“หลายประเทศเอเชีย” ยกระดับคัดกรองสนามบิน หลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 2 ราย
"หลายประเทศเอเชีย" ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ยกระดับคัดกรองและเฝ้าระวังสนามบิน หลังอินเดียพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 2 ราย
วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 11.48 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าการพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งเป็นไวรัสอันตรายถึงชีวิต จำนวน 2 รายในอินเดีย ได้กระตุ้นให้หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย ยกระดับมาตรการคัดกรองที่สนามบิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน
ไวรัสนิปาห์มีค้างคาวกินผลไม้และสัตว์บางชนิด เช่น หมู เป็นพาหะ สามารถก่อให้เกิดอาการไข้และสมองอักเสบ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% แม้เชื้อสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แต่การติดต่อไม่เกิดขึ้นง่าย และมักต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน โดยทั่วไปไวรัสจะแพร่สู่มนุษย์จากค้างคาวที่ติดเชื้อ หรือผลไม้ที่ปนเปื้อนจากค้างคาว
ทางการอินเดียยืนยันว่าการติดเชื้อทั้ง 2 รายถูกพบในช่วงปลายเดือนธันวาคม ในรัฐเบงกอลตะวันตก โดยผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และขณะนี้กำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่าได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดจำนวน 196 ราย ซึ่งยังไม่พบผู้ใดมีอาการ และผลตรวจทั้งหมดเป็นลบ
กระทรวงสาธารณสุขอินเดียระบุว่าได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการสอบสวนโรคอย่างเข้มข้น จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้เชื่อข้อมูลตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไม่ถูกต้องซึ่งแพร่กระจายอยู่ในสื่อบางส่วน
แม้ไวรัสนิปาห์จะก่อให้เกิดการระบาดเป็นครั้งคราว แต่นักไวรัสวิทยาระบุว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ โดยขณะนี้มีวัคซีนหลายชนิดอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ แต่ยังไม่ได้รับการรับรองใช้งาน เอฟสตาเธียส จิโอทิส อาจารย์ด้านไวรัสวิทยาโมเลกุลจากมหาวิทยาลัยเอสเซกซ์ของอังกฤษ ระบุว่า แม้จำเป็นต้องเฝ้าระวัง แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ากำลังเกิดภัยคุกคามด้านสาธารณสุขในวงกว้าง
รายงานการติดเชื้อในอินเดียทำให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเนปาลและฮ่องกง อยู่ในภาวะเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานโรคติดต่อของสิงคโปร์ประกาศตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบิน สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอินเดีย พร้อมประสานงานกับประเทศในเอเชียใต้เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนาระบบรายงานลำดับพันธุกรรมของเชื้อในระดับโลก
ด้านฮ่องกง ระบุว่าได้อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานสาธารณสุขยกระดับการคัดกรองสุขภาพที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารที่เดินทางมาจากอินเดีย
ไทยได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง โดยกำหนดจุดจอดเฉพาะสำหรับอากาศยานที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง และให้ผู้โดยสารกรอกแบบฟอร์มประกาศสุขภาพก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่มาเลเซียยกระดับการเตรียมความพร้อมผ่านการคัดกรองสุขภาพที่จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผู้เดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยง
ทั้งนี้จีนระบุว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงจากการนำเชื้อเข้าประเทศจากผู้เดินทาง ส่วนเนปาลซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดีย ประกาศอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูง และได้เพิ่มมาตรการคัดกรองนักเดินทาง
ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อกว่า 25 ปีก่อน จากการระบาดในหมู่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในมาเลเซียและสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเชื้อไวรัสนี้มีอยู่ในค้างคาวผลไม้มานานนับพันปี องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้นิปาห์เป็นเชื้อโรคอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ได้รับการรับรอง อัตราการเสียชีวิตสูง และมีความเสี่ยงที่เชื้อจะกลายพันธุ์จนแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น
อินเดียรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นระยะ โดยเฉพาะในรัฐเกรละ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงระดับโลก และมีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายตั้งแต่ปี 2561 ขณะที่บังกลาเทศก็พบผู้ติดเชื้อเป็นประจำเช่นกัน
ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568 ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยืนยันแล้ว 750 ราย และเสียชีวิต 415 ราย ตามข้อมูลของ Coalition for Epidemic Preparedness Innovations ซึ่งกำลังสนับสนุนการทดลองวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้ ส่วนกรณีในรัฐเบงกอลตะวันตก ถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี หลังจากเคยมีผู้เสียชีวิต 5 รายในปี 2550
อ้างอิง : bloomberg.com