการสร้าง "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" (Change Agents) หรือ "Bridge Builders" ที่จะทำหน้าที่ทลายกรอบความคิดเดิมๆ จากการมุ่งเน้นเพียงการตีพิมพ์ผลงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานจริงผ่านโมเดลการร่วมทุนและการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศไทยให้เทียบชั้นสากล” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

•เจาะลึกโมเดลความร่วมมือมหาวิทยาลัย–อุตสาหกรรม

หลังจากการปูพื้นฐานทางกลยุทธ์ผ่านการสร้างผู้นำนวัตกรรมแล้ว จากนั้นคือการลงลึกใน "ภาคปฏิบัติ" และการศึกษาดูงานในพื้นที่จริง เพื่อเห็นกระบวนการเปลี่ยนไอเดียจากห้องแล็บให้กลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าล้านปอนด์

วันที่ 19 พ.ค. ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมเข้าเยี่ยมชม Strathclyde Inspire ซึ่งเป็นศูนย์สนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจเริ่มต้น (Startup) ของมหาวิทยาลัย ที่นี่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศที่พร้อมอุ้มชูและผลักดันสตาร์ทอัพรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ

วันที่ 20 พ.ค.ไปศึกษาดูงาน ณ National Manufacturing Institute Scotland (NMIS) หรือสถาบันการผลิตแห่งชาติสกอตแลนด์ และ Advanced Net Zero Innovation Centre (ANZIC) เพื่อเรียนรู้รูปแบบการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมร่วมกับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และการขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อเป้าหมาย Net Zero

โอกาสนี้ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมกิจกรรม Networking Reception ณ The Barony Hall พร้อมกล่าวสุนทรพจน์หนุนความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

•ยกระดับ TLO/TTO ด้วยดัชนีชี้วัดระดับสากล

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้ผู้บริหารนวัตกรรมของไทยได้เห็นตัวอย่างของกลไกการคัดกรองและประเมินความพร้อมของงานวิจัยใน 3 มิติหลัก ได้แก่: 1.TRL (Technology Readiness Level): ความพร้อมด้านเทคโนโลยี 2.IRL (Industry Readiness Level): ความพร้อมในเชิงอุตสาหกรรม และ 3.MRL (Market Readiness Level): ความพร้อมด้านการตลาด

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือสถาบันอุดมศึกษาไทยสามารถนำโมเดลเหล่านี้กลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับสำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญา(TLO) และสำนักงานถ่ายทอดเทคโนโลยี(TTO) ในประเทศ เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานจากการตั้งรับเป็นการรุกคืบหาโจทย์จากตลาดจริง,ส่งเสริมการขายสิทธิ,การรับจ้างวิจัยเชิงพาณิชย์รวมถึงการจัดตั้งบริษัทแยกตัว (Academic Spin-offs) ที่มีประสิทธิภาพ

•ต่อยอดกลยุทธ์ CIOX คู่ขนานยอดโมเดลโลก NSF I-Corps

โครงการ CIOX 2026 ได้นำผู้นำนวัตกรรมระดับสูงเข้าสู่ช่วงเวลาของการสังเคราะห์องค์ความรู้และการสร้างสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับเมืองควบคู่กับการมองไปข้างหน้าเพื่อผสานพลังร่วมกับเครื่องมือระดับโลกอย่าง NSF I-Corps

วันที่ 21 พ.ค.ผู้เข้าร่วมโครงการได้เปิดโลกทัศน์ ณ Glasgow City Innovation District (GCID) เพื่อดูต้นแบบระบบนิเวศนวัตกรรมระดับเมืองที่หลอมรวมมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมศึกษาบทบาทของ Glasgow Chamber of Commerce (หอการค้ากลาสโกว์) ในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคธุรกิจเข้ากับภาคการศึกษาและวันที่ 22 พ.ค.ได้มีการจัดกิจกรรม Strategic Review and Project Planning Workshop เพื่อให้ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยไทยได้ร่วมกันวิเคราะห์และนำเสนอแผนงานนวัตกรรมของตนเองต่อผู้เชี่ยวชาญจาก University of Strathclyde เพื่อเตรียมนำไปปรับใช้จริงในประเทศไทย พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตร

•เมื่อ CIOX ผสานพลังคู่ขนานกับ NSF I-Corps

หัวใจสำคัญของการปฏิรูประบบนิเวศนวัตกรรมไทยในครั้งนี้ ไม่ได้จบลงเพียงแค่โครงการ CIOX เท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกระบุถึง "จุดเชื่อมต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ระหว่างโครงการ CIOX และ โปรแกรม NSF I-Corps (Innovation Corps) ซึ่งเป็นโมเดลระดับโลกจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NSF)

การหลอมรวมแนวคิดจากทั้ง CIOX และ I-Corps จะช่วยขับเคลื่อนระบบ ววน. ของไทยบนฐานคิด "Speed & Trust" (ยืดหยุ่น รวดเร็ว และไว้วางใจ ลดขั้นตอนสัญญาที่เหนี่ยวรั้ง) ผลลัพธ์สุดท้ายที่ประเทศจะได้รับคือ การทลายคอขวดที่เรียกว่า "หุบเขาแห่งความตายของนวัตกรรม" (The Death Valley of Innovation) มหาวิทยาลัยไทยจะสามารถพลิกโฉมสู่การเป็นฟันเฟืองหลักที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจขั้นสูง ขยายผลประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น "ประเทศแห่งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม" ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...