บุกทลายรังเน็ตเถื่อนข้ามชาติ! แฉขบวนการเช่าห้องติดตั้ง VPN ปล่อยสัญญาณทะลุเมียนมา รับค่าจ้างเดือนละหมื่น
บุกทลายรังเน็ตเถื่อนข้ามชาติ! แฉขบวนการเช่าห้องติดตั้ง VPN ปล่อยสัญญาณทะลุเมียนมา รับค่าจ้างเดือนละหมื่น ส่อผิดกฎหมายโทรคมนาคมโทษหนัก
วันที่ 16 ก.พ. 2569 ตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับ กสทช. และตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่าย เข้าตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามหมายค้นศาลจังหวัดเชียงราย ที่ ค34/2569 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 การเข้าตรวจค้นมีขึ้นเพื่อค้นหาและยึดสิ่งของที่อาจเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณาคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย ชุดอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายความเร็วสูง 12 ชุด อุปกรณ์โครงข่ายปลายทาง (ISP Routers) 13 เครื่อง เอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ อีกหลายรายการ
สืบเนื่องจากมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือสกัดกั้นการนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปใช้ในทางมิชอบและลักลอบใช้งานข้ามแดน โดยตรวจพบความผิดปกติทั้งปริมาณการใช้งานและจำนวนวงจรอินเทอร์เน็ตที่ติดตั้งในพื้นที่ชายแดน
ห้องพักดังกล่าวตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวชายแดนไทย–เมียนมา ภายในบางส่วนไม่มีการอยู่อาศัย แต่พบการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายและคอมพิวเตอร์ที่ดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็น “จุดรวม–กระจายสัญญาณ” พร้อมตั้งค่าระบบ VPN และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีพฤติการณ์ส่งผ่านทราฟฟิกไปยังประเทศเมียนมา
จากการสอบถามผู้เช่าห้อง ทราบว่าเป็นการดำเนินการในลักษณะขบวนการ โดยมีการว่าจ้างให้บุคคลเช่าห้องพักใกล้ชายแดน ซึ่งด้านหลังห้องหันไปทางแนวพรมแดน เพื่อใช้ติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณข้ามแดน พร้อมติดตั้งอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการหลายวงจร รองรับการใช้งานฝั่งประเทศเมียนมา แลกกับค่าตอบแทนประมาณเดือนละ 10,000 บาท การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 ฐานร่วมกันมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 11 ฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 67(3) กรณีประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหากเป็นกิจการที่ต้องมีใบอนุญาตแบบที่สาม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้ายกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และสกัดกั้นขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการลากสายหรือส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เพจตำรวจสอบสวนกลาง หรือ กสทช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป