โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

หางโจว เมืองเก่าในเฟรมใหม่ ความคลาสสิกที่ร่วมสมัยผ่านบันทึกการเดินทางของ ‘สิริโสภา จุลเสวก’

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 07.34 น. • HELLO! Magazine Thailand
สิริโสภา จุลเสวก หางโจว

ทริปหางโจวเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คือการได้กลับมาสัมผัสหางโจวเป็นครั้งที่ 2 ของยีน ซึ่งทิ้งช่วงเวลาราว 35 ปี และการติดตามดวง (นีรนาท เผ่าสวัสดิ์) เพื่อมาเยี่ยมชมโรงแรม Amanfayun ในหางโจวตามหน้าที่การงานของเพื่อนสนิทกับเพื่อนร่วมทริปอีกสองคน ก็ทำให้ยีนได้พบหางโจว ‘คนใหม่’ ที่เปลี่ยนหน้าตาไปตามยุคสมัย แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความคลาสสิกของเมืองที่หลายคนเปรียบเปรยกันว่า งามเหมือนบทกวี

เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนโฉมที่ชัดขึ้น ยีนต้องขอเล่าถึงหางโจวในอดีตที่เคยได้มากับคุณพ่อ (ร้อยเอก สิริ จุลเสวก) ในช่วงที่จีนมีการปฏิวัติวัฒนธรรม เขายังแยกเงินตราระหว่างเงินประชาชนกับเงินรัฐบาล ประชาชนจะใช้เงินหยวนที่ชาวต่างชาติใช้ไม่ได้ หากเราจะให้ทิปต้องให้เป็นสิ่งของแทน ห้องน้ำสาธารณะเป็นโถงยาว มีรางน้ำ ไม่มีผนังกั้น ไกด์เล่าเรื่องการปฏิวัติวัฒนธรรมด้วยถ้อยคำที่เลือกอย่างระมัดระวังและเลี่ยงที่จะใช้คำว่า ‘สงครามกลางเมือง’ อย่างที่ควรเป็น วัดและโบราณสถานหลายแห่งถูกทำลายเพื่อลดบทบาทของศาสนาและให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวผู้นำแทน

ที่ปักกิ่งเรายังเห็นรอยล้อรถถังอยู่ใกล้จัตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้ามในวันนั้นเราเดินขึ้นบันไดมังกรหินโดยไม่มีผู้คนเบียดเสียด และได้ชื่นชมบัลลังก์ฮ่องเต้ชนิดเอามือสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องมองผ่านกระจกเหมือนตอนนี้ ทั้งกำแพงเมืองจีนที่ทอดยาวเหมือนเป็นของคณะเราเพียงกลุ่มเดียว พวกเราสนุกกับการล่าขุมทรัพย์ด้วยการซื้อของ เช่น ชุดน้ำชาหยก พัดหยก และรูปปั้นเซียนต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นของมีราคาและหาได้ยาก ยีนยังจำคำที่คุณพ่อเคยบอกเอาไว้ได้ว่า “หลังจากวันนี้ไป จีนจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

และคุณพ่อพูดถูก เพราะหางโจวในวันนี้ไม่เหมือนภาพที่อยู่ในความทรงจำของยีนอีกต่อไป เมืองสะอาด เป็นระเบียบ มีระบบจัดการที่ลดความวุ่นวายแม้จะมีผู้คนจำนวนมาก เทคโนโลยีค่อนข้างทันสมัย แต่ก็รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างชายังคงเป็นสินค้าอัตลักษณ์ ขณะเดียวกันแบรนด์แฟชั่นจากต่างประเทศก็เปิดช็อปเรียงรายอยู่ในย่านท่องเที่ยว และธรรมชาติแบบเดิมของหางโจวก็ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คน

แน่นอนว่าที่พักของเราคือโรงแรม Amanfayun ซึ่งรีโนเวตขึ้นจากหมู่บ้านเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยาน ทุกหลังไม่มีเลขห้องพักชัดเจนเพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศของหมู่บ้าน รายล้อมด้วยป่าและต้นชาหลงจิ่งที่ปลูกแซมอยู่ทุกหย่อม มีทางเดินยาวและต้องข้ามสะพานไปยังจุดต่างๆ ความกว้างขวางของโรงแรมที่อาจทำเอาหลงทางได้ จึงต้องมีพนักงานคอยยืนตามจุดต่างๆ เพื่อคอยบอกทาง และการกระจายตัวอย่างไม่เป็นระเบียบของบ้านแต่ละหลังก็เป็นเสน่ห์ทำให้น่าค้นหา ที่นี่ไม่มีโทรทัศน์หรือเสียงเพลงเปิดคลอเพราะอยากให้แขกได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มที่ มีร้านอาหารที่เป็นของโรงแรมเองและแบรนด์อื่น บ้านพักสองชั้นมีสปาและเตียงนวดไว้พร้อมสรรพ

