โศกนาฏกรรม32ศพ เครนสปีดเทรนถล่มทับรถไฟ/นายกฯเดือดรฟท.บี้เยียวยา
สลด! เกิดเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟ สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำขบวนรถตกรางเพลิงไหม้โบกี้ มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย อยู่ระหว่างการค้นหาอีก 3 ราย “นายกฯ” ชี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ จี้ผู้ว่าฯ รฟท. พิจารณาตัวเอง ข้องใจกรมบัญชีกลาง ผู้รับเหมา ก่อเหตุซ้ำซากยังไม่ขึ้นบัญชีดำ ฉุนวงเงินเยียวยา รฟท.จ่ายรายละ 8 หมื่น ลั่นต้องหลักล้าน บอกหลักหมื่นหลักแสนใครเป็นญาติคงไม่ยอม “ผู้บริหารอิตาเลียนไทย” ขอโทษทุกฝ่าย ยอมรับความผิดพลาด ขอดูแลผู้เกี่ยวข้องเต็มที่ “ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง” เผยสาเหตุตัวรับน้ำหนักเครนทรุดตัว ทำเครนหนักกว่า 400 ตันหล่นใส่ตู้รถไฟ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.05 น. พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสารรถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 รับผู้โดยสารจำนวน 208 คน จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์-ปลายทาง จ.อุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะเกิดเหตุรถไฟใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ขบวนรถไฟตกรางและมีเพลิงลุกไหม้ โบกี้รถไฟจำนวน 3 ตู้พังเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะบริเวณตู้ที่ 2 เกิดไฟลุกท่วม มีผู้โดยสารติดภายในรถจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งระดมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งรพ.สีคิ้ว รพ.สูงเนิน และ รพ.มหาราชนครราชสีมา รวมทั้งนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากภายในโบกี้รถไฟ
สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นรถไฟขบวนดังกล่าวได้แล่นมาในจุดที่กำลังมีการก่อสร้างโครงการรถไฟคู่ แต่ในจังหวะนั้นเองได้เกิดเหตุบริเวณเครนที่ใช้ในการก่อสร้างและเกิดชำรุดและได้ตกใส่ขบวนรถไฟที่กำลังแล่นมาในจังหวะพอดี ส่งผลให้รถไฟเกิดตกรางและพลิกคว่ำตกริมทางมีไฟลุกท่วมที่บริเวณโบกี้ที่สอง
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ทางสภ.สีคิ้ว เร่งอำนวยความสะดวกเต็มที่ ในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยได้ตั้งศูนย์อำนวยการในการช่วยเหลือเรื่องข้อมูลของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้กับญาติที่จะเดินทางมาเพื่อติดต่อ ส่วนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในตู้รถไฟนำออกมาเกือบหมดแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบให้ครบถ้วนอีกที นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดถึงเหตุที่เกิดขึ้นได้
“จากการตรวจผู้เสียชีวิตเบื้องต้นนำร่างออกมาได้แล้ว 19 ราย ยังติดอยู่ในตู้รถไฟอีก 9 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตเป็น 28 ราย รวมทั้งได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งกระจายตามโรงพยาบาลปากช่อง โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง โรงพยาบาลเทพรักษ์ และมีผู้เสียชีวิตที่ รพ.เทพรัตน์นครราชสีมาอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวม 29 ราย บาดเจ็บ 67 ราย โดยทางจังหวัดได้ตั้งจุดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ มีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นผู้สั่งการ” ผบก.ภ.จ.นครราชสีมากล่าว
ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา อัปเดตข้อมูลเวลา 16.00 น. เหตุเครนตกใส่รถไฟบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน ลงระหว่างทาง 37 คน เหลืออยู่ในขบวน 171 คน ไม่บาดเจ็บ 70 คน บาดเจ็บ 67 คน เสียชีวิต 29 คน อยู่ระหว่างการค้นหา 5 คน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนว่าทำไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้ เรื่องนี้ตนต้องไล่ถามอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า แต่ขออย่านำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้
หนูจี้ผู้ว่าฯ รฟท.พิจารณาตัวเอง
“ดูแล้วโครงการนี้มันก็หลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้ก็มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ” นายอนุทินกล่าว
ถามว่า การก่อสร้างจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงานแผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องความเสียหายมีการชดใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงานผู้รับเหมาก็จะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณที่ต้องเสียเพิ่มเติม รวมทั้งต้องเร่งหาสาเหตุและความรับผิดชอบ รฟท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องสืบสวนสอบสวน หากจะว่าผิดก็ต้องผิดทั้งหมด เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น จะต้องมีคนถูกลงโทษ และรับผิดชอบที่ควบคุมโครงการไม่ดี สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้ รฟท.แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้าง
ซักว่าจะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลางจะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำ ตนก็ถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และตนก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน และจะนำเรื่องนี้กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดำเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ
นายกฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยอย่างมาก แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ และหน่วยงานเองก็กังวลว่าหากทำไปก็กลัวจะถูกฟ้องกลับ จึงมองว่าควรจะเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา แต่หากคนเสนอไปก็จะถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหาว่าจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้ง ตนจึงต้องเว้นระยะ ซึ่งหากไม่ดำเนินการและเกิดเหตุซ้ำแบบนี้ ก็คงไม่ต้องมีการเว้นระยะและใช้หลักการปิดชื่อถือพฤติกรรม
“เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม จะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมาก็ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอ หรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ดังนั้นการจะไปจ้างผู้รับเหมาแบบนี้ก่อสร้างภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกันเรื่องนี้ รฟท.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย ไม่ต้องกังวลสถานการณ์จะบีบบังคับให้ตรวจสอบเอง ซึ่งต่อจากนี้ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ รฟท.จะอยู่ได้หรือไม่ ก็ให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจากคราวที่แล้วคิดจำกัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ผมจึงต้องถามกลับและให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ผมยังเป็นนายกฯ อยู่” นายกฯ กล่าว
ซักว่าฝ่ายการเมืองเตรียมนำเรื่องดังกล่าวออกมาโจมตี นายอนุทินกล่าวว่า ตนห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส จ.นครราชสีมามีผู้แทนราษฎรพรรคใดเยอะที่สุด จะมาโยนพรรคอื่นได้อย่างไร ไม่ได้หรอกอย่าไปเล่นการเมือง
ยอดเสียชีวิตพุ่ง 32เจ็บ 66
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่เกิดเหตุนายอนุทินปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ จ.พังงา และได้ยกเลิกภารกิจทันทีเพื่อเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพมหานคร โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เดินทางกลับไปพร้อมกันด้วย และทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ได้เดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาทันที รวมทั้งนายกฯได้สั่งการให้นายพิพัฒน์ไปบัญชาการเหตุการณ์หน้างาน เบื้องต้นในสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ เรื่องของการเยียวยา ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้าง
ขณะที่ นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุและได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุและทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างอย่างเร่งด่วน โดยงจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ระยะทางรวม 37.45 กิโลเมตร วงเงิน 9,848 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีความก้าวหน้า 99.54%
ส่วนนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้อย่างชัดเจน โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือแบ่งเป็นค่าทำศพรายละ 40,000 บาท และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นอีกรายละ 40,000 บาท พร้อมทั้งจะอำนวยความสะดวกในการนำส่งร่างกลับภูมิลำเนาตามความประสงค์ของญาติ ส่วนผู้บาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา
ถามถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ นายอนันต์กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน คนขับรถไฟปลอดภัยและได้เดินทางออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ควบคุมรถเครนยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบหาสาเหตุเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส
เวลา 17.50 น. นายกฯ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบเหตุเครนถล่มรถไฟความเร็วสูง โดยมีนายพิพัฒน์ พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ารายงานสถานการณ์ และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึง ได้เดินเข้าไปพูดคุยพร้อมทั้งให้กำลังใจญาติของผู้สูญหายจากเหตุการณ์ จำนวน 3 ราย โดยขอให้พักผ่อนก่อน ยืนยันเจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการให้ จากนั้นนายกฯ ได้เดินดูบริเวณจุดที่เครนหล่นใส่ขบวนรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟตู้ที่ 2 และ 3 ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมทั้งสำรวจซากชิ้นส่วนของงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ตกลงมาบนรางรถไฟด้วย โดยระหว่างตรวจสอบพื้นที่ นายกฯ ได้สอบถามถึงสัญญาการก่อสร้างว่าบริษัทใดเป็นผู้ควบคุมงาน และได้ถามหาผู้ควบคุมงานเพื่อจะสอบถามถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงความคืบหน้าล่าสุด ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหา 3 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 66 ราย
ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างรายงานว่า สาเหตุเบื้องต้นที่ได้สอบถามจากผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ทราบว่าตัวรับน้ำหนักเครนตรงกลางเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูป ทำให้ตัวซัพพอร์ตหล่นลงจากตอม่อพอดีกับช่วงที่ขบวนรถไฟผ่านมา เครนซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 400 กว่าตัน จึงตกใส่บริเวณรถไฟตู้ที่ 2 และตู้ที่ 3 ดังนั้นต้องใช้เครนขนาดใหญ่ 400-500 ตัน มาช่วยในการเคลื่อนย้าย
นายกฯ จี้เยียวยาต้องหลักล้าน
