โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GGC ชู B10 แก้วิกฤติน้ำมัน เทิร์นอะราวด์ลุยใหญ่ HVP

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#GGC #ทันหุ้น – GGC ลุ้นรัฐเพิ่มไบโอดีเซลในน้ำมันเป็น B10 แก้วิกฤติพลังงาน ชี้ราคาน้ำมันปัจจุบันทำได้ พร้อมเสนอแผนดันน้ำมันบนดินไทยลงมาเหลือ 26 บาท แข่งขันฟอสซิลได้ กางแผนปี 2569 อีบิทดาโต 10% ลุยหนักผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (HVP) เป้ารายได้พุ่ง 20% มั่นใจปีนี้เทิร์นอะราวด์ ตัวเบาเคลียร์ด้อยค่าเกลี้ยง

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล (B100) จะเป็นทางรอดของประเทศในการรับมือกับวิกฤตการณ์โลก โดยเฉพาะในสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันดิบ การขยับสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 (ผสม B100 ในน้ำมันดีเซลสัดส่วน 5%) ในปัจจุบันไปเป็น B10 (ผสม B100 ในสัดส่วน 10%) จะช่วยลดมูลค่าการนำเข้าได้มูลค่าสูงถึง25,000 ล้านบาท เป็นการรักษาเงินตราออกนอกประเทศและยืดระยะเวลาการมีพลังงานสำรองไว้ใช้ในยามวิกฤติ

ที่ผ่านมาไทยเคยมีส่วนผสมไบโอดีเซลถึง B20 แต่ได้มีการปรับลดลงมาเป็น B5 เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลที่ผ่านมามีราคาต่ำกว่า อย่างไรก็ GGC วิเคราะห์ว่าหากราคาน้ำมันดีเซลในตลาดอยู่ที่ประมาณ 30 กว่าบาทต่อลิตร การผสม B100 เข้าไปในสัดส่วน B10 จะไม่ส่งผลกระทบให้ราคาหน้าปั๊มสูงขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น

สำหรับระยะยาวต้องมีแนวทางในการทำให้ต้นทุนไบโอดีเซล (B100) ต่ำลง ซึ่งมองว่าสามารถทำให้ต้นทุน B100 มาอยู่ในระดับ 26 บาทได้ แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการที่เน้นการช่วยเกษตรกรในด้านราคาสูงๆ ให้หันมาช่วยด้านประสิทธิภาพผลิต “ลดต้นทุน-เพิ่มยิลด์ต่อไร่” จากปัจจุบันผลิตผลิตเฉลี่ย 3 ตันต่อไร่ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 4-7 ตันต่อไร่ หากเกษตรกรมีผลผลิตสูงขึ้นจะช่วยให้มีกำไรที่ดี แม้ราคาผลปาล์มจะอยู่ที่ 4 -4.50 บาทต่อกิโลกรัม นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจไบโอดีเซลยังเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยตัว B100 เองสามารถลดการปล่อยก๊าซฯ ได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

นายกฤษฎา ยอมรับว่า การลดส่วนผสมของไบโอดีเซลในน้ำมันเป็น B5 ที่ผ่านมา ทำให้ GGC มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-Rate) ไม่สูงมากอยู่ที่ประมาณ 50% แต่ก็ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่อยู่เพียง 30% เท่านั้น สาเหตุที่บริษัททำได้สูงกว่าตลาดเป็นเพราะการบริหารจัดการและทำ Optimization ร่วมกับบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการที่โรงงานมีต้นทุนการผลิตที่ดีกว่า ทำให้มีการรับซื้อจาก GGC มากขึ้น ส่วนเอทานอลค่อนข้างท้าทายเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงเกินไปจนไม่คุ้มกับราคาขาย ทำให้ GGC ตัดสินใจหยุดการผลิตเอทานอลชั่วคราวในช่วงปีนี้เพื่อลดผลกระทบต่อผลประกอบการ

@ ลุยใหญ่ธุรกิจเพิ่มมูลค่า

ส่วนทิศทางในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของอีบิทดาที่ 10% โดนเน้นสร้างการเติบโตผ่านผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVP) ซึ่งบริษัทประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งเป้ารายได้กลุ่มนี้โต 20% ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก คือ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ (Food & Feed) ซึ่งจะเปิดตัว Bio NutriSorb อิมัลชั่น ชีวภาพ สำเร็จรูปสำหรับผสมอาหารสัตว์ และขยายไลน์ Nutralist ด้วย Vitamin C Plus รองรับแนวโน้มการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม (Pharmaceutical) โดยบริษัทฯ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้ Nutralist ได้แก่ Phyto Activ Plus ช่วยดูแลเรื่องคอเลสเตอรอล สุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง(Cosmetic & Personal Care) เปิดตัว C12-14 Alkyl / Benzoate (ABZ) วัตถุดิบสำหรับ Skincare และ Cosmetics เพื่อเจาะตลาดความงามที่เติบโต 4.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานในอุตสาหกรรม (Industrial Application) ผลักดัน Biosovell สำหรับภาคเกษตร และอุตสาหกรรมสี เน้นสารเคมีชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องมาตรฐานความยั่งยืน/คาร์บอนต่ำ

นอกจากนี้ยังจะยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน โดยตั้งเป้าลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง 150 ล้านบาท และยังจะเดินหน้าในการผนึกเกษตรกรขับเคลื่อนผ่านโครงการ Carbon Credit Program จากสวนปาล์มต้นแบบกว่า 5,000 ไร่ ปัจจุบัน GGC มีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีแผนลงทุน ปี 2569 จำนวน 400 ล้านบาท

นายกฤษฎา เชื่อว่า ผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้มีการตั้งสำรองด้อยค่าของธุรกิจเอทานอลโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) ครบถ้วนแล้ว ปีนี้จะไม่มีการตั้งด้อยค่าอีก และจากการเดินหน้าธุรกิจของบริษัทจะทำให้ปีนี้บริษัทกลับมามีกำไรได้ ซึ่งในไตรมาส 4/2568 บริษัทก็มีกำไรแล้วเช่นกัน

“ปีนี้เราออกสตาร์ตแล้ว และจะทำให้ GGC กลับมามียืนอยู่บนกระดานได้อย่างแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าเดิม” นายกฤษฎา กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...