จากโรงแรมเราสามารถเดินเข้าอุทยานผ่านประตูด้านหลังเพื่อไปเยี่ยมชมวัดในพื้นที่รอบๆ ได้ถึง 7 วัด มี 2 วัดสำคัญที่เราได้ไปเยือนคือวัดหลิงอิ่น (Lingyin) อายุ 1,699 ปี และกำลังจะมีงานฉลองครบรอบ 1,700 ปีในเร็วๆ นี้ จุดเด่นของวัดนี้คือรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์พระพุทธรูปจำนวนมากบนหน้าผาหินเฟยไหลเฟิงที่สวยงามมากตลอดทางเดิน ปัจจุบันมีการกั้นพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้หน้าผามากนักเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์

ส่วนวัดหย่งฟู (Yongfu Temple) วัดที่ใหญ่ที่สุดในหางโจว ซึ่งอยู่ใต้ยอดเขาหินงอก ก็อยู่ไม่ไกลกันและมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ไม่แพ้กัน นอกจากสถาปัตยกรรมที่ตระหง่านบนภูเขา วัดนี้ยังมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ วิหารพระประจำปีเกิด และพระพุทธเมตตาที่คนนิยมไปขอพรเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ และต้นไม้เก่าแก่มากกว่าหนึ่งพันต้น กลางเดือนธันวาคมที่ใบไม้ควรร่วงหมดแล้ว แต่ปีนี้เราทันได้มาเห็นใบไม้เปลี่ยนสีระยะสุดท้าย กำลังปลิดขั้วใบทิ้งจนร่วงหมดก่อนกลับ ทำให้ความงามของที่นี่ยิ่งน่าจดจำขึ้นไปอีก

นอกจากความน่าตื่นตาของวัด ยีนประทับใจไกด์ที่โรงแรมจัดหามาให้ เธอเป็นหญิงชาวจีนวัยเกษียณที่เคยเป็นครูมาก่อน จึงใช้ภาษาอังกฤษได้ชัดเจนและสุภาพมาก ต่างจากภาพจำของไกด์คนจีนที่เคยคิด และระบบการจัดการแหล่งท่องเที่ยวก็น่าชื่นชมในความเป็นระเบียบ มีการกั้นบังคับทิศทางการเดินเข้าออกอย่างชัดเจน ทำให้คนเดินตามกันไปได้เรื่อยๆ โดยไม่เกิดการเบียดหรือแซงคิว

เราออกสำรวจเมืองหางโจวโดยใช้บริการแอพพลิเคชั่น Didi ที่ใช้เรียกรถโดยสารและแปลภาษาโต้ตอบกับคนขับรถให้เสร็จสรรพ ย่านโมเดิร์นของหางโจวอย่าง Tianmu Li ทันสมัยไม่แพ้ฮ่องกง ทำให้เราเดินเล่นที่นี่ได้เกือบทั้งวันในวันถัดมา มีอาคารอยู่รอบจัตุรัสกลางที่เรียกว่า ‘City Living Room’ เป็นทั้งย่านออฟฟิศ ร้านอาหาร หอศิลป์ และย่านช็อปปิ้ง เราตั้งใจมาที่นี่เพราะมีนิทรรศการของแบรนด์ Maison Margiela แบรนด์โปรดของเรา ซึ่งเป็นแบรนด์ที่นิชมาก จนน่าตกใจว่าเขาจะมาจัดนิทรรศการถึงที่นี่ ซึ่งจัดได้ดีมากกับการนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งในปี 1989 จนถึงปี 2009 ที่เป็นการออกแบบของ Margiela เพราะหลังจากนั้นแบรนด์ก็มีดีไซเนอร์อื่นเข้ามาร่วมงาน

และที่นี่ยังมีคอนเซปต์สโตร์ชื่อว่า ‘B1ock’ ที่ดีไซน์พื้นที่ได้เก๋มาก เขารวมหลายแบรนด์เอาไว้ในอาคารเดียว คล้ายกับ Dover Street Market ในลอนดอน ส่วนใหญ่เน้นแบรนด์ยุโรป บางแบรนด์ไม่คิดว่าจะมีในหางโจว แต่ก็มี อย่าง Phoebe Philo, Jean Paul Gaultier, Ann Demeulemeester, The Row

น้องบีม (ธารารักษ์ รักตะบุตร) ลูกสาวของยีน ชอบแบรนด์ Chrome Hearts เป็นพิเศษ และเพื่อนชาวจีนก็บอกอีกว่า ที่หางโจวมีช็อปอยู่ ซึ่งไม่คิดว่าจะมี และยีนต้องไป ภารกิจในวันนั้นจึงเป็นการตามหาร้าน Chrome Hearts ที่ถนนคนเดินริมทะเลสาบซีหู แต่ร้านไม่มีป้ายโลโก้ เราเดินหาไม่เจอ จนถามคนที่นั่นเขาบอกว่า เราเพิ่งเดินผ่านมาเอง ถึงจะหายากหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องสนุกหากเรามีเวลาเพียงพอ

