โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้งโค้งสุดท้ายใครจะมา ใครไม่ได้ไปต่อ ใครจะเป็นนายกฯ คนที่ 33 เช็คได้ที่นี่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 05.10 น.

เลือกตั้งโค้งสุดท้ายใครจะมา ใครไม่ได้ไปต่อ ใครจะเป็นนายกฯ คนที่ 33 เช็คได้ที่นี่

วันที่ 30 ม.ค. 2569 พอจะคาดการประมาณผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ออกมาได้ ดังนี้ประเมินจากสำนักโพล โพลออนไลน์ การวิเคราะห์แยกแยะของนักวิชาการ และนำมาประเมินผลลัพท์สุดท้ายอีกครั้ง

จากนิด้าโพล แคนดิเดเตนายกฯ อันดับ 1 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน 29.08% คะแนนเพิ่มขึ้น เกือบ 5% อันดับ 2 อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย 22.24% คะแนนเพิ่มขึ้นเกือบ 2% อันดับ 3 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ 12.52% คะแนนเพิ่มขึ้น ไม่ถึง 1% อันดับ 4 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย 12.12% คะแนนเพิ่มขึ้น 2% กว่าๆ อันดับ 5 ร้อยละ9.36% ระบุไม่เลือกใคร อันดับ 6 พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ร้อยละ 336 ลดลงไป เกือบ 2%

สำหรับ สส. แบบเขต มีดังนี้

อันดับ 1พรรค ประชาชน ร้อยละ 33.56 เพิ่มขึ้น ร้อยละ3
อันดับ 2 พรรค ภูมิใจไทย ร้อยละ 22.76 เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ1
อันดับ 3 พรรค เพื่อไทย ร้อยละ 16.92 เพิ่มขึ้นเกือยร้อยละ1
อันดับ 4 พรรค ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 12.76 เพิ่มขึ้นเกือบ ร้อยละ1
และอันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจร้อยละ 3.44 ลดลงเกือบร้อยละ 1
เป็นที่น่าสังเกตว่า อันดับ 6 ระบุ ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ร้อยละ 2.92 ลดลงถึง เกือบร้อยละ6

สำหรับสส. แบบบัญชีรายชื่อ

อันดับ 1ยังเป็นพรรคประชาชน ร้อยละ 34.20 เพิ่มขึ้นเกือบ ร้อยละ 4
อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.60 เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1%
อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.20 เพิ่มขึ้นเกือบ 1%
อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.20 เพิ่มขึ้น เกือบ 1% เช่นกัน
อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.40 จากร้อยละ 4.16
อันดับ 6 ระบุยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ร้อยละ 2.60 จากร้อยละ 780
โพลออนไลน์จากเนชั่น ระบุ คะแนนเสียง ยังแข่งกัน สามพรรคใหญ่ ได้แก่ ภูมิใจไทย ได้ร้อยละ 21.14 พรรค ประชาชน ร้อยละ 21.11 เพื่อไทยร้อยละ 17.56

อีกสำนักราชภัฎโพล คะแนนนิยมพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ให้พรรคประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ที่ร้อยละ 38.8 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 พรรคเพื่อไทยร้อยละ 17.9 และอันดับ 3 เป็นพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.2 เมื่อราชภัฎโพลนำผลโพลรอบแรก มาเปรียบเทียบ พรรคเพื่อไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 54 พรรคภูมิใจไทยลดลง ร้อยละ 5.7 ณัฐพงษ์ พรรคประชาชนเพิ่ม อนุทิน พรรคภูมิใจไทยลด ยศชนัน พรรคเพื่อไทยเพิ่ม ยังมีนักวิชาการ นักวิเคราะห์การเมือง ที่ฟันธงว่า น้ำเงินมา ส้มร่วง แดง สอดแทรก

คำนวณ จำนวน สส. ทั้งแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อดังนี้

พรรคประชาชน 130-150
พรรคภูมิใจไทย 150-170
พรรคเพื่อไทย 100-120
บางสำนัก ให้พรรคประชาชน กว่า 150 เสียง
พรรค ภูมิใจไทย 135 เสียง
พรรคเพื่อไทย 100เสียง หรือต่ำกว่า 100ด้วยซ้ำ

