โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โฮมโปร กระแสเงินสดเฉียดหมื่นล้าน รุก Hybrid Store ปูทาง New S-Curve กลุ่มลูกค้า B2B

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 03.27 น.

HMPRO กำไรปี 68 แตะ 6,011 ล้านบาท กระแสเงินสด 9,300 ล้านบาท ชู ROE 22.73% ปันผล 0.22 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำสถานะหุ้น Defensive ในกลุ่มค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านที่ให้ผลตอบแทนสูง กางกลยุทธ์ Hybrid Store และระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ มุ่งบริหารต้นทุนและขยายฐานลูกค้า B2B ในระยะยาว

28 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,011.39 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนของกำลังซื้อและแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงาน โดยบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) ไว้ได้ที่ 8,099.72 ล้านบาท

ในมิติของประสิทธิภาพการทำกำไร HMPRO รายงานอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 26.71% ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ในระดับสูงถึง 22.73% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก

ด้านสถานะทางการเงิน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 70,648.48 ล้านบาท โดยมีโครงสร้างหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.71 เท่า และที่สำคัญคืออัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.71 เท่า บ่งชี้ถึงความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำและความคล่องตัวในการขยายธุรกิจในอนาคต

จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสูงถึง 9,337.05 ล้านบาท ซึ่งทำหน้าที่เป็นเงินทุนหมุนเวียนหลักในการขยายสาขาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีโดยไม่ต้องพึ่งพากู้ยืมในระดับที่สูงเกินไป

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ HMPRO ระบุว่า แม้ในปีที่ผ่านมาธุรกิจจะต้องเผชิญกับปัจจัยลบด้านหนี้ครัวเรือนและสถานการณ์ภัยธรรมชาติในบางภูมิภาค แต่บริษัทสามารถจำกัดผลกระทบผ่านแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด

"HMPRO ยังคงสะท้อนความเป็นหุ้นค้าปลีกกลุ่ม Home Improvement ที่มีลักษณะ Defensive มีฐานกระแสเงินสดแข็งแรง ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นในระดับสูง และนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" — นายวีรพันธ์ กล่าว

ปัจจุบัน HMPRO มีเครือข่ายสาขารวม 133 แห่ง โดยในปี 2568 มีการเปิดสาขาใหม่รวม 10 แห่ง ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การรุกโมเดล Hybrid Store (จำนวน 14 สาขา) ซึ่งเป็นการควบรวมระหว่าง "โฮมโปร" และ "เมกาโฮม" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource Sharing) และขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งกลุ่ม End-user และกลุ่มช่างผู้รับเหมา

ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน บริษัทได้ดำเนินการ:

  • ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS): เพื่อยกระดับความแม่นยำในการบริหารสต็อกสินค้า
  • โลจิสติกส์ความเร็วสูง: พัฒนาบริการจัดส่งสินค้าขนาดเล็กภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาดในยุคดิจิทัล
  • ขยายกลุ่ม B2B: มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร เช่น ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อสร้าง New S-Curve ของรายได้

ทางบริษัทยังคงเดินหน้าแผนงาน Net Zero ภายในปี 2593 โดยปัจจุบันได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วกว่า 116 สาขา เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และมุ่งเน้นการหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ผ่านโครงการ Trade-In ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเสื่อมสภาพตามมาตรฐานสากล

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...