โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเบอร์ ไม่ได้ดูแลแค่ลำไส้ แต่อาจปกป้อง “สมอง” ของเราไปพร้อมกัน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 22.46 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 05.45 น.

เวลาพูดถึง ไฟเบอร์ หรือ ใยอาหาร คนส่วนใหญ่มักนึกถึง การขับถ่าย หรือการคุมน้ำหนัก แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระยะหลังเริ่มชี้ไปในทิศทางที่น่าสนใจกว่านั้นมาก นั่นก็คือ อาหารที่มีไฟเบอร์สูงอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง, ความจำ และการชะลอภาวะสมองเสื่อม

อาหารอย่าง ธัญพืชเต็มเมล็ด, ผลไม้, ถั่ว, เมล็ดพืช และพืชตระกูลถั่ว ไม่ได้แค่ช่วยระบบย่อยอาหาร แต่กำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านโภชนาการที่สำคัญต่อการคงความสามารถ ด้านการคิดและการเรียนรู้ในระยะยาว

คาเรน สก็อตต์ (Karen Scott) ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาลำไส้ จากมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน (University of Aberdeen) อธิบายว่า “การเพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงด้านโภชนาการที่มีผลต่อสุขภาพสมองมากที่สุด”

ในทางกลับกัน การได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ถูกจัดเป็นหนึ่งในความเสี่ยงด้านโภชนาการสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม

‘กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย’ ชวนผู้อ่านไปทำความรู้จักว่า ไฟเบอร์คืออะไร เชื่อมโยงกับการป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้อย่างไร และเราจะเพิ่มไฟเบอร์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง

สิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกาย เมื่อเรากินไฟเบอร์

ไฟเบอร์ เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราไม่สามารถย่อยได้เหมือนน้ำตาลหรือแป้ง จึงผ่านระบบทางเดินอาหารโดยแทบไม่ถูกย่อยหรือดูดซึมอย่างรวดเร็วเหมือนคาร์โบไฮเดรตทั่วไป

ผลลัพธ์คือ:

  • อิ่มนานขึ้น
  • ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลง
  • ขนาดอุจจาระเพิ่ม
  • น้ำหนักตัวโดยรวมมีแนวโน้มต่ำกว่า

ไฟเบอร์สามารถแบ่งเป็น ใยอาหารที่ละลายน้ำ (soluble fiber) และ ไม่ละลายน้ำ (insoluble fiber)

เส้นใยที่ละลายน้ำได้ ปนอยู่กับส่วนที่เป็นแป้งในพืช ในผักและผลไม้เกือบทุกชนิด และพืชตระกูลถั่ว ข้าวโอ็ต รำข้าวโอ็ต และข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น

เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ พบมากในอาหารประเภทธัญพืช เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ข้าวสาลี รำข้าวสาลีรำข้าวเจ้า พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแห้งและผักต่างๆ

งานวิจัยพบว่า ผู้ที่กินธัญพืชเต็มเมล็ดเป็นประจำ มีดัชนีมวลกายและไขมันหน้าท้องต่ำกว่าผู้ที่กินธัญพืชขัดสี

จอห์น คัมมิงส์ (John Cummings) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านระบบทางเดินอาหารเชิงทดลอง มหาวิทยาลัยดันดี (University of Dundee) กล่าวชัดว่าไฟเบอร์ควรถูกมองเป็นสารอาหารจำเป็น ไม่ใช่แค่ตัวช่วยขับถ่าย

เขาร่วมทำการวิเคราะห์งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่า ผู้ที่กินไฟเบอร์มากที่สุด มีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลง 15 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินน้อยที่สุด

การได้รับไฟเบอร์ประมาณ 30 กรัมต่อวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงลดลงของ

  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เบาหวานชนิดที่สอง
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่

กุญแจสำคัญอยู่ที่ “ไมโครไบโอม”

เหตุผลที่ไฟเบอร์มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ได้อยู่ที่ตัวไฟเบอร์โดยตรง แต่เกิดจากกระบวนการที่จุลินทรีย์ในลำไส้นำไฟเบอร์ไปย่อยและสร้างสารสำคัญขึ้นมา

เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้ย่อยไฟเบอร์ จะสร้างกรดไขมันสายสั้น ได้แก่ อะซีเตต, โพรพิโอเนต และบิวทีเรต

บิวทีเรต ป็นพลังงานหลักของเซลล์ลำไส้ ช่วยรักษาความแข็งแรงของผนังลำไส้ ทำให้สารพิษหรือสารอักเสบผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง และผลนั้นเชื่อมโยงไปถึงสมองโดยตรง

นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “แกนลำไส้ สมอง” หรือ gut brain axis เป็นช่องทางการสื่อสารสองทางระหว่าง ระบบประสาท กับ จุลินทรีย์ในลำไส้

คาเรน สก็อตต์ อธิบายว่า “ยิ่งกินไฟเบอร์มาก ร่างกายก็ยิ่งสร้างบิวทีเรตมาก และการทำงานด้านความคิดก็มีแนวโน้มถูกคงไว้ได้ดีกว่า”

หลักฐานวิจัยด้าน สมองเสื่อม ความจำ ที่เชื่อมกับไฟเบอร์

งานวิจัยในปี 2022 ที่ติดตามผู้ใหญ่กว่า 3,700 คน พบว่า ผู้ที่ได้รับไฟเบอร์ในอาหารสูง มีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับไฟเบอร์น้อยอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งการศึกษาในผู้สูงอายุอายุมากกว่า 60 ปี พบว่า กลุ่มที่บริโภคอาหารที่มีไฟเบอร์สูง มีคะแนนการทำงานของสมองและความจำดีกว่า

ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น คือการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมในฝาแฝด ซึ่งช่วยยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล ผู้ที่ได้รับใยอาหารพรีไบโอติกทุกวัน มีผลการทดสอบด้านความจำและการคิดดีขึ้นภายใน 3 เดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

งานวิจัยนี้นำโดย แมรี นี ล็อคลีนน์ (Mary Ni Lochlainn) อาจารย์แพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จากคิงส์คอลเลจลอนดอน (King’s College London) เธออธิบายว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ ไมโครไบโอม สามารถปรับเปลี่ยนได้ และจุลินทรีย์บางชนิดมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาพ”

การตรวจอุจจาระของอาสาสมัครพบว่า กลุ่มที่ได้รับไฟเบอร์มีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ เช่นBifidobacterium เพิ่มขึ้น

การผลิตบิวทีเรตในระดับสูง ยังสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าลดลง, การนอนดีขึ้น และการทำงานสมองที่ดีขึ้น

ทีมของคาเรน สก็อตต์ยังพบว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีตัวชี้วัดการอักเสบในลำไส้สูงกว่า และมีแบคทีเรียที่ผลิตบิวทีเรตน้อยกว่าอย่างชัดเจน

แม้ยังเป็นความสัมพันธ์เชิงสังเกต แต่หลักฐานชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สุขภาพสมองอาจเริ่มต้นจากสิ่งที่อยู่ในลำไส้

เราควรกินไฟเบอร์เท่าไร และเริ่มอย่างไร

คนไทยควรกินไฟเบอร์ ประมาณ 25 - 35 กรัมต่อวัน ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและ สสส.

จอห์น คัมมิงส์แนะนำว่า ความหลากหลายของไฟเบอร์สำคัญพอ ๆ กับปริมาณ เพราะอายุยืนสัมพันธ์กับความหลากหลายของไมโครไบโอม

ตัวอย่างการเพิ่มไฟเบอร์ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

  • กินข้าวโอ๊ต
  • ดื่มน้ำเต้าหู้ หรือน้ำธัญพืช
  • เพิ่มผลไม้เช่น กล้วย ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะละกอสุก หรือเบอร์รี่
  • เพิ่มผัก เช่น ผักโขม แครอท บรอกโคลี
  • เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็น ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือควินัว
  • กินถั่วอัลมอนด์ หรือถั่วต่าง ๆ

ทั้งนี้ ควรเพิ่มปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันอาการท้องอืด และดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะไฟเบอร์ต้องการน้ำในการทำงาน

อ้างอิง bbc , nhs , thaihealth , medparkhospital

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...