โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ใจสลาย! ป้า "ต๋อง" ร่ำไห้ไร้เงินจัดงานศพ เตรียมยกให้มูลนิธิดำเนินการ

Amarin TV

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ใจสลาย! ป้า

ใจสลาย! ป้า "ต๋อง" ร่ำไห้ไร้เงินจัดงานศพ เตรียมยกให้มูลนิธิดำเนินการ - เชื่อมีคนช่วยอำพราง แฉสภาพศพถูกล้างเลือด-ทาแป้ง

จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ “นายต๋อง” ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวอุดรธานี ล่าสุด นางวิเชียร คำสียา อายุ 79 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต เปิดใจกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตา ยอมรับว่าครอบครัวไม่มีเงินจัดงานศพ จึงตัดสินใจมอบหมายให้มูลนิธิเป็นผู้ดำเนินการฌาปนกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่าเชื่ออาจมีผู้ร่วมช่วยอำพรางศพ แม้ตำรวจจะยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

นางวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของนายต๋องอยู่ระหว่างการชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี แต่ด้วยฐานะยากจน ประกอบกับตนล้มป่วยมานานกว่า 2 ปี จึงไม่มีเงินและกำลังที่จะจัดพิธีศพหลายวันได้ จึงตัดสินใจมอบร่างให้มูลนิธิดำเนินการฌาปนกิจ ส่วนตนจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลและกรวดน้ำให้หลานภายหลัง

“มันไม่มีเงินมีคำลูกหล่า ยายเองก็ป่วยมาสองปีแล้ว ไม่แข็งแรง เลยตั้งใจว่าจะมอบให้มูลนิธิเพิ่นจัดการเลย แล้วเราค่อยทำบุญ ข้าวหม้อแกงหม้อไปวัดหยาดน้ำหาเอาที่มันสะดวก” นางวิเชียรกล่าวทั้งน้ำตา

นางวิเชียร ยังเล่าถึงชีวิตของนายต๋องว่า เป็นเด็กกำพร้า พ่อทิ้งไปตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ส่วนแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ที่ผ่านมาเดินทางไปทำงานรับจ้างในกรุงเทพมหานคร และมักกลับมาเยี่ยมตนที่ตลาดเป็นประจำ การจากไปอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้ทำให้ตนเสียใจอย่างมาก

สำหรับรูปคดี นางวิเชียร เชื่อว่าผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในบ้านของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม เธอตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่าอาจมีผู้ร่วมช่วยเหลือในการอำพรางศพ เพราะมองว่าผู้ต้องหาเพียงคนเดียวไม่น่าจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตได้ อีกทั้งสภาพศพมีการล้างคราบเลือดและมีการทาแป้ง ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นการอำพรางที่มีลักษณะเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ช่วงท้าย นางวิเชียร เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพราะมองว่าเป็นคดีที่โหดเหี้ยม พร้อมแสดงความกังวลว่าหากผู้ก่อเหตุไม่ได้รับโทษตามกฎหมาย อาจก่ออันตรายต่อผู้อื่นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...