โฮมโปร กระแสเงินสดเฉียดหมื่นล้าน รุก Hybrid Store ปูทาง New S-Curve กลุ่มลูกค้า B2B
HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท กระแสเงินสด 9,300 ล้านบาท ชู ROE 22.73% ปันผล 0.22 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำสถานะหุ้น Defensive ในกลุ่มค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านที่ให้ผลตอบแทนสูง กางกลยุทธ์ Hybrid Store และระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ มุ่งบริหารต้นทุนและขยายฐานลูกค้า B2B ในระยะยาว
28 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,011.39 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนของกำลังซื้อและแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงาน โดยบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) ไว้ได้ที่ 8,099.72 ล้านบาท
ในมิติของประสิทธิภาพการทำกำไร HMPRO รายงานอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 26.71% ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ในระดับสูงถึง 22.73% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก
ด้านสถานะทางการเงิน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 70,648.48 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.71 เท่า และที่สำคัญคืออัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.71 เท่า บ่งชี้ถึงความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำและความคล่องตัวในการขยายธุรกิจในอนาคต
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสูงถึง 9,337.05 ล้านบาท ซึ่งทำหน้าที่เป็นเงินทุนหมุนเวียนหลักในการขยายสาขาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีโดยไม่ต้องพึ่งพากู้ยืมในระดับที่สูงเกินไป
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ HMPRO ระบุว่า แม้ในปีที่ผ่านมาธุรกิจจะต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านหนี้ครัวเรือนและสถานการณ์ภัยธรรมชาติในบางภูมิภาค แต่บริษัทสามารถจำกัดผลกระทบผ่านแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
"HMPRO ยังคงสะท้อนความเป็นหุ้นค้าปลีกกลุ่ม Home Improvement ที่มีลักษณะ Defensive มีฐานกระแสเงินสดแข็งแรง ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระดับสูง และนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" — นายวีรพันธ์ กล่าว
ปัจจุบัน HMPRO มีเครือข่ายสาขารวม 133 แห่ง โดยในปี 2568 มีการเปิดสาขาใหม่รวม 10 แห่ง ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การรุกโมเดล Hybrid Store (จำนวน 14 สาขา) ซึ่งเป็นการควบรวมระหว่าง "โฮมโปร" และ "เมกาโฮม" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource Sharing) และขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งกลุ่ม End-user และกลุ่มช่างผู้รับเหมา
ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน บริษัทได้ดำเนินการ:
- ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS): เพื่อยกระดับความแม่นยำในการบริหารสต็อกสินค้า
- โลจิสติกส์ความเร็วสูง: พัฒนาบริการจัดส่งสินค้าขนาดเล็กภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาดในยุคดิจิทัล
- ขยายกลุ่ม B2B: มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร เช่น ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อสร้าง New S-Curve ของรายได้
ทางบริษัทยังคงเดินหน้าแผนงาน Net Zero ภายในปี 2593 โดยปัจจุบันได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วกว่า 116 สาขา เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และมุ่งเน้นการหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ผ่านโครงการ Trade-In ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเสื่อมสภาพตามมาตรฐานสากล