โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สยามพิวรรธน์” พลิกเกมรีเทล สร้างต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail of Sustainable Lifestyle นำ NEXTOPIA คว้า 2 มาตรฐานโลก EDGE และ Fitwel ครั้งแรกของไทย

TODAY

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 04.38 น. • TODAY

เคยไหม อยากออกไปเดินเล่นให้ร่างกายได้หายใจจริง ๆ สักครั้ง แต่ก่อนจะก้าวออกจากบ้านต้องเช็กค่าฝุ่นก่อนทุกครั้ง สิ่งที่ควรจะเป็นเรื่องธรรมดาอย่างการสูดอากาศ กลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องครุ่นคิด คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าเราจะพักผ่อนอย่างไร แต่คือเราจะหาพื้นที่ที่ดีต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้จากที่ไหน

ศูนย์การค้าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คนเมืองใช้เวลาอยู่มากที่สุด ทั้งจับจ่ายใช้สอย ทานอาหาร พบปะสังคม หรือแม้แต่ใช้เป็นที่พักใจหลังวันทำงานยาวนาน แต่เราแทบไม่เคยตั้งคำถามว่า พื้นที่เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และโลกที่เราอาศัยอยู่จริงหรือไม่

จากคำถามเหล่านั้นเอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ NEXTOPIA ต้นแบบแรกของโลก “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” ที่สามารถคว้า 2 Global Certificates คือ EDGE และ FITWEL ครั้งแรกให้ประเทศไทย

[ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ]

NEXTOPIA ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเพียงแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมือง แต่ถูกวางบทบาทให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งอนาคต บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ NEXTOPIA ไว้ว่า ตลอดระยะเวลา 68 ปี สยามพิวรรธน์พัฒนาโครงการในฐานะ “Game Changer” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนภาคธุรกิจ แต่ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตของเมืองควบคู่กันไป

ในยุคนี้ Sustainability กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง และใกล้ตัวผู้คนมากที่สุด พื้นที่สยามพารากอน ดำเนินงานมากว่า 20 ปี และมีผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่มากกว่า 200,000 คนต่อวัน เราจึงมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน

การผนึกกำลังของกลุ่มสยามพิวรรธน์กับพันธมิตรชั้นนำในอีโค่ซิสเต็มระดับโลกกว่า 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร และคู่ค้า รวมถึง 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมทดลองและสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าร่วมกัน

การได้รับการรับรองมาตรฐาน EDGE ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว รวมถึงรางวัลชนะเลิศ The Best of Bangkok Design Week 2026 จากเวทีระดับโลก European Product Design Award (EPDA) ตอกย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นในการทำให้โครงการนี้เป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากล

หลังเปิดโครงการเพียงสองเดือน พื้นที่แห่งนี้ยังกลายเป็นพื้นที่แห่งเรียนรู้ มีทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และนักศึกษาเข้ามาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการต่อยอดในโครงการอื่น ๆ ต่อไปด้วย

[ NEXTOPIA กับความยั่งยืนที่จับต้องได้ ภายใต้มาตรฐาน EDGE ]

“ที่ผ่านมามักจะได้ยินคำถามว่า Sustainability ฟังดูเป็นเชิงนามธรรม จะสามารถวัดผลได้ไหม จับต้องได้หรือเปล่า แต่ NEXTOPIA เป็นพื้นที่ที่พิสูจน์ได้ว่าคำว่ายั่งยืน ทำได้จริงนะ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่วัดผลได้ จับต้องได้”

นรีรัตน์ สันธยาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Sustainability and Investor Relations บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เล่าถึงเบื้องหลังของมาตรฐาน EDGE และ Fitwel ที่โครงการได้รับว่า มาตรฐานของ EDGE เป็นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งทางสยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบตั้งแต่โครงสร้าง วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ ไปจนถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากร ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการใช้น้ำ ลดการเกิดขยะของเสีย ไปจนถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ซึ่ง NEXTOPIA ได้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐาน EDGE ใน 3 ด้านหลัก

  • ด้านพลังงาน (Energy Efficiency)ออกแบบให้รองรับแสงธรรมชาติและหมุนเวียนอากาศได้ดี ใช้วัสดุ ETFE แทนกระจก และเทคโนโลยีที่ช่วยลดความร้อน ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ช่วยลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ 47%
  • ด้านน้ำ (Water Efficiency) เน้นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย โดยเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้น้ำชนิดประหยัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเพิ่มฟองอากาศ สามารถลดการใช้น้ำได้ 34%
  • ด้านวัสดุ (Materials Efficiency)เลือกใช้สีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) รวมทั้งการใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างที่ทนทาน ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ 59%

[ NEXTOPIA ยกระดับผู้คนและสุขภาวะ ภายใต้มาตรฐาน Fitwel ]

