โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชไนเดอร์ แนะองค์กรวาง OT Data เปลี่ยนผ่านสู่องค์กรอัจฉริยะยุค AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 05.11 น.

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จุดพลุเตือนภาคอุตสาหกรรม เร่งวางโครงสร้าง “OT Data” ปลดล็อคขุมทรัพย์ข้อมูลสู่ยุค AI อัจฉริยะ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 – ในยุคที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน ได้ออกมาฉายภาพสะท้อนวิกฤตการณ์ "ความย้อนแย้งด้านข้อมูล" ที่กำลังกัดเซาะศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก พร้อมแนะแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ OT Data (Operational Technology Data) อย่างมีระบบ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่เพียงแค่ "มีข้อมูลมหาศาล" ไปสู่การเป็น "องค์กรอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกอย่างแท้จริง

ท่ามกลางกระแสการสะสมข้อมูลที่พุ่งทะยาน โดยคาดการณ์ว่าปริมาณข้อมูลในภาคอุตสาหกรรมจะพุ่งสูงถึง 4.4 เซตตะไบต์ ภายในปี 2030 หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปี 2023 ทว่าในความเป็นจริง องค์กรส่วนใหญ่กลับกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงัน แม้จะมีข้อมูลจากระบบเซนเซอร์และเครื่องจักรไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับถูกกักเก็บไว้ในรูปแบบ "ข้อมูลดิบ" ที่กระจัดกระจาย ขาดบริบท และไม่สามารถนำมาประมวลผลเพื่อการตัดสินใจทางกลยุทธ์ได้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้โครงการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ส่วนใหญ่ล้มเหลว ไม่ได้เกิดจากความล้าหลังของเครื่องมือหรือขาดความมุ่งมั่นของบุคลากร หากแต่เกิดจาก "โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่อ่อนแอ" ข้อมูลที่มีอยู่มักถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เพียงการตรวจสอบพื้นฐานหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้คาดการณ์พฤติกรรมเครื่องจักร (Predictive Maintenance) หรือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในระดับสูง

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างข้อมูลทางธุรกิจ (IT Data) และข้อมูลปฏิบัติการ (OT Data) คือความต่อเนื่องและบริบท ในขณะที่ IT Data เน้นเรื่องธุรกรรมที่มีโครงสร้างชัดเจน แต่ OT Data คือลมหายใจของโรงงานที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ทั้งสถานะอุปกรณ์ สัญญาณแจ้งเตือน และตัวแปรในกระบวนการผลิต

ปัญหาที่มักพบคือ หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าด้วยกันคือการเชื่อมต่อข้อมูล แต่ในความเป็นจริง หากข้อมูล OT ยังถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในตัวเครื่องจักรหรือระบบปิด โดยไม่มีการระบุบริบท (Contextualization) ข้อมูลเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนสมบัติที่ถูกฝังไว้ใต้ดินที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้

ในวันที่โลกตื่นตัวกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ความสำเร็จของ AI ในภาคอุตสาหกรรมนั้น 80% ขึ้นอยู่กับการเตรียมข้อมูล AI ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเนรมิตผลลัพธ์จากข้อมูลที่บิดเบี้ยวได้ แต่ AI คือ "ตัวขยายผล" จากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ

หาก OT Data ขาดความสมบูรณ์ มีโครงสร้างไม่สม่ำเสมอ หรือเข้าถึงยาก AI จะกลายเป็นระบบที่เปราะบางและมีต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงเกินจริง การวางรากฐานข้อมูลให้มีความพร้อม (Data Readiness) จึงเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะตัดสินว่า โครงการ AI ขององค์กรจะประสบความสำเร็จหรือจะกลายเป็นเพียงการทดลองที่ขยายผลไม่ได้ในระยะยาว

เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำเสนอเฟรมเวิร์กสำคัญ 4 ประการ ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องยึดถือเป็นแกนหลักในการจัดการข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไหลลื่นจากหน้างานสู่ระบบวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • ความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Availability): ข้อมูลต้องถูกจัดเก็บอย่างต่อเนื่องไม่ตกหล่น
  • การเข้าถึงข้อมูล (Accessibility): ทลายกำแพงการจัดเก็บแบบไซโล เพื่อให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้
  • การจัดโครงสร้างและระบุบริบท (Structuring & Contextualization): การทำให้ข้อมูล "ฉลาด" ขึ้นด้วยการบอกที่มาและสภาวะแวดล้อม
  • การเผยแพร่ข้อมูล (Extraction): การส่งต่อข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันต่างๆ ในรูปแบบที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) จะต้องถูกหลอมรวมอยู่ในทุกย่างก้าวของการรับ-ส่งข้อมูล ตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ปลายทาง (Edge) ไปจนถึงคลาวด์ เพื่อรับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล (Data Integrity) และป้องกันความเสี่ยงจากการถูกแทรกแซง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่เชื่อถือได้

การเตรียมความพร้อมด้าน OT Data ไม่ใช่ภารกิจที่ทำเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือการสร้าง "วินัยทางดิจิทัล" ที่ต้องอาศัยธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายวิศวกรรม องค์กรที่เริ่มวางรากฐานอย่างมั่นคงตั้งแต่วันนี้ จะสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลได้อย่างมหาศาลในทุกๆ ย่างก้าวของการเติบโต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...