โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม “จอร์เจีย เมโลนี” หญิงแกร่งอิตาลี จึงรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล ปกครองอิตาลียาวนานที่สุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ในประเทศที่เกิดวิกฤตทางการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลแตกแยกบ่อยครั้ง อย่างอิตาลี การเห็นรัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพครบ 4 ปี กลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในวันนี้ (4 กันยายน) รัฐบาลอิตาลีที่นำโดย “จอร์เจีย เมโลนี” สามารถทำได้

ในประเทศที่เกิดวิกฤตทางการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลแตกแยกบ่อยครั้ง อย่างอิตาลี การเห็นรัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพครบ 4 ปี กลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในวันนี้ (4 กันยายน) รัฐบาลอิตาลีที่นำโดย “จอร์เจีย เมโลนี” สามารถทำได้

รัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เป็นการรวมตัวของ 3 พรรค ปกครองอิตาลีได้ยาวนานที่สุดคือ 1,413 วัน หรือเกือบ 4 ปี ทำลายสถิติเดิมในสมัยรัฐบาลสมัยที่ 2 ของซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี เมื่อต้นปี 2000 ได้ 1 วัน

ตอนนี้พรรคภราดรแห่งอิตาลี (Brothers of Italy party) ซึ่งเธอนั่งเก้าอี้เป็นหัวหน้าพรรค ก็กำลังเฉลิมฉลองกับความสำเร็จนี้อยู่ และสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ก็มองว่า การที่รัฐบาลอยู่อย่างมีเสถียรภาพได้ยาวนานขนาดนี้เป็นอะไรที่ล้ำค่ามาก

เมโลนีได้เผยแพร่โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ความมีเสถียรภาพไม่ใช่สิ่งที่ควรโอ้อวด แต่เป็นสภาวะที่ทำให้ประเทศสามารถวางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติตามพันธสัญญา และได้รับความเคารพ ผลลัพธ์ปรากฏให้เห็นแล้ว แต่เรารู้ดีว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ”

เสถียรภาพทางการเมืองของอิตาลีในยุคของนายกรัฐมนตรีเมโลนีถือเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร ที่เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน นับตั้งแต่เมโลนีเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ในช่วงท้ายของรัฐบาลลิซ ทรัสส์ ที่ดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 45 วัน

แต่ฝ่ายค้านกล่าวว่า การโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับผลงานการบริหารที่ยาวนานของรัฐบาลนั้น เป็นเพียงการปกปิดความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง ซึ่งรวมถึงต้นทุนพลังงานสูงและผลิตภาพต่ำ อัตราการเติบโตของ GDP อยู่ต่ำกว่า 1% และชะลอตัวลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ทำให้อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุดในยุโรป แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนเงินเกือบ 200,000 ล้านยูโร (7.6 ล้านล้านบาท) จากกองทุนฟื้นฟูหลังโควิดของสหภาพยุโรปก็ตาม

คาดการณ์การเติบโตในปีนี้อยู่ที่ระหว่าง 0.5 ถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 134 เป็น 138 เปอร์เซ็นต์ของ GDP

ทำไมเมโลนีถึงรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลได้ ?

เมโลนีและพรรคร่วมไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเลย มีเพียงการถกเถียงที่ยืดเยื้อเรื่องการกลับมาผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในราคาที่จับต้องได้

ทว่า รัฐบาลผสมชุดนี้ทุ่มเทความพยายามส่วนใหญ่ในด้านนิติบัญญัติไปกับร่างกฎหมายด้านความมั่นคง เน้นการกำหนดความผิดทางอาญาใหม่และการเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้เมโลนียังทุ่มเทต้นทุนทางการเมืองไปกับความพยายามปฏิรูประบบยุติธรรม ซึ่งก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวถูกประชาชนปฏิเสธในการลงประชามติระดับชาติ

เลีย ควาร์ตาเปลเล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านระบุว่า “เธอสามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้เพราะเธอไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย เธอไม่ได้ไปแตะต้องผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลเดิม และไม่ได้ไปรบกวนสมดุลปกติที่มีอยู่ และ 4 ปีนี้ที่น่าจะไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ก็ถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์”

โจวันนี ออร์ซินา หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุยส์ ในกรุงโรม กล่าวว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมโลนีคือการนำพาอิตาลีผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยการสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพกับสหภาพยุโรป (EU) ยึดมั่นในวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด และให้การสนับสนุนยูเครน ซึ่งออร์ซินามองว่า เป็นการทำให้อิตาลีอยู่รอดต่อไปได้

