โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิพัฒน์’ ชูข้อดีสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 20.04 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'พิพัฒน์' เผยข้อดีรัฐบาลเดินหน้าสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทางแสนล้าน เชื่อม 'Missing Link' จีนตอนใต้-มหาสมุทรอินเดีย หนุนส่งออกทุเรียน - สินค้าเกษตรต้นทุนต่ำสุด

02 ก.ย.2569 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.สงขลาเห็นชอบให้มีการเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 วงเงินรวม 106,798 ล้านบาท รวม 3 เส้นทาง ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ว่าทั้ง 3 โครงการนี้จะเข้ามาตอบโจทย์นโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือ Missing Link เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบรางที่สมบูรณ์ครบวงจร (Full Loop) โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 3 โครงการจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาคใต้และระดับประเทศ เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์จากจีนตอนใต้ โดยสามารถรองรับการขนส่งสินค้าจากพื้นที่จีนตอนใต้ ผ่านประเทศลาว และส่งตรงลงมายังพื้นที่ภาคใต้ในปริมาณมากขึ้นและสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนั้นยังเป็นประโยชน์สำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ โดยส่งออกผลไม้จากในพื้นที่ เช่นการส่งออกทุเรียนไทย สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งเพื่อไปจำหน่ายยังตลาดจีนตอนใต้ผ่านทางระบบราง ช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้นเส้นทางรถไฟทางคู่ภาคใต้ยังสามารถเปิดเส้นทางส่งออกสู่มหาสมุทรอินเดียด้วยต้นทุนต่ำที่สุด เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีท่าเรือฝั่งมหาสมุทรอินเดีย การพัฒนาทางคู่สายใต้จะช่วยให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าทางรางเพื่อเชื่อมต่อไปยัง รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งออกสินค้าต่อไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งนับเป็นเส้นทางขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่ำที่สุดในขณะนี้

สำหรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ที่มีการอนุมัติก่อสร้างในที่ประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ประกอบไปด้วย 1.โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2.โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3.โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...