“ยศชนัน” นั่งสามล้อพ่วงข้างลุยตลาดเช้า หนองบัวลำภู ขอเป็นนายกฯ เหมายกเข่ง 3 เขตอีกครั้ง ไม่หนักใจชน “ไชยา” คนเก่า พท.
“ยศชนัน” นั่งสามล้อพ่วงข้างลุยตลาดเช้า หนองบัวลำภู ขอเป็นนายกฯ เหมายกเข่ง 3 เขตอีกครั้ง ไม่หนักใจชน “ไชยา” คนเก่า พท.
วันที่ 25 ม.ค. 2569 ที่ จ.หนองบัวลำภู นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) (ตลาดสดเทศบาล) อ.ศรีบุญเรือง จ. หนองบัวลำภู เพื่อช่วยหาเสียงให้นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 2 เบอร์ 3 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของนายไชยา พรหมา อดีต สส. พรรคพท.ที่ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม(กธ.)
โดยทันทีที่มาถึง นายยศชนัน และคณะ ได้สักการะศาลพระพรหม หน้าตลาด ก่อนทักทายชาวบ้านที่นำดอกไม้และพวงมาลัยที่ทำจากผักสดมารอต้อนรับ ชาวบ้านส่วนหนึ่งบอกว่าพรรคพท.ของเรา ไม่ว่าใครจะมาอยู่ก็ไม่สน ขอแค่เป็นพรรคพท.และได้แม่ค้าเข้ามากอด หอมนายยศชนัน
โดยนายยศชนัน กล่าวปราศรัยย่อยว่า วันนี้เรามากันทุกคน มาเป็นทีม วันนี้ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คนไทยคนหนึ่งที่ยินดีรับใช้พี่น้องชาวหนองบัวลำภู มาถึงที่นี่แล้ว ครั้งนี้เราต้องสามัคคีกัน ขออีกครั้งหนึ่ง เหมาทั้ง 3 เขต เอารุ่งเพชรเข้าไปเป็น สส. ก่อนแนะนำผู้สมัคร สส. พรรคพท. หนองบัวลำภู อีก 2 คน วันนี้เราต้องเหมาทั้ง 3 เขต
วันนี้เศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกที่เข้าไปในวันที่ 8 ก็.พ.คือการแก้หนี้ทั้งระบบ หนี้เสีย หนี้ผู้สูงอายุ, ทำทันที พักชำระหนี้เกษตรกร ทำทันที ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ทำทันที เกษตรกร, คนค้าขาย รอบนี้รัฐบาลขอจ่าย 70 ประชาชนจ่ายแค่ 30 จ.หนองบัวลำภูสวยขนาดนี้ การท่องเที่ยวต้องเติบโตอย่างยั่งยืน และตนจะทำเต็มที่ให้หนองบัวลำภูเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่คนต้องอยากมาท่องเที่ยว วันนี้เรามีโครงสร้างต่างๆ ตนจะกลับไปดูแลทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่มีคอร์รัปชัน ส่วนเรื่องยาเสพติดต้องหมดไปจากหนองบัวลำภู ปราบปรามให้สิ้นซาก คนผลิต คนขาย จับให้หมด ทำศูนย์บำบัดในแต่ละจังหวัด ยาเสพติด สแกมเมอร์ทุนเทา ไม่หมดไม่เลิก เอาให้จบ พร้อมสานต่อ 30 บาท รักษาทุกที่ ทุนการศึกษาต้องเข้าถึงลูกหลานชาวหนองบัวลำภู อยากเรียนต้องได้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้ และมีสวัสดิการ อสม. และ ชรบ. ทั้งระบบ
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ตนมาด้วยใจ เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์กว่า อย่าประมาท ต้องร่วมใจกัน และครั้งนี้หากเราไม่สามารถเข้าไปได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ยากที่จะส่งมอบนโยบาย วันนี้จึงมาด้วยตัวเอง เพื่อตอกย้ำว่าครั้งนี้หนองบัวลำภูสีแดงทั้งแผ่นดิน ขอ 3 เขต และขอพรรคพท.เข้าไปทำงาน ยศชนัน พร้อมเป็นนายกฯของชาวหนองบัวลำภู
จากนั้นนายยศชนัน พร้อมคณะ ได้นั่งรถสามล้อพ่วงข้าง ไปยังตลาดณัฐพงษ์ (ชูเดช) โดยระหว่างทางได้แวะทักทายประชาชนเป็นระยะ ขณะที่บรรยากาศในตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก มีแม่ค้าร้านหนึ่งร้องเพลง “นานเท่าไหร่ก็รอ” ของ เสก โลโซ ยืนรอนายยศชนัน พร้อมบอก "หล่อจังเลย" ขณะที่ยายคนหนึ่งบอกว่า "รักเพื่อไทย หัวใจสีแดงด้วย เศรษฐกิจจับต้องได้ต้องเพื่อไทยเท่านั้น"
หลังลงพื้นที่ นายยศชนัน เปิดเผยสั้นๆ ถึงการลงพื้นที่หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของนายไชยา ที่ย้ายไปสังกัดพรรคกธ.ว่าไม่หนักใจ เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคพท.ไม่ใช่พื้นที่ของใครคนใดคนหนึ่ง และเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัครได้มาลงพื้นที่ตลอด มีความมั่นใจสูงมาก
