เมืองพัทยาตรวจสอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล แจ้งความดำเนินคดีผู้รับเหมา
กรณีคลิปรถบรรทุกปล่อยน้ำสีดำลงบ่อทราย ก่อนไหลลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ถูกนำมาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลใจให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว โดยห่วงว่าจะกระทบสิ่งแวดล้อมทางทะเลและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
วันนี้ (3 ก.พ.2569) จากการสำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำฝน ในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ยืนยันว่า บ่อดังกล่าวคือบ่อรับน้ำฝน ไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย ส่วนสาเหตุเกิดจากระหว่างการก่อสร้างพบตะกอนและน้ำเสียอยู่ในระบบ ต้องดำเนินการด้วยการล้างท่อ โดยสูบน้ำเสียทั้งหมดส่งเข้าระบบบำบัดโดยตรง แต่ผู้รับเหมากลับดำเนินการขุดบ่อทรายเพิ่มเติม แล้วนำน้ำเสียไปพักไว้ ก่อนสูบน้ำบางส่วนปล่อยลงทะเล ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ล่าสุด สั่งการให้ผู้รับเหมาสูบน้ำออกจากบ่อรับน้ำฝนและปิดบ่อชั่วคราวแล้ว พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมา
ขณะที่วันนี้ (3 ก.พ.) เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตรวจสอบคุณภาพน้ำในทะเล ผลปรากฏว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ตามปกติ ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ชลบุรี เก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำในบ่อทราย และสำรวจแนวปะการังบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุรัศมี 12 กิโลเมตร คุณภาพน้ำในทะเลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็นและไม่พบผลกระทบต่อสัตว์น้ำ
ข้อมูลของโยธาธิการเมืองพัทยา พบว่า บ่อรับน้ำฝนที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ใกล้กับชายหาดจอมเทียน เริ่มตั้งแต่โค้งดงตาลไปจนถึง สภ.ย่อยชัยพฤกษ์ ไม่ได้เชื่อมต่อระบบกับระบบบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งท่อระบายน้ำของชุมชน ซึ่งอยู่กันคนละฝั่ง โดยมีถนนกั้นกลาง ดังนั้นน้ำเสียจากชุมชนจะไม่สามารถไหลลงทะเลได้
สำหรับโครงการปรับภูมิทัศน์หาดนาจอมเทียน ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 209 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2567 และเตรียมจะส่งมอบงานในวันที่ 16 ก.พ.นี้
อ่านข่าว
ทช.เอาผิดผู้รับจ้างปรับภูมิทัศน์ฯ พบปล่อยน้ำเสียลงทะเลหาดจอมเทียน
กรมทะเลเข้มงวด แจ้งจับเรือบรรทุกน้ำมัน ทิ้งสมอทำลายปะการังอ่าวสยาม
โฆษก สปส.ชี้แจงซื้อที่ดินชลบุรีทำตามระเบียบ ปัดเอื้อประโยชน์