ปชน. เดินหน้าดัน ‘พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ทุจริต รื้อระบบไม่ให้ล็อกสเปก
'วิสุทธิ์' เผยจ่อดันพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0" ขณะ 'เพียงพนอ' ชง 3 ข้อสร้างรัฐบาลโปร่งใส จี้ กิโยตินกฎหมาย ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
20 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน "เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร" ในช่วงที่ 2 วงเสวนา "เราจะออกจากวงจรนี้อย่างไร"
นายวิสุทธิ์ ตันตินันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการแก้ทุจริตโดยถูกระเบียบด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้าง 3.0 โดยระบุถึงปัญหาในโครงการผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ซึ่งเป็นการสร้างกฎระเบียบที่เอื้อให้เกิดการฮั้ว และส่วนใหญ่เป็นลักษณะรัฐจ้างรัฐโดยไม่ต้องแข่งขัน บางส่วนใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโครงการที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ทั้งยังมีกรณีบัญชีนวัตกรรม ที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ผ่านผู้รับเหมาไม่กี่เจ้า
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น พรรคประชาชนจะเสนอ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0 ซึ่งไม่ใช่การรื้อปะผุ แต่เป็นการรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสริมการแข่งขัน และสร้างความโปร่งใสทั้งระบบ ไม่ให้เกิดการล็อกสเปก
ด้าน น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านกล่าวถึงการกิโยตินกฎหมายและรัฐบาลโปร่งใส ว่า ข้อ 1.เจตจำนงทางการเมืองต้องแน่วแน่ นายกรัฐมนตรี ต้องเอาจริงและต้องเป็นประธานเอง มีการกำหนดเป็น KPI ของรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงาน และยกระดับนำองค์กรวิชาชีพ เข้ามามีบทบาทในการรับรอง 2.Open Government คือมีฐานข้อมูลของรัฐที่เชื่อถือได้เป็นฐานเดียวกัน มีคู่มือที่ประชาชนสามารถเข้าใจง่าย และประชาชนตรวจสอบได้จริง สามารถเปิดเผยคำชี้แจงได้ และ 3.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้ประเทศไทยโปร่งใส
ขณะที่ นายกษิเดช แดงเดช ทีมนโยบาย พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า นอกจากการแก้กฎหมายแล้วอยากเสนอให้มีโปรแกรมแฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน หากรัฐมีกลไกให้ผู้มีส่วนร่วมการกระทำความผิดเพื่อขอลดโทษหรือกันไว้เป็นพยาน หรือให้ผู้ที่ไม่ไม่มีส่วนเกี่ยวสามารถแจ้งความผิดนั้นได้ โดยปลอดภัย และให้เงินรางวัล ดังนั้น การใช้คนโกงมาแฉกันเองก็จะเป็นเครื่องมือของรัฐในการสืบหาต้นตอการโกง ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือการแก้กฎหมาย
ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในไทยว่า ต้องกรองตั้งแต่ขั้นต้นเช่น การสอบข้าราชการ ถ้าไม่แก้เรื่องการใช้เงินก็แก้ปัญหาไม่ได้ รวมถึงการแก้กฎหมายและปัจจัยทางการเมืองอย่างมีระบบอุปถัมภ์ที่มีรากเป็นเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ปัจจุบันเครือข่ายอุปภัมภ์ไม่ใช่แบบดั้งเดิม แต่ข้ามเครือข่ายจังหวัดได้แล้ว ตอนนี้เครือข่ายการเมืองที่เข้มแข็ง เพราะดูแลกันระยะยาวตั้งแต่เกิดจนตาย
นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า ระบอบสีน้ำเงินเก่งในการใช้กระทรวงที่กระจายไปสู่การครองอำนาจของโหวตเตอร์ นำเครือข่ายชุมชนมาผูกพันกับเครือข่ายของรัฐ มีการจ่ายเงินเดือนประจำมีการเช็ครายชื่อหัว แต่โจทย์สำคัญที่จะสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์นี้คือการ ทำรัฐสมัยใหม่ให้คน สัมพันธ์กับรัฐแบบตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องผ่านหัวคะแนนหรือตัวกลาง เพราะสุดท้ายระบบนี้ไม่ยั่งยืน ยิ่งลดคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำให้ทรัพยากรไปไม่ถึงเพราะหักกินหัวคิวอยู่ตลอด ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ของคนขึ้นตรงกับรัฐ อย่างตรงไปตรงมามากที่สุด