โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทิสโก้เปิดสูตรลงทุนฝ่าสงคราม แนะจัดพอร์ต 3 ธีมลุยตลาดโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารทิสโก้แนะนักลงทุนปรับพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือความผันผวนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ชูกลยุทธ์ 3 ธีมการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมมองว่าตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวภายใน 3–6 เดือน หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งปะทุ

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มสร้างความผันผวนต่อการลงทุนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาสถิติความขัดแย้งระดับโลกตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พบว่าตลาดหุ้นมักฟื้นตัวหลังเหตุการณ์ความขัดแย้ง โดยดัชนี S&P 500 มักปรับลดลงเฉลี่ย 8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันแตะจุดต่ำสุด ก่อนเริ่มฟื้นตัวกลับมาในช่วงราว 3 เดือน

ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ธนาคารทิสโก้แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนตาม 3 ธีมหลัก เพื่อรับมือกับหลายสถานการณ์

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

ธีมแรก Geopolitical Play หรือกลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก

ได้แก่ หุ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลังงาน และทองคำ ซึ่งมักได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มงบประมาณกลาโหมของประเทศต่างๆ รวมถึงความต้องการพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

โดยข้อมูลสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1990 พบว่า ดัชนี S&P500 Aerospace & Defense ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ในช่วง 6 เดือนหลังความขัดแย้งเกิดขึ้น

ธีมที่สอง Resilience Play หรือกลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน

เช่น หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และสาธารณูปโภค ซึ่งมีลักษณะธุรกิจที่ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจผันผวน มีรายได้สม่ำเสมอ และยังสามารถปรับราคาสินค้าได้ในภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ช่วยรักษาเสถียรภาพของพอร์ตลงทุนหากสงครามยืดเยื้อ

ธีมที่สาม Recovery Play หรือกลุ่มที่มีโอกาสฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ได้แก่ ตลาดหุ้นเอเชีย ไทย จีน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมักถูกกดดันในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียและอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง ทำให้การปรับฐานของราคาหุ้นเปิดโอกาสในการเข้าลงทุนระยะยาว

การกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์จะช่วยให้พอร์ตสามารถรับแรงกระแทกจากความผันผวน และยังสร้างโอกาสในการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

ในส่วนมุมมองราคาน้ำมัน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่า โอกาสที่ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มีไม่มาก เว้นแต่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อเนื่องยาวนานเกิน 2–3 สัปดาห์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากหลายฝ่ายพยายามรักษาเส้นทางเดินเรือให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว TISCO ESU ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาน้ำมัน เนื่องจากกำลังการผลิตส่วนเกินของกลุ่ม OPEC ลดลงและกระจุกตัวอยู่เพียงบางประเทศ

ขณะที่อุปสงค์พลังงานโลกยังคงเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทยอยปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นระยะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...