โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเหตุผลผู้นำเกาหลีใต้ ทำไมถึงไม่ส่งทหารเข้าร่วมสงครามอิหร่านตามคำขอของทรัมป์

THE STANDARD

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดเหตุผลผู้นำเกาหลีใต้ ทำไมถึงไม่ส่งทหารเข้าร่วมสงครามอิหร่านตามคำขอของทรัมป์

เมื่อวานนี้ (18 กันยายน) อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เกาหลีใต้จะ ‘ไม่ส่งกองกำลังทหาร’ เข้าร่วมการทำสงครามกับอิหร่านตามคำร้องขอของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากการลดระดับการซ้อมรบร่วม แต่เกาหลีใต้ยังคงพิจารณาเพียงบทบาทในการ ‘คุ้มครองความปลอดภัย’ ของเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น

เปิดเหตุผลผู้นำเกาหลีใต้ ทำไมไม่ทำตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ

อีแจมยองได้ขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนว่า จะไม่มีการส่งกำลังทหารหรือยุทโธปกรณ์ทหารในรูปแบบใดๆ ที่จะทำให้เกาหลีใต้ต้องเข้าร่วมหรือพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกดึงเข้าสู่สงครามโดยตรง ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืน ‘ต้านทานแรงกดดัน’ จากทรัมป์ ที่ต้องการให้เกาหลีใต้ส่งกำลังสนับสนุน

การตัดสินใจดังกล่าวของอีแจมยอง ยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการต่อต้านอย่างกว้างขวางของประชาชนในเกาหลีใต้ต่อการส่งทหารไปสู้รบยังต่างแดน ซึ่งการประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ช่วยยุติข้อถกเถียงและความกังวลภายในประเทศลงได้

นอกจากนี้ จุดยืนดังกล่าวยังเป็นการสงวนบทบาทไว้เฉพาะ ‘ภารกิจฟื้นฟูหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง’ (Post-Conflict Efforts) โดยเกาหลีใต้ระบุว่า จะสนับสนุนเฉพาะความพยายามพหุภาคีในการสร้างความมั่นคงและรักษาเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสงครามสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น เช่น ภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยจะไม่เข้าร่วมในระหว่างที่สงครามยังดำเนินอยู่

แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญอย่างมากต่อเกาหลีใต้ โดยคิดเป็นประมาณ 70% ของการนำเข้าน้ำมันดิบก่อนเกิดสงคราม ตลอดจนก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบปิโตรเคมี แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงเลือกรักษาจุดยืนที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของประเทศ

การตัดสินใจของ อีแจมยอง ในการปฏิเสธคำร้องขอจากสหรัฐฯ และขีดเส้นชัดเจนว่า จะไม่ส่งกำลังทหารเข้าร่วมสงครามในอิหร่าน สะท้อนถึง ‘การรักษาสมดุลระหว่างพันธมิตรทางการทูต’ กับ ‘อิสรภาพเชิงยุทธศาสตร์’ ของเกาหลีใต้

แม้การแสดงจุดยืนนี้จะช่วยสยบข้อถกเถียงและสอดคล้องกับกระแสต่อต้านของประชาชนภายในประเทศ แต่ย่อมนำมาซึ่งแรงกดดันและความท้าทายใหม่ๆ ในความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ

การพยายามจำกัดบทบาทไว้เพียงภารกิจฟื้นฟูหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง จึงเป็น ‘บทพิสูจน์สำคัญ’ ที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า เกาหลีใต้จะสามารถรักษาสมดุลอันเปราะบางระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ทางอธิปไตยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กับการพยุงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ในระยะยาวได้อย่างไร

แฟ้มภาพ:Ahn Young-Joon / Pool via Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...