‘หมอวรงค์’ ตื่นเต้นเข้าสภา ในรอบ 12 ปี เตือนหากรบ.เอื้อประโยชน์เจอกันแน่
‘หมอวรงค์’ ตื่นเต้นเข้าสภา ในรอบ 12 ปี ประกาศชัดเป็นฝ่ายค้าน บอก 1 เสียงแม้ไปร่วมรัฐบาล แต่ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ฟุ้งหากอยากร่วมรัฐบาล ภท.พร้อมต้อนรับ เตือนหาก รบ.ไม่ทำตรงไปตรงมา-เอื้อประโยชน์ เจอกันแน่ ลั่น จะไม่เป็นฝ่ายค้านอีเวนต์ทำงานให้เป็นข่าว แต่จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่พรรคไทยภักดีเป็นฝ่ายค้านว่า แม้พรรคไทยภักดีได้รับเลือกเข้ามาเพียงแค่ 1 เสียง แต่ 1 เสียงที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.นั้น ตนยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย อยากให้เราไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นตนเข้าไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบ นั่นคือการเข้ามาปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ตนพยายามชั่งใจ และเคยบอกกับสื่อมวลชนว่าขอเวลาตัดสินใจ
นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนงดให้สัมภาษณ์และคิดวิเคราะห์บวกลบถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ จึงได้บทสรุปว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาล อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะตนเป็นคนทำงาน รวมถึงเราต้องเป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงที่จะไปทำงานจัดการปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ เนื่องจากการร่วมงานกับรัฐบาล ต้องมีเสียงสนับสนุน ดังนั้น เราจึงรู้ว่า 1 เสียงของเรามีข้อจำกัดในการทำงาน แต่เรามองในมุมกลับกันว่า หากมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือการเป็นฝ่ายค้าน เราแค่อาศัยความจริง เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน เพียงแค่เรานำความจริงเข้ามาเสนอกับประชาชน ทุกอย่างก็จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้
“นี่จึงทำให้ผมตัดสินใจทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่รักชาติ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ผมจะทำหน้าที่ หรืออะไรที่รัฐบาลทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราจะไม่ค้าน เราจะไม่นั่งหยุมหยิม หรือนั่งหาประเด็นเล็กๆ น้อยๆ แล้วมาสร้างอีเวนต์ แต่เราจะหาเอกสารและหลักฐานในการตรวจสอบ เพราะหากมีการทุจริตเกิดขึ้น และการกระทำที่ไม่สนองประชาชน นั่นถือเป็นความเสียหายของประเทศชาติ” นพ.วรงค์กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่าที่พรรคไทยภักดีไม่ร่วมรัฐบาล เป็นเพราะมีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย นพ.วรงค์กล่าวว่า เคยหาเสียงไว้ว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอไม่ร่วม แม้แต่หากส้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ร่วม และเคยให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เมื่อเราดีลเราดีลกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จริงๆ ร่วมได้ แต่คำนวณแล้วว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาลแล้วจะทำอะไรไม่ได้ ดังนั้น ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนในการตัดสินใจ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้มีการติดต่อทาบทามมาแล้วหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า ไม่ได้มีการประสานกัน เพียงแค่ตนคิดว่า หากอยากจะร่วมเขาก็น่าจะต้อนรับ แต่เราไม่ได้มีการพูดคุยกัน เราก็มีมารยาท จึงใช้การวิเคราะห์ของตนคิดว่าเป็นฝ่ายค้านจะทำงานให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้ดีกว่า
เมื่อถามว่า พรรคไทยภักดีถือเป็นพรรคการเมืองเล็กเพียงพรรคเดียวที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ไปร่วมรัฐบาล มองว่าการทำงานในฐานะฝ่ายค้านจะสามารถแสดงพลังได้ดีกว่าหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องการเป็นพรรครัฐบาล หากคิดความสุขสบายส่วนตัว การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีทรัพยากรเยอะมาก จึงมีศักยภาพและจะได้ประโยชน์แค่ส่วนตัว แต่การตัดสินใจเรื่องประโยชน์ประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองนั้นยาก เพราะมีแค่ 1 เสียง การจะไปจัดการทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม ก็ยาก
นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ดังนั้น การเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบสิ่งที่รัฐบาลทำ หรือการทุจริต แล้วเมื่อเราตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของส่วนรวม ตนคิดว่าเราน่าจะทำหน้าที่นี้ให้กับประชาชนได้สมกับที่ประชาชนรอคอยและตนรอคอยมา 12 ปี
เมื่อถามว่า ผลงานแรกของพรรคไทยภักดี ในฐานะฝ่ายค้านจะเป็นเรื่องอะไร นพ.วรงค์กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องใจเย็นๆ แฟร์กับรัฐบาล ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำงานเต็มที่ ย้ำว่าไม่นั่งหยุมหยิม แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานการทุจริต การประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ เราทำงานแบบไม่ยั้งมือ คือการตรวจสอบจะไม่ใช่การตรวจสอบแบบสร้างอีเวนต์เพื่อให้เป็นข่าว ทุกอย่างต้องจบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ดังนั้น หากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจจะไม่เห็นบทบาทของตนเพราะไม่รู้จะตรวจสอบอะไร แต่หากท่านทำไม่ตรงไปตรงมา หรือเอื้อประโยชน์เราเจอกันแน่ในสภา
ต่อข้อถามว่า เมื่อประกาศเป็นฝ่ายค้านแล้ว จุดยืนในการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือนายกรัฐมนตรี จะไม่โหวตหนุนซีกรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า ด้วยมารยาทของฝ่ายค้าน วิธีของฝ่ายค้านจะมีสองอย่างคือ หนุนฝ่ายค้านกับงดออกเสียง ตนจะแจ้งอีกครั้ง แต่เราไม่ควรโหวตให้กับรัฐบาล ยกเว้นเรื่องสำคัญของประเทศชาติบ้านเมือง นายกฯพึ่งพาตนได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ตนช่วยท่านได้
เมื่อถามว่า สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า คำว่าฝ่ายค้านความแนบแน่นไม่เหมือนรัฐบาล เราจอยกันแบบหลวมๆ ในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ใช่ต้องมาพึ่งพากันทุกเรื่อง ดังนั้น ในการทำงานเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องนั่งจับไม้จับมือเหมือนกับรัฐบาล
เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านจะเข้มแข็งหรือไม่ เนื่องจากมีทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์กล่าวว่า “คนอื่นผมไม่รู้ แต่ผมเข้มแข็งแน่นอน ผมเชื่อว่าผมสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี ทั้งนี้ การได้กลับเข้ามาสภาอีกครั้ง ผมรู้สึกตื่นเต้น”
จากนั้น นพ.วรงค์ได้โชว์บัตรประจำตัว ส.ส.ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยได้มีการจูบบัตร พร้อมกล่าวว่า เหมือนชนะแชมป์โลก ทำให้ผู้สื่อข่าวแซวว่า แชมป์โลกต้องกัดบัตร นพ.วรงค์จึงกัดบัตรตามคำแซว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หมอวรงค์’ ตื่นเต้นเข้าสภา ในรอบ 12 ปี เตือนหากรบ.เอื้อประโยชน์เจอกันแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th