รู้จัก “จอร์เจีย เมโลนี” หญิงแกร่งแห่งอิตาลี

เมโลนี ในวัย 49 ปี เริ่มต้นเส้นทางการเมืองในฐานะนักกิจกรรมวัยรุ่นกับขบวนการสังคมอิตาลี ที่มีแนวคิดแบบนีโอฟาสซิสต์ ก่อตั้งโดยผู้ที่ภักดีต่อเบนิโต มุสโซลินี ผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์ ตั้งแต่เธออายุเพียง 15 ปี และเธอก็กล่าวชื่นชมมุสโซลินีอย่างเปิดเผยในช่วงวัยรุ่น

ปัจจุบันเธอเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี ในปี 1998 เมโลนีได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงโรม และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2002

ต่อมาเมโลนีได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรของอิตาลี ในปี 2006

พรรค National Alliance และพรรค Forza Italia ของแบร์ลุสโคนีได้ผนึกกำลังกันอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อกลุ่ม People of Freedom ในปี 2007 และกลุ่มนี้ได้รับคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2008 โดยเมโลนีได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเยาวชน ในคณะรัฐมนตรีของแบร์ลุสโคนี ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 31 ปี ทำให้เธอกลายเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอิตาลียุคหลังสงคราม

ในปี 2012 Meloni และเพื่อนจากพรรค National Alliance ได้ก่อตั้งพรรค Brothers of Italy และเธอได้เป็นหัวหน้าพรรคในปี 2014

สถานะทางการเมืองของเมโลนีสูงขึ้นจนได้รับการยอมรับจากพรรคประชานิยมอื่น ๆ ในยุโรป ในปี 2020 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของกลุ่มอนุรักษ์นิยมและปฏิรูปยุโรป (ECR) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อต้านสหภาพยุโรปภายในรัฐสภายุโรป

ในเดือนมกราคม ปี 2021 รัฐบาลของจูเซปเป คอนเตล่มลง และประธานาธิบดีเซอร์จิโอ มัตตาเรลลา ของอิตาลี ได้เลือกมาริโอ ดรากี อดีตประธานธนาคารกลางยุโรป ให้มาเป็นผู้นำรัฐบาลสมานฉันท์ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากพรรคการเมืองหลากหลายขั้วในอิตาลี พรรค Brothers of Italy ตัดสินใจที่จะยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านต่อไปเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองหลักเพียงพรรคเดียวที่เลือกแนวทางนี้

เพราะเมโลนีมุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งที่ในปี 2023 พยายามปรับภาพลักษณ์พรรคให้แยกตัวออกจากรากเหง้าที่เกี่ยวข้องกับลัทธิฟาสซิสต์ เธอสั่งการให้สมาชิกพรรคหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงสุดโต่งหรือการกล่าวอ้างถึงลัทธิฟาสซิสต์

เมื่อชาวอิตาลีออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 25 กันยายน 2022 พบว่ามีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยลดลงเหลือไม่ถึง 64% ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า เมโลนีได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยพรรค Brothers of Italy กวาดคะแนนเสียงไปได้ 26% ในขณะที่พรรค Five Star, Forza Italia และ League ต่างมีคะแนนนิยมลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2018 แม้ว่ากลุ่มพันธมิตรของเมโลนีจะได้รับคะแนนเสียงรวมกันเพียง 44% แต่ระบบการเลือกตั้งของอิตาลีซึ่งผสมผสานระหว่างระบบแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผู้ชนะได้ที่นั่งไป (first-past-the-post) กับระบบสัดส่วน (proportional representation) ก็ส่งผลให้รัฐบาลที่นำโดยพรรค Brothers of Italy ครองเสียงข้างมากอย่างมั่นคงในรัฐสภาอิตาลีทั้งสองสภา ในช่วงสัปดาห์ถัดจากการเลือกตั้ง เมโลนีได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีจนเสร็จสมบูรณ์ และในวันที่ 21 ตุลาคม 2022 ประธานาธิบดีมัตตาเรลลาได้เชิญเธออย่างเป็นทางการให้จัดตั้งรัฐบาล วันต่อมา เมโลนีได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี และเป็นผู้นำรัฐบาลขวาจัดชุดแรกของอิตาลีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...