“ยศชนัน” ลั่นพท.ไม่ท้อ “นายกฯ” สีแดงโดนปลดปีละคน ขอชาวชัยภูมิเทคะแนนเลือกพท.ถล่มทลาย พร้อมทำนโยบายทำทันที ชัยภูมิต้องเป็นสีแดงทั้งแผ่นดิน”พร้อมแก้ปัญหาอ้อยให้คนชัยภูมิ
วันที่ 25 ม.ค. 2569 ที่โรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ เดินทางมาปราศรัยหาเสียงช่วยน.ส.วิเมลือง แก้วศิริ ผู้สมัครสส.ชัยภูมิ เขต 6 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมารับฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ โดยทันทีที่นายยศชนันมาถึงได้เดินทักทายประชาชน โดยประชาชนได้มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยมะเขือเทศ พวงมาลัยข้าวแต๋น พวงมาลัยหมูแดดเดียว พวงมาลัยชุดผักสด พวงมาลัยกล้วยฉาบ พวงมาลัยข้าวเหนียวและหม่ำ
โดยนายยศชนัน ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชัยภูมิทุกคน วันนี้อบอุ่นจริงๆ ตนเดินมาจากด้านหลังได้พูดคุยกันหลากหลายเรื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง แต่เราสู้มาโดยตลอด พร้อมบอกว่า ทุกคนมีความฝัน ความหวังใช่หรือไม่ ตนพร้อมเปลี่ยนแปลงความหวังและความฝันนี้ให้เป็นความจริงเพื่อคนชัยภูมิของพวกเรา ชัยภูมิต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ความฝันของคนชัยภูมิให้เป็นความจริง
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องอ้อย ที่เราขอมาดูแลเพื่อให้ได้กำไรเยอะขึ้น และเจรจาเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งที่เยอะขึ้น รวมถึงสนับสนุนการแปรรูปให้อ้อยมีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือเรื่องหนี้ อย่างแรกคือการพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปีต่อเนื่อง นี่คือหมุดหมายแรก และจะมีการประกันกำไร สินค้าเกษตรกร 30%
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า อย่างแรกหลายประเทศสนใจเรื่องอ้อยและเรื่องข้าวของเรา เราจะมีการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้คนอยู่ต่างประเทศสามารถไปเปิดร้านหรือเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ นี่คือมิติใหม่ของการส่งออกของประเทศไทย พรรคพท.เราตั้งเป้าสร้างรายได้ใหม่เข้ามาในประเทศเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เรามีหลายนโยบายในการหารายได้เข้าประเทศที่ทำมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) จนมาถึงพรรคพท.และที่ไม่เคยเปลี่ยนคือหัวใจประชาชน
วันนี้เราพร้อมที่จะดูแลหนี้นอกระบบให้ธนาคารภาครัฐเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนกู้ไปปลดหนี้นอกระบบ และหากใครมีหนี้เสีย วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท จะให้ประชาชนจ่ายเพียงแค่ 10% แล้วเราจะตัดจบหนี้ให้ ส่วนผู้สูงอายุที่มีหนี้เสียให้เลย หลายคนคิดว่าเราทำไม่ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ศึกษามาเรียบร้อยแล้ว ทำได้แน่นอน ชัยภูมิมีทั้งหมด 7 เขตด้วยกัน ขอให้ยศชนันเข้าไปด้วยได้หรือไม่ ขอฝากยศชนันเป็นลูกหลานชัยภูมิอีกคนได้หรือไม่
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า เราจะปลดหนี้เราต้องแก้ทั้งระบบ ค่าไฟ 3.70 บาทให้ไปเลย นี่คืออีกขั้นที่เราจะปลดล็อกพลังงานสะอาด คนไทยและประเทศไทยต้องมีอากาศที่สะอาด หากวันนี้นักวิทยาศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรี พี่น้องอยู่ดีกินดีแน่นอน ตนมาขึ้นเวทีเพื่อประกาศสงครามครั้งสุดท้ายกับยาเสพติด ไม่หมด ไม่เลิก
“วันนี้ผมเข้าไปคนเดียวไม่ได้ เรามีความจำเป็นต้องเข้าไปทั้งทีม ครั้งที่แล้วพอไม่ได้เข้าไปทั้งทีม ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างรวดเร็ว เพราะ 1 ปี ถูกปลด 1 คน อีกปีเข้ามาก็ถูกปลดไปอีก 1 คน ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่ แต่เราไม่ย่อท้อ เตรียมทุกอย่างไว้หมด หากเข้าไปครั้งนี้ ทำทันที ทำได้ และทำได้เลย ขอให้เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย ชัยภูมิต้องเป็นสีแดงทั้งแผ่นดิน” นายยศชนัน กล่าว