‘วัฒนธรรมชา’ ในหางโจวยังเข้มข้น เราสามารถเห็นต้นชาหลงจิ่งอยู่ในทุกที่ ไม่เว้นแม้ริมถนนหรือกระทั่งพื้นที่ว่างในโรงแรม แต่เพื่อให้ได้สัมผัสกับโลกของชาหลงจิ่งจริงๆ เราจึงไปใช้เวลากันที่พิพิธภัณฑ์ชา และไร่ชาที่ Longjing Tea Village เพื่อจิบชาเขียวจากแหล่งปลูกจริง ชาที่นี่ไม่ปรุงกลิ่น ไม่หวือหวา แต่ด้วยบรรยากาศของหมู่บ้านชาเก่าแก่ก็คุ้มเหลือเกินกับการมาถึง

วันสุดท้ายในหางโจว เราใช้เวลาในครึ่งเช้าในโรงแรมอย่างสบายๆ ก่อนจะออกไปเที่ยวเมืองโบราณ ในช่วงบ่ายเพื่อรอขึ้นเครื่องกลับในเวลากลางคืน เมืองโบราณอูเจิ้น (Wuzhen) เป็นหมู่บ้านริมน้ำที่ได้ฉายาว่าเป็น ‘เวนิสแห่งตะวันออก’ หมู่บ้านนี้ไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ มีแต่ทางเดินและคูคลองเหมือนเวนิสในอิตาลี เราต้องนั่งเรือข้ามฟากเข้าไปภายในหมู่บ้านเพื่อเดินชมเมือง ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่า ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก สมกับเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม

ที่หมู่บ้านโบราณมีนิทรรศการจำลองบรรยากาศห้องรับประทานอาหารของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่เคยใช้รับรองแขกบ้านแขกเมือง เป็นความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่นที่อยากนำเสนอให้เราได้รู้ว่าหมู่บ้านเล็กๆ นี้เคยมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย เราเลยได้เห็นทั้งมุมของการอนุรักษ์และการใช้เรื่องเล่าเป็นจุดขายของการท่องเที่ยวที่ทำให้หมู่บ้านนี้มีอะไรมากกว่าความเก่าแก่ดั้งเดิม

ตารางเดินทางที่ลงตัวซึ่งดวงเป็นคนจัดเตรียม ทำให้การใช้เวลาในหางโจวเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบและไม่เหนื่อย ทำให้ยีนได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และความทันสมัย ที่หางโจวเปิดรับให้สิ่งใหม่เข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน ระบบการจัดการที่ดีทำให้ทั้งเมืองแทบไม่มีขยะ กระทั่งชาวเมืองก็เปิดรับนักท่องเที่ยวด้วยความมีระเบียบวินัย สุภาพ และมีน้ำใจ ทั้งค่าครองชีพไม่ได้สูงอย่างที่คิดเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ และนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้หางโจวมีชื่ออยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวอีกนานต่อจากนี้

Where to Eat

  • Hangzhou House ร้านอาหารสไตล์ฮอตพอตที่อยู่
    ในบริเวณโรงแรม Amanfayun และมีชื่ออยู่ใน Michelin
    Guide ให้บริการแบบ All-day dining และมีส่วนที่เป็น
    บาร์ด้วย รสชาติอาหารจีนที่นี่ได้มาตรฐานระดับสูง

  • Steam House เป็นร้านที่อยู่ในบริเวณโรงแรม
    Amanfayun อีกเช่นกัน ร้านนี้ให้บรรยากาศอุ่นๆ ด้วย
    ผนังไม้ หน้าต่าง และโคมไฟแบบโบราณ เสิร์ฟเกี๊ยว
    และอาหารนึ่งสไตล์จีน ปรุงด้วยวิธีเก่าแก่ที่สามารถมอง
    เห็นได้ในครัวกึ่งเปิด หัวปลาหม้อไฟเป็นจานพิเศษที่เรา
    ชอบมาก

  • Ru Yuan ร้านมิชลิน 2 ดาวในเขตอุทยานใกล้กับ
    โรงแรม Amanfayun นอกจากร้านสวย บรรยากาศดี
    อาหารยังประณีตทุกจาน จานโปรดของยีนยกให้ซุปปลา
    ที่มาพร้อมกับลูกชิ้นปลาลูกยักษ์ กินคู่กับเมล็ดถั่วลันเตา
    สด กับไข่ตุ๋นคาเวียร์ที่เลิศทั้งวัตถุดิบและรสชาติ

  • Longjing Manor ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน ให้บริการ
    แบบไพรเวตในห้องของอาคารโบราณยุคศตวรรษที่ 15
    อยู่ใกล้กับ Longjing Tea Village เสิร์ฟเมนูสไตล์เจอเจี้ยง
    คลาสสิก เช่น เป็ดอายุ 3 ปี นึ่งและเสิร์ฟมาพร้อมซุปใส
    ตะพาบน้ำที่เลือกส่วนที่ดีที่สุด หนึบหนับด้วยคอลลาเจน
    หมูสามชั้นตุ๋นกับซาลาเปาเนื้อนุ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...