'เอกนิติ' ผนึกเอกชน ตั้ง 5 คณะทำงาน ดันจีดีพีโต 3%พลัส การลงทุนพุ่ง 30% ใน 4 ปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการประกาศจัดตั้ง 5 คณะทำงาน เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดังนี้
1. Investment & Industry Transformation Hub
มี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นประธาน เน้นการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง ทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม (Old Industry) และส่งเสริมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ รวมถึงสินค้า Made in Thailand และ Local Content
2. AI and Digital Hub
มุ่งขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง พัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างครบวงจรภายใต้แนวคิด "AI for All และ All for AI" เพื่อดึงดูดการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน
3. Green Economy Hub
มี นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด และกลไกตลาดคาร์บอน (Carbon Market) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
4. Financial Hub
นำโดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และมีประธานสมาคมธนาคารไทยร่วมด้วย เพื่อพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค ส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน ตลาดทุน และสนับสนุนกลุ่ม Startup
5. Medical Hub
มุ่งเน้นนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ พัฒนาระบบนิเวศทั้งด้านบริการ ยา และอาหาร รวมถึงเชื่อมโยงซัพพลายเชนการแพทย์ระดับโลก โดยมีนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน
วางเป้าเศรษฐกิจโต 3%พลัส ลงทุนทะลุ 30%
สำหรับการเดินหน้าดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับศักยภาพประเทศภายใน 4 ปี ให้มีอัตราการเติบโตของจีดีพีมากกว่า 3% (3% พลัส)
พร้อมผลักดันอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ติดอันดับ Top 20 ของโลก โดยมีหัวใจสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนให้พุ่งเป้าไปที่ 30% ของจีดีพี ภายในปี 2572
“เราตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไว้ว่าภายใน 4 ปี หรือ ปี 2572 การลงทุนจะสูงถึง 30% ของจีดีพี จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 22-23% ของจีดีพีเท่านั้น โดยคณะทำงานชุดนี้ เน้นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด และกำหนดให้เห็นแนวทางชัดเจนภายใน 6 เดือน และกลับมาประชุมอีกครั้ง ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569”
กลยุทธ์การขับเคลื่อนแบบบูรณาการ
นายเอกนิติ กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้ มีความแตกต่างจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ด้วยการ "บูรณาการเครื่องมือ"ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเพียงแค่สิทธิประโยชน์จาก BOI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องมือต่างๆ เช่น
- เครื่องมือทางภาษีจากกระทรวงการคลัง
- งบประมาณรัฐ
- การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
- กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Future Fund)
นอกจากนี้ ยังมีการดึงธนาคารโลก (World Bank) เข้ามาร่วมจัดทำโมเดลและตรวจสอบความสำเร็จ (Verify) เพื่อให้แผนงานมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพระดับสากล