โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบ็คกี้ เผยบท ‘แนนโน๊ะ’ ติดคาแร็กเตอร์กลับบ้าน คดีค่ายเก่าค้างค่าตัว 20ล. ยังเงียบ

Khaosod

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 04.54 น.

เบ็คกี้ เผยท้าทายบท ‘แนนโน๊ะ’ รับติดคาแร็กเตอร์กลับบ้าน แววตาสดใสหายไป-เผยคดีค่ายเก่าค้างค่าตัว 20 ล้าน ยังเงียบ โอดเงินไม่ใช่น้อยๆได้บทเรียนอย่าใจดีเกินไป

เรียกว่าเป็นอีกก้าวสำคัญทางการแสดงของ เบ็คกี้ รีเบคก้า อาร์มสตรอง กับการพลิกบทบาทสุดท้าทายเป็น “แนนโน๊ะ” ในซีรีส์เรื่อง เด็กใหม่ The Reset

ล่าสุดวันที่ 4 มี.ค. 69 เบ็คกี้ ที่มาร่วมงาน “Girl From Nowhere The Reset” GALA PREMIERE ณ INFINICITY HALL ชั้น 5 สยามพารากอน เปิดใจยอมรับว่าเป็นบทที่ยากและเข้มข้นที่สุดในชีวิต ต้องสเต็ปอัพทุกด้าน ทั้งภาษา อารมณ์ และพลังสายตา พร้อมเผยการรับมือกับอารมณ์ตัวละครที่ติดกลับไปบ้านด้วย

นอกจากนี้ เบ็คกี้อัพเดตประเด็นคดีค่ายเก่า ค้างเงินค่าตัวประมาณ 20 ล้าน ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย อีกฝ่ายยังเงียบ ยืนยันเดินหน้าฟ้องเต็มที่

กับบทบาท แนนโน๊ะ?
“รู้สึกท้าทายมากๆ เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่เบ็คได้รับบทบาทนี้ คือมันเป็นระยะเวลาที่นานมากๆ กว่าที่ทุกคนรู้ด้วยซ้ำค่ะ เพราะว่าเป็นการไปแคสติ้ง ค่อยรู้ผลแล้วไปเวิร์คช็อป มีผู้กำกับฯ 6 คน แล้วหนูต้องเจอกับนักแสดงใหม่ๆ ทุกครั้งเลยค่ะ ก็จะต้องมาบิ้ลด์ใหม่ๆ ค่ะ”

สิ่งที่รู้สึกท้าทายที่สุดกับบทนี้คือเรื่องอะไร?
“ถ้าเรื่องก่อนหน้านี้หนูจะบอกว่าเป็นภาษาไทย ตอนนี้คงเป็นทุกอย่างไปเลยค่ะ เหมือนกับเราต้องสเต็ปอัพในทุกๆ อย่างจริงๆ ตั้งใจมากๆ อยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดค่ะ อาจจะเป็นนักแสดงที่เก่งที่สุด เป็นบทที่เบ็ครู้สึกว่าสนุกมากเลยค่ะ ทุกครั้งที่ได้เข้าไปเป็นแนนโน๊ะ กลับบ้านแล้วพูดว่าวันนี้สนุกมาก เพราะว่าสำหรับเบ็คการที่เข้าไปเป็นตัวละครคนหนึ่ง เป็นอะไรก็ได้รู้สึกยังไงก็ได้ทำอะไรก็ได้ รู้สึกสนุกค่ะ”

ติดคาแร็กเตอร์กลับบ้านไปไหม?
“ตลอดเลยค่ะ ปัญหาตอนนั้นคือหนูถ่ายสองเรื่องอยู่ค่ะ คาแร็กเตอร์มันไม่เหมือนกันเลย อีกเรื่องนึงจะค่อนข้างเหมือนเบ็คมากๆ เลยค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้ก็จะพลิกบทบาทไปเลย แต่ความเหมือนที่อยากบอกก็คือหนูชอบเรียนจิตวิทยา เป็นคนที่ชอบสังเกตคนอยู่แล้วความคิดเป็นยังไงแนนโน๊ะก็จะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน สังเกตแล้วค่อยเข้าหา”

ภาพจำของแนนโน๊ะจะมีดวงตาที่สื่อสารอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกท้าทายด้วยไหม?
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ บางที Body Language มันไม่เยอะแต่แค่มองตา ก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่แน่ๆ ค่ะ ก็จะมีหลายๆ เลเยอร์ หลายๆ อารมณ์ในหนึ่งซีนค่ะ จะเข้าหาบุคคลนั้นแบบไหน บางทีก็จะน่ารัก บางทีก็จะดุไปเลยก็มี หลายๆ อารมณ์ค่ะ”

ที่บอกว่าติดคาแร็กเตอร์กลับบ้านด้วย แล้วเราสลัดออกยังไง?
“ก็ฟังเพลงค่ะ ใช้วิธีฟังเพลงเพราะเป็นคนชอบฟังเพลงมากๆ แล้วก็ทุกๆ ครั้งการเข้าตัวละครของเบ็คคือการฟังเพลง แล้วอีกอย่างตอนที่เวิร์คช็อปมองห้องนี้เป็นสีอะไร ตอนเล่นเป็นแนนโน๊ะ หนูมองเห็นเป็นสีส้มกระพริบเร็วๆ ตลอดเวลา มันคือเราเป็นเจ้าของห้องนี้ เราทำอะไรก็ได้”

การเรียนจิตวิทยาเองมันช่วยในเรื่องการแสดงได้มากขนาดไหน?
“หนูว่าอาจจะเป็นเรื่องการเข้าใจแต่ละเรื่องราว บางทีคนเขาเป็นอย่างนั้น เราไม่ไปตัดสินว่าเขาเป็นอย่างนั้นทำไม สำหรับหนูรู้สึกว่าแนนโน๊ะเป็นตัวละครที่ไม่มีความรู้สึก แต่ก็อาจจะหลอกว่ามีความรู้สึก แปลว่ามันจะหลายเลเยอร์มากๆ แล้วก็พอเราเข้าใจว่าคนคนนี้เขาเป็นแบบนี้ทำไม มันยิ่งสนุก”

“เบ็ครู้สึกว่าทุกประเด็นใน 6 อีพีนี้ เราอาจจะเคยเจอ เพื่อนอาจจะเคยเจอหรือกำลังจะเจอ หมายความว่ามันใกล้ตัวเรามากๆ มันมีคนแบบนี้ในโลกของเราจริงๆ บางทีโลกก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น เราอาจจะคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้หนีไปได้ แต่จริงๆ แล้วมันก็จะมีเวย์หลายๆ อย่าง ก็รู้สึกว่าหลายๆ เรื่องราวของตรงนี้อยากให้ทุกคนตั้งใจดูจริงๆ มันมีข้อคิดในทุกๆ อันจริงค่ะ”

“จริงๆ ก็เป็นเบ็คกี้คนเดิมเลยค่ะ เบ็คจะเป็นคนที่โพสิทีฟเอเนอร์จี้อยู่แล้ว แต่เมื่อเข้าบทบาทก็เข้าได้เลย พอออกปุ๊บก็ออกได้เลยเหมือนกัน แต่สิ่งที่รู้สึกชัดเลยคือแววตาที่สดใสมันหายไป อาจจะไม่ได้มีใครสังเกต สำหรับตัวเบ็คการที่กลับไปเล่นอีกตัวละครนึงยากนิดนึง เพราะว่าดวงตาที่สดใสมากๆ เราต้องดึงเขากลับมา ตอนนี้ก็ค่อยๆ ดึงกลับมาเรื่อยๆ อยู่ค่ะ แต่ก็เต็มที่มากๆ เป็นโอกาสที่ดีและสนุกค่ะ”

คนรอบข้างทักมั้ยว่า เบ็คมีสายตาที่น่ากลัวอยู่นะ?
“มีค่ะ แต่ว่าไม่ได้ชวนแนนโน๊ะมานะวันนี้(หัวเราะ) ไม่ได้ชวนมานะ แต่วันนี้ก็อาจจะมาในบางตอน ตอนที่แนนโน๊ะเข้ามาเป็นการหลับตาแล้วก็มองเห็นห้องนี้แหละ แต่มันจะมีบุคคลคนหนึ่งที่เรามองเป็นสีอื่น
ยังไม่บอกค่ะว่าเป็นใคร ไม่ใช่สีชมพูค่ะ (หัวเราะ)”

คิดว่าเรามีพัฒนาการด้านการแสดงขึ้นอย่างไร?
“ก็รู้สึกว่าเราค่อยๆ ไปทีละสเต็ป ตอนแรกเรื่องภาษาไทยที่ยังอ่านและเขียนไม่ค่อยได้ ตอนนี้ต้องมารับบทบาทที่หนักมากๆ เหมือนกัน แต่ก็ตั้งใจมากๆ อยากทำออกมาให้ดีที่สุด อาจจะไม่ได้เป็นนักแสดงที่เก่งที่สุด แต่ว่าตั้งใจและพัฒนาแน่นอน รับทุกฟีดแบ๊กทุกคอมเมนต์ของทุกคนเพื่อไปพัฒนาตัวเอง”

กดดันกับความคาดหวังของแฟนๆ ?
“เรารู้อยู่แล้วค่ะว่าต้องมี เราเคารพทุกความคิดเห็นของทุกคน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดแบบไหนก็ได้ เราทำเต็มที่ในหน้าที่ตรงนี้ ก็เอ็นจอยไปกับผลงานที่กำลังจะปล่อยออกมา”