ส่วนรักษาการผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า รฟท.เร่งการสืบสวนสาเหตุ ซึ่ง รฟท.ตั้งคณะทำงานไว้อยู่แล้ว และอาจจะเชิญวิศวกรผู้ควบคุมงาน วิศวกรผู้รับจ้าง และผู้ดูแลโครงการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสืบสวนครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน ส่วนการเยียวยา เนื่องจากมีจำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยในส่วนของผู้เสียชีวิต รฟท.จะช่วยค่าปลงศพรายละ 40,000 บาท และเงินสมทบอีก 40,000 บาท เป็น 80,000 บาท ขณะที่เจ้าของโครงการมีประกันภัยโครงการเช็กเบื้องต้นวงเงินประกันภัยอยู่ที่ 50 ล้านบาท ขณะนี้กำลังประสานงานกับทางผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บต่อไป
ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.จังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า เรื่องของการประกันภัย สำนักงาน คปภ. นครราชสีมาได้ประสานกับบริษัทประกันภัยในการดูแลความเสียหายครั้งนี้ เบื้องต้นผู้บริหาร คปภ. บริษัทประกันภัย และบริษัท อิตาเลียนไทยฯ คุยกันว่าสำหรับผู้เสียชีวิตจะเยียวยาเบื้องต้น 150,000 บาท ซึ่งความเสียหายครั้งนี้เป็นความคุ้มครองบุคคลภายนอก 50 ล้านบาทต่อเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม นายกฯ หันมาพูดกับนายพิพัฒน์ว่าแบบนี้คงไม่ได้ ก่อนบอกกับทาง คปภ.ว่า ต้องเป็นหลักล้าน ซึ่ง รฟท. จะต้องรีบประชุมบอร์ด และกำหนดทันทีว่าจะเยียวยาอย่างไร ซึ่ง รฟท.เป็นรัฐวิสาหกิจ อยู่ดีๆ ผู้โดยสารมาใช้บริการสาธารณะ แล้วคุ้มครองความปลอดภัยเขาไม่ได้ แล้วจะเยียวยารายละ 40,000 บาท คงเป็นไปไม่ได้ เติมศูนย์อีกตัวยังไม่ได้เลย ดังนั้น รมว.คมนาคมจะต้องสั่งการให้มีการประชุมบอร์ด และต้องเยียวยา ส่วน รฟท.จะไปไล่เบี้ยกับบริษัทผู้รับจ้าง หรือบริษัทประกันก็ว่ากันไป แต่ให้ 80,000 บาทต่อราย มันเป็นไปไม่ได้ ใครเป็นญาติก็คงไม่ยอม
"มันไม่มีเบื้องต้น เบื้องท้ายแล้ว คนตายไป 30 คน ตายก็คือตายไม่มีเบื้องต้น เขาควรจะได้เท่าไร สืบสวนสอบสวนอย่างไรเขาก็ตายแล้ว มันไม่ใช่เบื้องต้น ตายแบบนี้จ่ายแสนนึง ตายแบบนี้จ่ายสองแสน แบบนี้คงไม่ใช่ คปภ.ต้องรักษาความสูญเสีย วันนี้ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของ รฟท. ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของผู้รับจ้าง เอาเป็นว่าหนึ่งชีวิตต้องได้รับการเยียวยาจากประกันภัยอย่างน้อย 30 คน ต้องมีหลักล้านอยู่แล้ว จะต้องไฟต์ให้ ตรงนี้ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว ผู้รับจ้างผิด 500 ล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ผู้ควบคุมงานจะผิดด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบเบื้องต้นต้องอยู่ที่ผู้รับจ้างผู้รับเหมาในฐานะที่ทำงานไม่ดี" นายกฯ กล่าว
ด้านนายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้าง กล่าวยอมรับความผิดพลาด และต้องขออภัยทุกท่านที่สร้างปัญหาให้ต้องเดือดร้อน ขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้เคราะห์ร้ายทุกท่าน รวมถึง รฟท.ที่เป็นผู้ว่าจ้าง สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ จะต้องเปิดเส้นทางให้ รฟท.กลับมาใช้ทางได้เร็วที่สุด การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบของบริษัท ตามสัญญามีประกันวงเงินคุ้มครองอยู่
“อะไรที่เกินเลยจากการดูแลของประกันภัย ทางบริษัทจะรับดูแลโดยแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน ญาติของผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะทำดีที่สุดเรื่องการเยียวยา แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ คืนนี้ (14 ม.ค.) จะมีการจัดรถเครน 400 ตัน และ 500 ตัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรหนักเข้ามา ซึ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุภายในคืนนี้ โดยจะเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืน ตั้งเป้าว่าภายใน 3 วันจะเปิดใช้เส้นทางได้เหมือนเดิม” ผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ระบุ
4 ข้อสันนิษฐานเครนทับรถไฟ
ด้านบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือแถลงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียและบาดเจ็บ กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา บริษัทพร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ และบริษัทพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
วันเดียวกัน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เรื่อง "อุบัติเหตุซ้ำซาก เครนก่อสร้างสีคิ้วถล่ม" ระบุว่า โครงเหล็กเครนลอนเชอร์เป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในเวลานี้
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้ 1.อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป 2.ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตัวต่อตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย 3.ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน 4.สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับร่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้
“เหตุการณ์คล้ายกันที่โครงเหล็กร่วงลงมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง คือการก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2566 และเหตุการณ์ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มลงมาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2567 ทั้ง 2 เหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องในมาตรการความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ” นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างระบุ.