ในส่วนของโพลพรรคการเมืองภายในเอง พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย อยู่ที่ร้อยละ 150-170 เสียง พรรคประชาชน จะอยู่ที่ 80-100เสียง พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคกล้าธรรม จะมีสส.อยู่ที่ ประมาณ 30-40เสียง จึงพอจะนำมาประเมิน ผลของการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ. ที่จะถึงได้ดังนี้ จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้ถึง 200 ที่นั่ง หรือ แลนสไลด์ เกิน 250 ที่นั่ง จะไม่มีพรรคการเมืองใด มีเสียงเด็ดขาดเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ หมายความว่า ทั้ง สามพรรคการเมือง ส้ม น้ำเงิน แดง ใครรวบรวมเสียง ข้างมากกว่า 251เสียงก็จะได้สิทธิ์ในการเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลผสม แค่ สอง ขั้ว คือ ถ้าพรรคการเมืองพรรคใดได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 หรือ 2 จะตัดสินใจจับมือกับพรรคอันดับ 3และพรรค อันดับที่ 3จะเลือกจับมือกับพรรคไหน เช่น ถัาภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 จะเลือกระหว่าง พรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทย ซึ่ง ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ภูมิใจไทยสะดวกใจที่จะเลือก เพื่อไทยมากว่า ถ้า พรรคประชาชนมาที่ หนึ่ง ก็จะต้องเลือกระหว่าง พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ทั้งเหตุผลทางการเมืองและเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ก่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาชนก็ต้องเลือก พรรคเพื่อไทยมากกว่า หรือถ้า พรรคเพื่อไทยเกิดได้มาที่หนึ่ง ระหว่าง พรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยก็คงสะดวกใจที่จะเลือก พรรคภูมิใจไทยมากกว่า

แต่ถ้าคะแนนของภูมิใจไทยถึง 170 หรือมากกว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน อยู่ที่ประมาณ 100 ที่นั่งบวกลบ พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ได้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นายกฯ อีกรอบ ก็ต้องไปจับตาที่พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าทั้งสองพรรคเกิดพลิกล็อก จูบปากกันได้ ทีนี้แหละ วงแตก จะกลายเป็นพรรคที่มีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูง

เพื่อไทย จับมือกับพรรคประชาชน ก็ต้องเอา สองพรรคนี้ร่วมรัฐบาล ทีนี้แหละต้องทำพิธีตระบัดสัตย์ เพื่อชาติกัน วุ่นวาย

ถ้าเพื่อไทยมาเป็นพรรคอันดับสอง ได้ 150 ที่นั่ง บวกลบ ไปจับกับประชาธิปัตย์ หรือ กล้าธรรม ก็มีโอกาสเป็นแกนนำรัฐบาล แต่ต้องไปดูเงือนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ พูดว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับ กล้าธรรม หรือ รัฐบาล ที่มีพรรคกล้าธรรม

ต้องตีความให้ชัดเจนก่อน ถ้าพรรคประชาชนหรือ ภูมิใจไทย ได้ ถึง 170 เสียง เพื่อไทย ได้ 130เสียงก็วุ่นอีก ไปรวมกับพรรคเล็กพรรคน้อยอีก 30 เสียง ทั้ง พรรคประชาชน กับพรรคภูมิใจไทยก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้เหมือนกัน

สมการการเมืองไม่ว่าจะสูตรไหน เมืองไทยก็มีนายกฯได้แค่คนเดียว จะ 170เสียงหรือจะแค่ 130เสียงก็มีสิทธิ์ เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ขนาดรัฐบาลอนุทิน มีแค่ 69เสียง ย้งได้เป็นนายกฯ ยังตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้สำเร็จ เพราะการเมืองไทยไม่มีสูตรสำเร็จ

ตราบใดที่ ไม่มีพรรคใดได้เกิน 250เสียง ทั้ง ณัฐพงษ์ อนุทิน และยศชนัน ก็มีโอกาส เป็นนายกฯ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยก็มีโอกาสในการตั้งรัฐบาลด้วยกันทั้งนั้น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวน สส.จะได้ที่นั่งในสภามามากน้อยกว่ากันแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่า จะตกลงเรื่องผลประโยชน์กันได้แค่ไหน

ที่ไปเชียร์ อนุทิน ต้องได้เป็นนายกฯ พรรคภูมิใจไทยต้องเป็นรัฐบาลมันก็ไม่แน่ ดูจากผลโพล ทางวิชาการ คะแนน ภูมิใจไทย กับ อนุทิน มีแต่ขาลง

หรือต่อให้ส้ม ได้มา 200 ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้อยู่ดี ถ้าไม่มีแดง หรือน้ำเงินเพราะคะแนน จะสวิง อยู่ที่ สามพรรคการเมืองนี้เป็นส่วนใหญ่ สุดท้ายส้มก็จะไปหล่นอยู่ที่แดง เหมือนเดิม และถ้า ภูมิใจไทย มีคะแนนต่างกันไม่เกิน 10 เสียง ยศชนัน ก็มัโอกาสที่ จะเป็นนายกฯเช่นกัน ถ้า ประชาชน ได้มาเกิน 251 เสียง เที่ยวนี้ก็คงยกตำแหน่งนายกฯให้ ณัฐพงษ์ เขาไป การเมืองไทยความแน่นอนคือ ความไม่แน่นอน เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...