โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สงครามราคารถยนต์จีนพ่นพิษ ฉุดรายได้อุตสาหกรรมวูบ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 3 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 08.37 น.

ชี้ผู้ผลิตและดีลเลอร์แบกรับต้นทุนส่วนลดมหาศาล หลังราคาขายเฉลี่ยต่อคันดิ่งลง 11% ทั่วกระดาน เปิดต้นตอศึกตัดราคาจากเทสลาลามสู่แบรนด์ท้องถิ่น บีบผู้เล่นทุกระดับต้องหั่นกำไรเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด นักวิเคราะห์เตือนไม่ใช่กลยุทธ์การตลาดระยะสั้น แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน

รายงานวิจัยล่าสุดเปิดเผยถึงผลกระทบเชิงลบจากสงครามราคารถยนต์ที่ทวีความรุนแรงในตลาดจีน โดยระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องสูญเสียรายได้รวมไปมากกว่า 4.71 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566-2568) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะการถดถอยของอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในโลก

รายได้หายเฉียด 5 แสนล้านหยวน

ข้อมูลจากรายงานที่นำเสนอโดย นายหลี่ เหยียนเว่ย สมาชิกสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์จีน (China Passenger Car Association) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่าความสูญเสียดังกล่าวคำนวณจากการเปรียบเทียบส่วนลดราคารถยนต์ที่เกิดขึ้นจริง กับราคาจำหน่ายมาตรฐาน ณ เดือนมกราคม 2566 โดยจากการติดตามพฤติกรรมตลาดพบว่า ราคารถยนต์เฉลี่ยต่อคันในจีนได้ปรับตัวลดลงถึง 11% ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี โดยลดลงจากเฉลี่ย 217,000 หยวนในปี 2566 เหลือเพียง 194,000 หยวนในปี 2568

ภาวะดังกล่าวสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างทางการเงินของผู้ประกอบการ ทั้งในฝั่งของผู้ผลิต (OEMs) ที่ต้องลดต้นทุนการผลิตอย่างเร่งด่วน และฝั่งตัวแทนจำหน่าย (Dealers) ที่ต้องยอมเสียกำไรต่อคันเพื่อระบายสต็อกสินค้าและรักษาสภาพคล่องทางการเงิน

จาก ‘เทสลา’ สู่ ‘โดมิโนเอฟเฟกต์’ ทั่วอุตสาหกรรม

ชนวนเหตุสำคัญของสงครามราคาครั้งนี้เริ่มต้นจากการขยับตัวของ "เทสลา" (Tesla) ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐฯ ที่ประกาศปรับลดราคาขายในจีนอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี 2566 เพื่อกระตุ้นยอดขายและใช้ความได้เปรียบด้านการบริหารจัดการต้นทุนมากดดันคู่แข่งท้องถิ่น ส่งผลให้แบรนด์รถยนต์จีนและแบรนด์ร่วมทุนจากต่างชาติต้องเข้าสู่สมรภูมิราคาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อป้องกันการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ให้กับคู่แข่ง

สถานการณ์ดังกล่าวลุกลามจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปสู่รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ทำให้ภาพรวมของตลาดเข้าสู่ภาวะสงครามราคาเต็มรูปแบบ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีสายป่านทางการเงินไม่ยาวพอต้องประสบภาวะล้มละลายหรือถูกควบรวมกิจการ

“สงครามราคารถยนต์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดระยะสั้น แต่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและภูมิทัศน์การแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนไปอย่างสิ้นเชิง” นายหลี่ เหยียนเว่ย กล่าวเน้นย้ำในรายงาน

ผลกระทบระยะยาว: การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ความสูญเสียด้านรายได้ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นที่สะท้อนถึงการลดลงของรายได้จากการขาย แต่ผลกระทบที่ลึกกว่านั้นคือการที่ผู้ผลิตต้องตัดงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในบางส่วนเพื่อรักษาตัวเลขกำไรในงบการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อขีดความสามารถในการนวัตกรรมระยะยาว

นอกจากนี้ การที่ราคารถใหม่ลดลงอย่างรวดเร็วยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดรถยนต์มือสอง ทำให้มูลค่าซาก (Resale Value) ของรถยนต์ในจีนตกลงอย่างหนัก สร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อรถใหม่ในอนาคต หากไม่มีมาตรการพยุงราคาที่ชัดเจน

“ผู้ผลิตรถยนต์และดีลเลอร์ต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากจากการลดราคารถยนต์ในช่วงปี 2566-2568 ซึ่งกลายเป็นการแข่งขันที่ยืดเยื้อเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้” นายหลี่ ให้ทัศนะเพิ่มเติม

สงครามราคาในจีนคือกรณีศึกษาที่ชัดเจนของการแข่งขันที่สมบูรณ์เกินไป (Perfect Competition) จนเข้าสู่ภาวะทำลายล้างกำไรของอุตสาหกรรม แม้ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่ถูกลงในระยะสั้น แต่ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจจีนกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก และอาจนำไปสู่การผูกขาดโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่สามารถทนทานต่อภาวะขาดทุนได้ในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...