โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บ้าไปแล้ว! เปิดประวัติการรักษา หนุ่ม 18 บุกโรงเรียนหาดใหญ่

สยามนิวส์

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 14 กุมภาพันธื 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. - ONCB รายงานว่า พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิ

วันที่ 14 กุมภาพันธื 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. - ONCB รายงานว่า พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงกรณีเหตุความสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่าเหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากปัญหายาเสพติดที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่ม “ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติการใช้สารเสพติดร่วม” (Dual Diagnosis) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร และผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) และการสอบทานข้อมูลร่วมกับ รพ.ธัญญารักษ์สงขลา, รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่ พบข้อมูลสำคัญที่สังคมต้องตระหนัก ดังนี้

ผู้ก่อเหตุเริ่มเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชตั้งแต่อายุ 13 ปี และมีประวัติการใช้ยาเสพติดร่วมกันหลายชนิด (Poly-drug use) ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และพืชกระท่อม ซึ่งส่งผลกระทบทำลายสมองและพฤติกรรมในระยะยาว โดยมีประวัติก้าวร้าวและทำร้ายตนเองมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผ่านการบำบัดมาแล้วหลายครั้ง โดยช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2568 ได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เนื่องจากพบภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมแปรปรวน และมีความเสี่ยงสูง

โดยหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องหา

ซึ่งต้องหาได้ให้การว่าเสพยาบ้าครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปี 2568

เลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้ว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า การที่ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติใช้สารเสพติด "ขาดความต่อเนื่องในการรับประทานยารักษาอาการจิตเวช จะทำให้อาการทางจิตกำเริบรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น“

"ครอบครัว" คือ ปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุด พ.ต.ต. สุริยา เน้นย้ำว่า ดังนั้น “ครอบครัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันเหตุ โดยต้องหมั่นสังเกต "สัญญาณเตือน" ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการก่อเหตุเสมอ ได้แก่:

ไม่หลับไม่นอน หรือ เดินไปเดินมาผิดปกติ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว พูดคนเดียว หรือหวาดระแวง ปฏิเสธการกินยารักษาอาการจิตเวช หรือกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด/สิ่งมึนเมา หากพบสัญญาณข้างต้น "ห้ามรอดูอาการ" และ "ห้ามปะทะโดยตรง" ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อปรับยาหรือนำเข้าสู่ระบบการรักษาแบบผู้ป่วยใน ก่อนที่จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

“เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำว่า การบำบัดรักษาไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่การติดตามดูแลหลังการรักษา (Aftercare) โดยครอบครัวและชุมชนคือหัวใจสำคัญ”

สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง (SMI-V) ระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้เป็นระบบ Real-time เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน้างานสามารถประเมินความเสี่ยงได้ทันท่วงทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ และขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน สามารถแจ้งสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...