โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Copernicus เผย เดือนมกราคมร้อนที่สุดอันดับ 5 ทำปี 2569 เริ่มต้นด้วยสภาพอากาศสุดขั้วสองซีกโลก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 14.01 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 14.25 น.
ค่าความผิดปกติของอุณหภูมิพื้นผิวอากาศในเดือนมกราคม 2569 เทียบกับค่าเฉลี่ยของเดือนมกราคมในช่วงปี 2534-2563 ที่มาภาพ:https://climate.copernicus.eu/copernicus-fifth-warmest-january-sees-2026-start-weather-extremes-across-both-hemispheres

สำนักงานบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service :C3S) ของสหภาพยุโรป รายงานว่า เดือนมกราคม 2569 เป็นมกราคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 เท่าที่มีการบันทึกมา โดยพบสภาพอากาศที่สุดขั้วและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ นอกจากนี้ C3S ยังระบุว่าอุณหภูมิในเดือนนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.47 องศาเซลเซียส

เว็บไซต์ Copernicus Climate Change Service ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม ซีกโลกเหนือต้องเผชิญกับคลื่นความหนาวเย็นที่รุนแรง เนื่องจากกระแสลมกรดขั้วโลก (Polar Jet Stream) ที่ไหลวนได้พัดพาอากาศเย็นจัดลงมาสู่ยุโรปและอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ยุโรปเผชิญกับเดือนมกราคมที่หนาวที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยติดลบ 2.34 องศาเซลเซียส

แม้จะมีช่วงที่อากาศหนาวจัด แต่อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของมกราคมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย รวมถึงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาร์กติกและทางตะวันตกของอเมริกาเหนือด้วย

ภาพแสดง กระแสลมกรดขั้วโลก ที่พัดพาอากาศเย็นจัดลงมาสู่ยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มาภาพ: https://climate.copernicus.eu/copernicus-fifth-warmest-january-sees-2026-start-weather-extremes-across-both-hemispheres

ในพื้นที่ซีกโลกใต้ต้องเผชิญกับความร้อนทุบสถิติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะสุดขั้ว โดยเฉพาะไฟป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนมกราคม ข้อมูลจากบริการตรวจสอบบรรยากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Atmosphere Monitoring Service:CAMS) ระบุว่าไฟป่าที่รุนแรงได้คร่าชีวิตผู้คนในออสเตรเลีย ชิลี และภูมิภาคปาตาโกเนีย

นอกจากนี้ ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พื้นที่ตอนใต้ของทวีปแอฟริกายังเผชิญกับฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมรุนแรง โดยเฉพาะในประเทศโมซัมบิก ซึ่งส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อทั้งชีวิต ความเป็นอยู่และทรัพย์สินของผู้คนในพื้นที่

ซาแมนธา เบอร์เกสส์ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ จากศูนย์สภาพภูมิอากาศระยะกลางของยุโรป (European Centre for Medium-Range Weather Forecasts:ECMWF)กล่าวว่า เดือนมกราคม 2026 เป็นสิ่งเตือนใจที่ชัดเจนว่า ระบบภูมิอากาศสามารถก่อให้เกิดสภาพอากาศที่หนาวจัดในภูมิภาคหนึ่ง พร้อมกับความร้อนสุดขั้วในอีกภูมิภาคหนึ่งได้ในเวลาเดียวกัน

แม้ว่ากิจกรรมของมนุษย์จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้โลกภาวะโลกร้อนในระยะยาว แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ‘ความยืดหยุ่นและการปรับตัว’ ต่อสภาวะสุดขั้วที่เพิ่มขึ้น คือหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมของสังคม ให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่จะรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับอุณหภูมิพื้นผิวโลก และ อุณหภูมิผิวน้ำทะเล ประจำเดือนมกราคม 2569 มีดังนี้

สถิติอุณหภูมิโลก

  • มกราคม 2569 ถูกบันทึกว่าเป็นเดือนมกราคมที่ ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา
  • อุณหภูมิผิวอากาศเฉลี่ยอยู่ที่ 12.95 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (ปี 2534-2563) ถึง 0.51 องศาเซลเซียส
  • แม้จะร้อนติดอันดับ 5 แต่เดือนนี้ยังมีอุณหภูมิ ต่ำกว่า เดือนมกราคมปี 2568 (ซึ่งครองสถิติร้อนที่สุด) อยู่ 0.28 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิในเดือนนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรม (ปี 2393- 2533) ถึง 1.47 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ที่นานาชาติพยายามควบคุมภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement)

