โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟ้อง “มด” ไม่สั่งฟ้อง “ช้าง”..! "พิชาย" ชี้ ระบอบสีน้ำเงินตั้งอยู่บนปราสาททราย ไร้ความชอบธรรมไม่นานก็พังทลาย

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิชาการชำแหละปมโกง สว. ตั้งคำถาม กกต. ฟ้อง 77 ผู้ถูกร้อง แต่ไม่สาวถึงตัวการใหญ่ ซัดระบบเลือกไขว้เกิดจากการประเมินนักการเมืองบ้านใหญ่ต่ำเกินจริง ชี้วิกฤตศรัทธาลามองค์กรอิสระ-รัฐบาล

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ในงานเสวนา “โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ” รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีคณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงโครงสร้างและที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของไทยว่า ยังขาดความชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับระบบของต่างประเทศ โดยอังกฤษมีสภาขุนนางเป็นตัวแทนในรูปแบบเฉพาะ ขณะที่สหรัฐอเมริกามีวุฒิสภาที่เป็นตัวแทนของแต่ละรัฐอย่างเป็นอิสระ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีเป้าหมายแน่ชัดว่า สว. มีไว้เพื่อเป็นตัวแทนของใคร

รศ.ดร.พิชาย กล่าวว่า หาก สว. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อาจเกิดปัญหาบทบาททับซ้อนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขณะเดียวกัน โครงสร้างสังคมไทยที่มีระบบอุปถัมภ์ ทำให้การเลือกตั้งอาจนำไปสู่การได้ สว. ที่เป็นตัวแทนคนชั้นกลางเพียงกลุ่มน้อย ขณะที่คนส่วนใหญ่กลายเป็นเครือข่ายของนักการเมือง จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “สภาเครือญาติ” หรือ “สภาผัวเมีย”

ทั้งนี้ แม้ในช่วงหลังการรัฐประหารจะมีความพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบที่มาของ สว. หลายครั้ง รวมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญในยุคคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับทำให้ระบบ สว. ของไทยมีปัญหามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รศ.ดร.พิชาย กล่าวถึงระบบการได้มาซึ่ง สว. ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ยิ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนมากขึ้น เนื่องจากระบบปัจจุบันเปิดให้คนเพียงกลุ่มเล็กๆ เป็นผู้มีสิทธิเลือก แต่กลับนำไปกล่าวอ้างว่าเป็น “ตัวแทนประชาชน” ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในมุมมองของตน

สำหรับระบบการเลือกกันเองและการเลือกไขว้ที่ออกแบบในยุคนายมีชัย ฤชุพันธุ์นั้น นักวิชาการรายนี้มองว่า เกิดจากฐานความคิดที่คลาดเคลื่อนของ กรธ. ซึ่งประเมินศักยภาพและความทะเยอทะยานของนักการเมืองแบบ “บ้านใหญ่” ต่ำเกินไป โดยเชื่อว่าระบบเลือกไขว้จะสามารถป้องกันการจัดตั้งได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ไม่ว่าระบบเลือกตั้งจะถูกออกแบบอย่างไร หากกลุ่มใดมีทรัพยากรและการจัดตั้งที่เหนือกว่า ก็อาจสามารถควบคุมสภาพภายในสภาได้

“กรธ. และนักวิชาการที่ร่วมออกแบบระบบ มองโลกในอุดมคติและไร้เดียงสา” รศ.ดร.พิชาย กล่าว พร้อมเปรียบเทียบกับบทเรียนรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เคยประเมินในแง่ดีว่าระบบการเมืองจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นการประเมินความสามารถในการกุมอำนาจของระบบนักการเมืองไทยต่ำเกินจริงเช่นเดียวกัน

รศ.ดร.พิชาย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันว่า ประเทศกำลังเผชิญ “วิกฤตความชอบธรรม” อย่างรุนแรง อันเป็นผลจากการจัดสรรอำนาจและการดำเนินงานของเครือข่ายทางการเมือง

โดยมองว่า การจัดรูปอำนาจทางการเมืองรอบนี้มีจุดเริ่มต้นจากเครือข่ายที่มีนายเนวิน ชิดชอบ เป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่การแยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งพรรคภูมิใจไทย โดยนายเนวินถูกมองว่ามีบทบาทในการกุมสภาพและวางแผนอยู่เบื้องหลัง ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีท่าทีตอบคำถามสื่อมวลชนในลักษณะ “ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เกี่ยว” มาโดยตลอด ตามที่วิทยากรตั้งข้อสังเกต

นอกจากนี้ การจับมือระหว่าง “ระเบียบบ้านใหญ่” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่บุรีรัมย์ กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมชนชั้นนำ ยังถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำช่องว่างระหว่างโครงสร้างอำนาจกับความต้องการของประชาชน จนนำไปสู่วิกฤตความชอบธรรมของทั้งสองฝ่าย