ดร.นรี ภิญญาวัฒน์ ผู้บริหาร บริษัท แอททิเลียร์ เทน สาขากรุงเทพฯ และอรรณพ กิ่งขจี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด ร่วมกันเจาะลึกถึงมาตรฐาน Fitwel ในแต่ละส่วน

  • ด้านสุขภาวะ (Well-being) : ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร

– ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) แยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
– มี Floor Radiant Cooling (ระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น) ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค เพื่ออากาศสะอาด
– วัสดุทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs ซึ่งปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพอากาศ พร้อมด้วยมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy
– การสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน

  • สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางกายและความปลอดภัย (Increases Physical Activity)

– ออกแบบพื้นที่โดยใช้แนวคิด Biophilic พร้อมผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น The Spiral บันไดโถงที่เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ทำให้คนเลือกเดินขึ้นลงมากกว่าการใช้ลิฟท์ อีกทั้ง The Forest Canopy และ The Ocean Canopy ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล รวมถึงขยะจากท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์ที่สวยงาม เพื่อเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ และดึงดูดให้คนใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นชั้น 5A เช่นกัน
– The Kinetic Floor และ The Energy Playground แค่ทุกคนขยับก็ร่วมกันผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่สนใจเทคโนโลยีและชอบนวัตกรรมที่สัมผัสได้
– มีพื้นที่ออกกำลังกายและมุมพักผ่อน, กิจกรรมร่วมกับร้านค้าเพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการฉีดวัคซีน

  • อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water) : ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการและน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ

– สนับสนุนการเลือกทานอาหารที่ดีด้วยเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจุดเติมน้ำดื่ม (Refill Stations) ที่ให้บริการน้ำดื่มคุณภาพสูง
– มีตลาดเกษตรกร (Farmers Market) โชว์เคสผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และเวิร์กช็อปอัพไซคลิง (Upcycling) เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งสุขภาพและความยั่งยืน

  • สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง (Supports Social Equity for Vulnerable Populations)

– มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน เช่น ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่
– ให้การสนับสนุนพื้นที่สำหรับกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น Dots Coffee ที่เป็นร้านกาแฟแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นคนตาบอด และ Autistic Art ที่เป็นแกลลอรี่งานศิลปะจากเด็กออทิสติก

[ NEXTOPIA พื้นที่ต้นแบบแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ]

นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังเป็นพื้นที่ต้นแบบแรกที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 และจะขยายครอบคลุมศูนย์การค้าทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050

โดยรศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต Chief of Nextopia และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (Sustainability) ได้เล่าให้ฟังต่อว่า NEXTOPIA เป็นพื้นที่แสดงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ทำอย่างไรให้ดีต่อโลกและดีต่อคนที่มาเยี่ยมเยือนด้วย ปกติแล้วเมื่อเราพูดถึงเรื่อง Sustainability เรามักจะพูดถึงเรื่องที่ดีต่อโลก การปลูกต้นไม้ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป พื้นที่อย่าง NEXTOPIA จึงสำคัญมาก ในการทำให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ปกติ แต่มัน Sustainable ด้วย

สยามพิวรรธน์ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ภายใต้โครงการ Utility Green Tariff (UGT1) โดยใช้พลังงานหมุนเวียนที่มีใบรับรองพลังงานสะอาด (Renewable Energy Certificated : REC) ทั้งหมด 100% ซึ่งนี่คือก้าวแรกของการทำพื้นที่ต้นแบบ ขยับจากการใช้ REC 30% สู่ 100% ว่าจะขับเคลื่อนได้อย่างไร อีกทั้งพื้นที่ส่วนนี้ จะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 458,000 กิโลกรัม เทียบเท่ากับต้นไม้ 50,000 ต้น

“ที่นี่ไม่ใช่รีเทลสำหรับ SME อย่าเข้ามาแล้วรู้สึกว่าที่นี่เป็นแค่ Retail Space ที่นี่คือพื้นที่ที่สร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน อยากให้ทุกคนมาเพื่อเรียนรู้ แล้วมาผนึกกำลังกัน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมร่วมกัน” รศ.ดร.สิงห์ กล่าว

ทั้งหมดนี้ สะท้อนวิธีคิดของสยามพิวรรธน์ ที่ไม่ได้มองเพียงมิติของธุรกิจ แต่มองรวมทั้งอีโค่ซิสเต็ม มองว่าผู้คนในสังคมจะได้ประโยชน์อะไร สามารถส่งต่อคุณค่าออกไปให้คนในชุมชนและสังคมอย่างไรบ้าง และพร้อมขับเคลื่อน NEXTOPIA สู่พื้นที่ที่ทุกคนสามารถสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...