โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อุทาหรณ์ สาวชาร์จมือถือไว้ข้างหมอน บึ้มสนั่นกลางดึก ตื่นมาเสียโฉม ไฟครอกหนักกว่า 70%

Thaiger

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

อุทาหรณ์ สาวชาร์จมือถือข้ามคืนไว้ข้างหมอน บึ้มสนั่นกลางดึก ไฟลุกพรึ่บที่วที่นอน ตื่นมาเสียโฉม ไฟครอกหนักกว่า 70%

กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ใช้เป็นอุทาหรณ์เตือนคนใช้มือถือในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เมื่อมีหญิงรายหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ต้องถูกไฟครอกทั้งใบหน้าและลำตัวกว่า 70% หลังจากที่เธอชาร์จโทรศัพท์มือถือเอาไว้ข้างหมอน ก่อนจะนอนหลับไป จากนั้นมันเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่ทรายสาเหตุ สะเก็ดไฟที่เกิดขึ้นลุกลามไปยังหมอน และที่นอนอย่างโดยที่หญิงผู้โชคร้ายไม่ทันได้ตั้งตัว

แพทย์ผู้ให้การรักษา เผยว่า “แผลไฟไหม้ที่เกิดขึ้นทั่วใบหน้า และร่างกายมากกว่า 70% ทำให้หน้าเสียโฉมอย่างหนัก แม้จะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวที่ได้รับความเสียหายเป็นระยะเวลานาน”

อุทาหรณ์ สาวชาร์จมือถือไว้ข้างหมอน บึ้มสนั่นกลางดึก ตื่นมาเสียโฉม ไฟครอกหนักกว่า 70%-3

สาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ เปิดเผยว่า“เธอชอบชาร์จแบตมือถือเอาไว้ข้ามคืน และมักจะวางมันตรงข้างหมอนมานานหลายปี โดยไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก่อน”

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเขตทงโจว กรุงปักกิ่ง ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ให้ประชาชนได้รับทราบว่า “การเสียบที่ชาร์จทิ้งไว้กับปลั๊กเป็นเวลานาน แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในก็ยังทำงานต่อเนื่องและจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว”

อุทาหรณ์ สาวชาร์จมือถือไว้ข้างหมอน บึ้มสนั่นกลางดึก ตื่นมาเสียโฉม ไฟครอกหนักกว่า 70%-1

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจาก :m.sohu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...