หลังจากนี้งานต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?
“เบ็คเพิ่งกลับจากมิลาน สนุกมากค่ะ เป็นครั้งแรกที่เบ็คได้ไป แล้วก็ได้ไปเจอวัฒนธรรมของอิตาลี ได้ไปกินพาสต้า พิซซ่า มีความสุขมากๆ ค่ะ”

มันเป็นโอกาสให้กับให้เบ็คกี้ในการไปทำงานต่างประเทศ?
“เบ็ครู้สึกว่ามันคือการเปิดประสบการณ์ เราก็ค่อยๆ เติบโตทีละปี ย้อนกลับได้เจอผู้คนมากมาย ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว เบ็คกี้ยังไม่กล้าที่จะพูดคุยอะไรแบบนี้เลยค่ะ เราไม่มีความมั่นใจตรงนั้นเลย ก็รู้สึกว่าการที่เราค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ก็ประทับใจทุกพาร์ทเลยนะ”

เมื่อมีโอกาสได้ไปงานต่างประเทศแล้ว มันเสียโอกาสงานในไทยไหม?
“มันก็มีอยู่แล้ว บางครั้งเบ็คอยู่ตรงนั้นก็จะเสียโอกาสตรงนี้ แต่ก็รู้สึกว่าอะไรที่เราเลือกจะทำเราเต็มที่กับสิ่งนั้นไปเลย แต่ช่วงนี้ก็จะอยู่ที่นี่เพราะว่าจะต้องโปรโมทซีรีส์”

ขออนุญาตอัพเดตเรื่องของค่ายเก่า เรื่องไปถึงไหนแล้ว?
“ก็ยังอยู่ในโพรเซสเหมือนเดิมเลยค่ะ ยังได้ความเงียบกลับมา ยังเงียบอยู่ค่ะ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงไหน แต่ก็ฟ้องแล้วนะคะ กำลังอยู่ในคดีค่ะ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เบ็ค หลายๆ คนเหมือนกัน ก็ขอให้ไม่มีใครต้องเจอแบบนี้ มันหนักจริงๆ นะคะ เราไม่อยากต้องมาเจออะไรแบบนี้แล้ว จะมีทนายทางฝั่งเบ็คคอยตามเรื่องตลอดเวลา แต่ฝั่งนั้นก็เงียบมากๆ เลยค่ะ เราก็ฟอลโลว์อัพตลอดเวลา เพราะว่าเงินก็ไม่ได้น้อยเลยค่ะ คือเราหาใหม่ได้ไหม มันก็หาใหม่ได้ แต่ว่ามันก็ต้องตั้งใจทำงานมากๆ เหมือนกัน”

ส่วนตัวเรากังวลใจหรือหนักใจกับเรื่องอย่างไรบ้าง?
“ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา ปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายจัดการไปเลย ส่วนตัวเบ็คก็ตั้งใจทำงานตรงนี้เอ็นจอยกับทุกๆ วัน ไม่ให้มามีผลกระทบต่อความรู้สึกดีกว่า ไม่งั้นสุขภาพจิตไม่ไหวจริงๆ”

ความเสียใจยังคงเกิดขึ้นมั้ยเพราะเราก็ทำงานไปแล้ว?
“มันก็คงกลับมาคิดว่าแบบทำไมเราเจออะไรแบบนั้นนะ เราต้องระวังตัวขึ้นไหมหรือเปล่า คนรอบตัว ความไว้ใจอะไรอย่างนี้”

ได้บทเรียนกับตัวเองอย่างไรบ้างกับเรื่องนี้?
“บางทีเราไม่ควรไนซ์กับทุกคนเกินไป บางทีมันอาจจะโดนเอาเปรียบ”

มั่นใจว่าจะมีโอกาสจะได้คืน?
“fingers crossed (ทำท่าไขว้นิ้ว) ท่าแนนโน๊ะ”

ตอนนี้เบ็คกี้ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นอย่างไร?
“โอเคเลยค่ะ เติบโตได้ดีเลย ทุกคนทำงานหนักมากๆ ค่ะ แล้วก็พยุงกันค่ะ เวลาไปเมืองนอกก็จะมีทีมไป จริงๆ มีพี่ชายที่จะคอยไปด้วย เขาจะช่วยคุยงาน แต่เวลาอยู่ไทยก็จะมีทีมอีกทีมหนึ่ง”.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบ็คกี้ เผยบท ‘แนนโน๊ะ’ ติดคาแร็กเตอร์กลับบ้าน คดีค่ายเก่าค้างค่าตัว 20ล. ยังเงียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...