ตร.ท่องเที่ยว เสริมทักษะ ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ม.ศิลปากร อบรมหลักสูตร CRAT “หลีก-ปิด-ป้องกัน” รับมือเหตุฉุกเฉิน
ตร.ท่องเที่ยว เสริมทักษะ ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ม.ศิลปากร อบรมหลักสูตร CRAT “หลีก-ปิด-ป้องกัน” รับมือเหตุฉุกเฉิน
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความปลอดภัย การป้องกันเหตุรุนแรง และการเตรียมความพร้อมของประชาชนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ
การดำเนินงานอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ และ พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมี พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชากำกับ ดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
เวลา 13.00–17.00 น. คณะวิทยากรนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์
รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมทีมวิทยากรจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ดำเนินการฝึกอบรม ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะการตัดสินใจ และความพร้อมด้านความปลอดภัยให้แก่นักศึกษาในโครงการยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว ตลอดจนบุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง
การอบรมครั้งนี้นำแนวคิด CRAT: Civilian Response to Active Threat และหลักปฏิบัติ “หลีก–ปิด–ป้องกัน” (Avoid–Deny–Defend) มาใช้เป็นกรอบการเรียนรู้สำหรับภาคประชาชน โดยออกแบบให้เข้าใจง่าย จดจำได้ และสามารถประยุกต์ใช้ได้ในสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่สาธารณะ
หัวใจสำคัญของการฝึกมิใช่การสอนให้ประชาชนเข้าเผชิญหน้ากับอันตราย แต่เป็นการเสริมความสามารถในการ รู้ตัว ตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความสูญเสีย และช่วยเหลือผู้อื่นได้โดยไม่ทำให้เกิดผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น
สำหรับนักศึกษาในโครงการยุวทูตตำรวจท่องเที่ยว การเรียนรู้ครั้งนี้มิได้มุ่งเพียงให้มีความรู้ด้านความปลอดภัยสำหรับตนเองเท่านั้น แต่ยังมุ่งเสริมบทบาทการเป็นผู้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในระดับภาคประชาชน ทั้งด้านการสังเกตสถานการณ์ การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้อง การช่วยนำพาผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยง การลดข่าวลือหรือข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ตลอดจนการประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
หัวข้อสำคัญของการอบรมประกอบด้วย
* การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและเหตุคุกคามรุนแรง
* แนวทางปฏิบัติ CRAT: หลีก–ปิด–ป้องกัน
* การตระหนักรู้สถานการณ์และการประเมินทิศทางของภัย
* การสังเกตสัญญาณเตือนหรือพฤติกรรมเสี่ยง (Red Flags)
* หลักการสื่อสารเพื่อลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์ (De-escalation)
* การแจ้งเหตุและการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่
* การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างปลอดภัย
* การฝึกผ่านสถานการณ์จำลองภายใต้มาตรการควบคุมความปลอดภัย
* การถอดบทเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง
การฝึกอบรมมิได้มุ่งสร้างความหวาดกลัวหรือความหวาดระแวง แต่เป็นการสร้าง ความพร้อมและวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงระบบ โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถดูแลตนเอง ดูแลผู้ที่อยู่รอบข้าง และร่วมกันลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และภายหลังเหตุการณ์
คณะวิทยากรได้เน้นย้ำว่า เหตุรุนแรงหลายกรณีอาจมีสัญญาณเตือนหรือปัจจัยเสี่ยงปรากฏล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสม ความขัดแย้งในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ การแยกตัวออกจากสังคม การแสดงออกถึงความสิ้นหวัง การข่มขู่ หรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การพบสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งมิได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะก่อเหตุรุนแรงเสมอไป จึงไม่ควรด่วนตัดสิน ตีตรา หรือเผชิญหน้าด้วยตนเอง แต่ควรพิจารณาบริบทโดยรอบ ประสานผู้รับผิดชอบ และส่งต่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตหรือระบบดูแลที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
นอกจากการเตรียมความพร้อมในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุแล้ว การอบรมยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “ป้องกันก่อนต้องปกป้อง” (Prevention Before Protection) ซึ่งมุ่งค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือ และสร้างระบบการดูแลร่วมกันระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว บุคลากรด้านความปลอดภัย หน่วยงานสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า ความปลอดภัยมิได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเสียงสัญญาณเตือนดัง หรือเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงเท่านั้น แต่เริ่มจากการสังเกตเห็นกัน การรับฟังโดยไม่ตัดสิน การส่งต่ออย่างรับผิดชอบ และการเตรียมระบบให้ทุกคนรู้บทบาทของตนเองก่อนเกิดเหตุ
ยุวทูตตำรวจท่องเที่ยวจึงมิใช่ผู้เข้าไปเผชิญหน้ากับอันตรายแทนเจ้าหน้าที่ แต่เป็นบุคคลที่สามารถรักษาสติ ช่วยลดความสับสน สื่อสารกับนักท่องเที่ยวที่อาจมีข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม และเชื่อมต่อการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญ
การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการฝึกปฏิบัติเป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ตลอดจนหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย การป้องกันเหตุรุนแรง และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินแก่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่ ตระหนักรู้ มีสติ พร้อมรับมือ และดูแลกันอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน