โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยเอาผิด กกต. ม.157

INN News

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 03.00 น. • INN News

คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศเดินหน้าฟ้องเอาผิด กกต. ฐาน 157 ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ชี้จงใจละเมิดหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับอย่างร้ายแรง - ทนายอั๋น ให้ความเห็น การเลือกตั้ง 69 อาจเป็นโมฆะ

ความไม่ชอบมาพากล ในการจัดการเลือกตั้งสส.-การลงประชามติ และการนับคะแนน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง ของสำนักงานกกต. และข้อสังเกตในเรื่องของความโปร่งใส เเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของกกต.รวมทั้งเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆ จนกกต.ต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงรายวัน ต่อประเด็นต่างๆ

ล่าสุด ประเด็นใหญ่ เรื่อง "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" ที่นักวิชาการด้านกฎหมาย แสดงความคิดเห็นตีความไปในทำนองว่า อาจทำให้การเลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะได้ เพราะมีการตั้งข้อสังเกต "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งทุกใบที่นำเข้าคูหาสามารถสแกนเลขที่บัตร จนสามารถระบุ "ตัวผู้ลงคะแนน" ว่าเลือกพรรคไหนได้ อาจเข้าข่าย "การออกเสียงไม่เป็นความลับ" เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

โดย ที่ กกต.แถลงยอมรับว่า การจัดทำ "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" เป็นอำนาจตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และใช้เป็นหนึ่งในหลายมาตรการควบคุมความสุจริตของการเลือกตั้ง ทั้งนี้ บาร์โค้ดดังกล่าวถูกใช้ตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์ การเข้าเล่ม การแพ็กกิ้ง การแจกจ่าย และการตรวจสอบจำนวนบัตร เพื่อป้องกันปัญหาบัตรเขย่ง บัตรเกิน หรือบัตรเล็ดรอดออกนอกระบบ รวมถึงใช้ตรวจสอบกรณีมีการนำบัตรไปใช้ผิดเขตหรือผิดหน่วยเลือกตั้ง โดยไม่ได้นำมาใช้เพื่อตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใดลงคะแนนให้ใคร

นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ได้ยื่นฟ้อง กกต.ต่อ ศาลปกครองกลาง ผ่านระบบ e-Filing และศาลได้ออกหมายเลขคดีดำที่ 304/2569 จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ QR code ที่ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปหาต้นขั้ว จนสามารถติดตามได้ว่าบัตรใบไหนลงคะแนนโดยใครจนทำให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาสูญเสียความเป็นความลับในการลงคะแนนไป

โดยประเด็นหลักๆ คือ ร้องขอให้ศาล จัดเลือกตั้งใหม่ โดยพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ไม่สามารถ track กลับได้ และเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ได้ลงคะแนนไว้แล้วเสียทั้งหมด ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ขณะที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ ระบุว่า กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ พ.ร.ป.สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปก็จะพบว่าบัตรเลือกสว.ก็ มีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน

ทางด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเตรียมดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลัง กกต.แถลงยอมรับว่า ทั้งระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง สามารถสแกนและตรวจสอบย้อนกลับ (Track) ไปถึงต้นขั้วเพื่อระบุตัวตนได้ว่าผู้ลงคะแนนคนใดเลือกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรายใด

ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการจงใจละเมิดหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับอย่างร้ายแรง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างของ กกต. ที่ระบุว่าได้แยกบัตรกับต้นขั้วออกจากกันและเก็บรักษาเป็นความลับนั้น ฟังไม่ขึ้นและไม่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้ ในเมื่อการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อพิรุธและการทุจริตที่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้

สำหรับการดำเนินคดีจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้เกิดผลทางกฎหมายสูงสุด ส่วนแรกคือการเอาผิดตัวบุคคล โดยจะยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งมีโทษสถานหนักถึงขั้นจำคุก เนื่องจาก กกต. ทราบดีอยู่แล้วว่าการใส่รหัสที่สามารถระบุตัวตนลงในบัตรเลือกตั้งนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างแจ้งชัด

ในส่วนที่สองเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคะแนนเสียงของประชาชน จะมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 96 ที่คุ้มครองสิทธิและความเป็นลับของการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เพื่อนำไปสู่การสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โปร่งใสและเป็นธรรมกว่าเดิม พร้อมกันนี้ได้ประกาศเชิญชวนประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันส่งข้อมูล หลักฐาน ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอที่แสดงถึงความผิดปกติของการเลือกตั้งในครั้งนี้ มาที่เพจคุณหญิงสุดารัตน์ หรือเพจพรรคไทยสร้างไทย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีและร่วมกันทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่ถูกบิดเบือนไปกลับคืนมา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...