รศ.ดร.พิชาย ระบุว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลกับโครงสร้างอำนาจดังกล่าวในระยะยาว โดยเปรียบเปรยว่าเป็นการสร้าง “ปราสาททรายบนความไร้ความชอบธรรม” ซึ่งหากไม่มีฐานรองรับที่มั่นคงจากประชาชน ก็มีโอกาสพังทลายลงได้ในเวลาไม่นาน

นักวิชาการรายนี้ยังกล่าวถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่ลุกลามไปยังองค์กรอิสระและสถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาด้านความน่าเชื่อถือจากสังคม

ทั้งนี้ รศ.ดร.พิชาย อ้างถึงผลสำรวจที่สะท้อนว่า ความน่าเชื่อถือของ กกต. ในปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 3% กว่าๆ โดยมองว่าเป็นตัวชี้วัดวิกฤตศรัทธาที่กำลังเกิดขึ้นกับระบบการเมืองไทย

สำหรับกระบวนการไต่สวนคดีการเลือก สว. รศ.ดร.พิชาย ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพและความจริงจังในการทำงานของ กกต. โดยเฉพาะกรณีการดำเนินคดีกับผู้ถูกร้อง 77 คน พร้อมตั้งคำถามว่า หาก กกต. มองว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นกระบวนการ เหตุใดจึงมีการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากถึง 77 คน

แต่หาก กกต. พิจารณาว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นกระบวนการจริง เหตุใดจึงหยุดดำเนินการอยู่เพียงกลุ่มบุคคลดังกล่าว และไม่ขยายผลไปถึงตัวการ ผู้บงการ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

รศ.ดร.พิชาย เปรียบเทียบประเด็นดังกล่าวว่า “เหมือนการมองไม่เห็นช้างที่นั่งอยู่กลางห้อง” โดย กกต. เลือกมองเห็นและดำเนินคดีกับกลุ่มคนรายย่อย เปรียบเสมือน “มด” จำนวน 77 คน แต่กลับไม่มองเห็นหรือขยายผลไปถึง “ช้าง” ซึ่งหมายถึงตัวการใหญ่หรือผู้บงการเบื้องหลัง ทั้งที่โครงสร้างของกระบวนการที่ถูกตั้งข้อสงสัยมีองค์ประกอบครบวงจร ตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ กลไกประสานงานหรือ “ดีลเลอร์” การซักซ้อมรวมพล การจัดทำโพยโหวต ตลอดจนระบบปกป้องและคุ้มกันผู้ร่วมกระบวนการ

รศ.ดร.พิชาย ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของกลุ่ม สว. สีน้ำเงินว่า ไม่สามารถครอบงำสังคมได้ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากเมื่อข้อเท็จจริงและข้อสงสัยปรากฏขึ้น ประชาชนเริ่มตั้งคำถามและเกิดความไม่ไว้วางใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้จะมีการยืนยันจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคการเมือง สว. จำนวน 140 คน และผู้ถูกร้องทั้ง 77 คน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว แต่คำปฏิเสธเหล่านั้นยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชนได้ ตามการวิเคราะห์ของวิทยากร

โดยมองว่า ภาวะขาดความไว้วางใจกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อ สว. กกต. และรัฐบาล ขณะที่สังคมกำลังจับตาว่ากระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. จะสามารถนำไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระและระบบสภาสูงได้หรือไม่

ในช่วงท้าย รศ.ดร.พิชาย สรุปมุมมองต่ออนาคตของโครงสร้างอำนาจทางการเมืองว่า การครองอำนาจของระบอบสีน้ำเงินกำลังตั้งอยู่บน “ปราสาททรายของความชอบธรรม” ซึ่งมีความอ่อนแอและเปราะบาง

พร้อมระบุว่า โครงสร้างดังกล่าวอาจไม่สามารถต้านทานกระแสความไม่พอใจและการตระหนักรู้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าระบอบอำนาจที่ขาดฐานความชอบธรรมจากประชาชนอาจพังทลายลงได้ในเวลาอีกไม่นาน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการขยายผลของ กกต. ว่าจะดำเนินการไปถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางแผนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองไทยในระยะต่อไปอย่างไร

#พิชายรัตนดิลกณภูเก็ต #สวสีน้ำเงิน #โกงสว #กินรวบประเทศ #กกตมีไว้ทำไม #ฟ้องมดมองไม่เห็นช้าง #ปราสาททราย #วิกฤตศรัทธา #อนุทินชาญวีรกูล #เนวินชิดชอบ #สว2567 #บ้านใหญ่บุรีรัมย์ #ระบบเลือกไขว้ #มีชัยฤชุพันธุ์ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #องค์กรอิสระ #ศาลรัฐธรรมนูญ #สภาสูง #นวัตกรรมการโกง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...