อุณหภูมิผิวน้ำทะเล

  • อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลก ระหว่างละติจูด 60 องศาใต้ถึงละติจูด 60 องศาเหนือ อยู่ที่ 20.68 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็น อันดับ 4 เท่าที่มีการบันทึกมาของเดือนมกราคม โดยต่ำกว่าสถิติเดือนมกราคม 2567 อยู่ 0.29 องศาเซลเซียส

  • พื้นที่วงกว้างในแถบ กึ่งเขตร้อน (Subtropical) และ แอตแลนติกเหนือฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ทะเลนอร์วีเจียน (Norwegian Sea) มีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี

  • มหาสมุทรแปซิฟิก

  • แปซิฟิกเหนือ: ส่วนใหญ่ยังคงมีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก

    • แปซิฟิกเขตศูนย์สูตร (ตอนกลางและตะวันออก): อุณหภูมิใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะ “ลาณีญาแบบอ่อน (Weak La Niña)”
  • จุดที่อุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ย พบได้ชัดเจนใน ทะเลอาหรับ, มหาสมุทรอินเดีย, แปซิฟิกใต้ตอนกลาง และทะเลแทสแมน

สถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลก

ขั้วโลกเหนือ (Arctic)

  • พื้นที่น้ำแข็ง: อยู่ในระดับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 6% ซึ่งถือเป็นระดับที่ ต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 สำหรับเดือนมกราคมเท่าที่มีการบันทึกมา
  • พบความหนาแน่นของน้ำแข็งต่ำกว่าปกติอย่างมากใน ทะเลแบเรนต์สตอนเหนือ (ระหว่างหมู่เกาะสฟาลบาร์และฟรานซ์โจเซฟแลนด์) รวมถึงใน อ่าวบัฟฟิน และ ทะเลแลบราดอร์ พื้นที่ที่มีน้ำแข็งน้อยเหล่านี้สัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิอากาศพื้นผิวที่ สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก ในบริเวณดังกล่าว

ขั้วโลกใต้ (Antarctic)

  • พื้นที่น้ำแข็ง: อยู่ในระดับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8% แต่ยังไม่ติดอันดับ 10 อันดับแรกของเดือนที่มีน้ำแข็งน้อยที่สุด
  • ทะเลเวดเดลล์ (Weddell Sea): มีความหนาแน่นของน้ำแข็ง สูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่วนพื้นที่อื่นๆ โดยรวมน้ำแข็งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะใน ทะเลเบลลิงส์เฮาเซน (Bellingshausen Sea)

สถานการณ์น้ำฝนและความชื้น

พื้นที่ในยุโรป

  • ฝนมากกว่าปกติ (Wetter-than-average) ในพื้นที่ส่วนใหญ่ใน ยุโรปตะวันตก ภาคใต้ และภาคตะวันออก รวมถึงคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปน/โปรตุเกส), อิตาลี, คาบสมุทรบอลข่านฝั่งตะวันตก, ไอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยปริมาณฝนที่หนักมากได้ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและความเสียหายเป็นวงกว้าง
  • แห้งแล้งกว่าปกติ (Drier-than-average) ตั้งแต่ยุโรปกลาง ลากยาวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือผ่านกลุ่มประเทศบอลติกไปจนถึงฟินแลนด์ รวมถึงบางส่วนของรัสเซียตะวันตก สแกนดิเนเวีย และไอซ์แลนด์

พื้นที่นอกยุโรป

  • ปริมาณฝนสูงกว่าปกติ ใน แคนาดาฝั่งตะวันตก, เม็กซิโกตอนเหนือ, สหรัฐฯ ตอนใต้ เอเชียกลาง, รัสเซียฝั่งตะวันออกสุด, และญี่ปุ่น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล, ออสเตรเลียตอนเหนือ และตอนใต้ของทวีปแอฟริกา และเกิดน้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่
  • ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือและตอนใต้ของสหรัฐฯ ทางตอนใต้ของจีน พื้นที่ส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ (นอกเขตร้อน) รวมถึงออสเตรเลียตอนใต้และตะวันตก ในประเทศชิลี อาร์เจนตินา และออสเตรเลีย สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งทำให้เกิดไฟป่า
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...