โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เวียดนามปฏิรูปการศึกษา ควบรวมโรงเรียน-มหาวิทยาลัย ลดโครงสร้างซ้ำซ้อน

เดลินิวส์

อัพเดต 3 สิงหาคม 2569 เวลา 3.14 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เวียดนามเดินหน้าปรับโครงสร้างระบบการศึกษาภาครัฐครั้งใหญ่ ตั้งเป้าลดสถานศึกษา 30-50% ควบรวมมหาวิทยาลัยและปรับบทบาทผู้บริหารกว่า 20,000 คน หวังลดภาระบริหารและจัดสรรทรัพยากรให้สอดรับกับตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

เวียดนามกำลังเดินหน้าปฏิรูประบบการศึกษาภาครัฐครั้งใหญ่ในปี 2569 โดยมีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนของโครงสร้างบริหาร ควบรวมสถาบันการศึกษา และจัดสรรทรัพยากรใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวดำเนินการตามมติที่ประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร และหนังสือสั่งการลงวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย. 2570

จุดเริ่มต้นสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของเวียดนามเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568 ซึ่งยกเลิกหน่วยราชการระดับอำเภอ และโอนอำนาจดูแลโรงเรียนขั้นพื้นฐานไปยังระดับตำบลจำนวน 3,321 แห่ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรมพบว่า บุคลากรระดับตำบลราว 40% ยังขาดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา โดยบางจังหวัด เช่น กว๋างจิ มีสัดส่วนบุคลากรที่ขาดคุณสมบัติสูงถึง 100% ทำให้รัฐบาลต้องเร่งปรับระบบบริหารและกระจายทรัพยากรใหม่

สำหรับระดับอุดมศึกษา โปลิตบูโรกำหนดเป้าหมายลดจำนวนสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐอย่างน้อย 20% ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2570 จากสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมด 291 แห่ง ซึ่งเป็นของรัฐ 228 แห่ง โดยมุ่งปฏิรูปมหาวิทยาลัยภาครัฐราว 140 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงส่วนกลางและท้องถิ่น

มาตรการสำคัญคือการควบรวมมหาวิทยาลัยซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงการโอนมหาวิทยาลัยสหวิทยาการไปอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการหรือองค์กรปกครองท้องถิ่น ขณะที่สถาบันการศึกษาเฉพาะทางจะได้รับการยกเว้น

นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกสภาสถาบันและรวมอำนาจบริหารไว้ที่เลขาธิการพรรคประจำสถาบัน เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจมีความกระชับมากขึ้น

ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา มีการกำหนดให้ลดจำนวนสถานศึกษาภาครัฐลง 30-50% เมื่อเทียบกับปี 2568 ส่งผลให้โรงเรียนมากกว่า 11,000 แห่งเข้าสู่กระบวนการควบรวมหรือยุบเลิก โดยยังคงหลักการให้แต่ละตำบลมีสถานศึกษารองรับตามความหนาแน่นของประชากร

การควบรวมดังกล่าวจะทำให้ตำแหน่งบริหารลดลงอย่างมาก โดยคาดว่าผู้บริหารกว่า 20,000 คนจะถูกปรับเปลี่ยนบทบาท และประมาณ 11,000 คนจะถูกโอนกลับไปทำหน้าที่ครูผู้สอนในห้องเรียน ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนครูได้ราว 20-30% โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อจ้างบุคลากรใหม่

ส่วนบุคลากรส่วนเกิน รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดตามกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับกฎหมายครูฉบับใหม่ที่มีการบัญญัติในปีนี้ ซึ่งปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูให้อยู่ในกลุ่มสูงสุดของตารางเงินเดือนภาครัฐ รวมถึงการปรับใบประกาศนียบัตรเป็นระบบดิจิทัล และการใช้หนังสือเรียนแกนกลางชุดเดียวกันทั่วประเทศ

การปฏิรูปครั้งนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเวียดนามจากการขยายจำนวนสถานศึกษา ไปสู่การสร้างระบบการศึกษาที่มีโครงสร้างกะทัดรัด ลดภาระด้านการบริหาร และใช้ทรัพยากรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ระบบการศึกษาสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจ และตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...