“ยศชนัน” ม่วนซื่นชาวแก้งคร้อคล้องพวงมาลัยหม่ำ-แหนม ผูกผ้าขาวม้าต้อนรับ ขอเสียงเพื่อไทย ทั้ง 7 เขต ให้ถล่มทลาย ลั่นยืนตรงนี้พยายามไม่ทะเลาะใคร เพราะประเทศแตกแยกไม่ได้อีกแล้ว
วันที่ 25 ม.ค. 2569 ที่ ว่าการ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยนายจอมจักรภพ วัชระจินดาวัฒนะ ผู้สมัคร สส. จังหวัดชัยภูมิ เขต 7 หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนเข้ามาร่วมฟังปราศรัยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันระหว่างที่เดินขึ้นเวที ชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดาวเรือง ดอกกุหลาบมามอบให้ บางคนนำผ้าขาวม้าผูกเอว ขณะที่บางคนนำเอาพวงมาลัยหม่ำและแหนมของขึ้นชื่อ จ.ชัยภูมิ มาคล้องคอพร้อมกับเข้ามากอด และขอถ่ายรูปคู่กับนายยศชนันอย่างใกล้ชิด
นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ ตนกับนายจอมจักรภพ ต้องเข้าไปทำงานทั้งสองคน ถ้าอย่างนี้ก็อยากเลือกเลยพรุ่งนี้ ครั้งนี้ขอไม่เอาแบบตื่นเต้นต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถล่มทลาย นำนโยบายดีๆ ไปสู่ชาวชัยภูมิของพวกเรา คุณภาพชีวิตของคนชัยภูมิต้องดี วันที่ 8 ก.พ. ตนพร้อมถือธงนำและพรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะเปลี่ยนความฝันของพ่อแม่พี่น้องให้เป็นความจริง ขอให้เอายศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไปเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน
นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้อยากทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น ขั้นตอนแรกคือ ต้องแก้หนี้ทั้งระบบ และตั้งแต่พรรคไทยรักไทย(ทรท.)มาจนถึงพรรคเพื่อไทย เราเป็นพรรคที่หาเงินเป็น และเราจะเอาเงินมาลดอำนาจภาครัฐ คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญนโยบายของพรรคเพื่อไทย
ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวและการสนับสนุนสินค้าโอทอปต่างๆ ของที่นี่ ทั้งหัตถกรรมทอผ้า ผ้าไหมมัดหมี่ ของทุกคนที่นี่ก็พร้อม ของดีไม่ต้องเก็บไว้เมืองไทย เอาไปขายต่างประเทศ เอาเงินมาให้พ่อแม่พี่น้อง และการท่องเที่ยวไทยต้องกลับมา ขณะที่วันนี้เรามีโครงการให้สินเชื่อคนไปทำงานที่ต่างประเทศไปเปิดร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ นี่คือหนึ่งช่องทางถูกกฎหมายที่คนทั่วโลกจะรู้จักของดีของเมืองไทย และของดี จ.ชัยภูมิ พรรคที่ทำได้ต้องเป็นพรรคที่มีประสบการณ์เท่านั้นก็คือพรรคเพื่อไทย และเราก็พร้อมทำทันที ของดีของชัยภูมิต้องมีมูลค่าที่สูงขึ้น สิ่งนี้เราทำไม่ได้หากไม่นำวิทยาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามาซึ่งก็จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปตลอดกาล เรื่องวิทยาศาสตร์ปล่อยให้ยศชนันทำเอง ส่วนพี่น้องก็หาเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียว
“เรามายืนอยู่ตรงนี้ เราพยายามไม่ทะเลาะกับใครเพราะครั้งนี้ คือการเดิมพันประเทศไทย ประเทศไทยแตกแยกอีกไม่ได้อีกแล้ว ตนมั่นใจว่าผู้สมัครชัยภูมิทั้งหมดน่าจะอยู่ในหัวใจของพ่อแม่พี่น้องแล้ว ชัยภูมิต้อง 7 เขตเท่านั้น” นายยศชนัน กล่าว
“ยศชนัน” นำพท.บุกมหาสารคาม อ้อนขอเหมาทั้ง 6 เขต หวังได้เสียงเบ็ดเสร็จในสภา สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ส่งต่อนโยบายให้พี่น้อง ปชช. ชูขายมันแกวสู่ตลาดโลก
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่วยนายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ผู้สมัคร สส. มหาสารคาม เขต 4 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีผู้สมัคร สส.มหาสารคามอีก 5 เขต ประกอบด้วย น.ส.นงลักษณ์ ทุงจันทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 7 นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 4 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 5 นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 เบอร์ 1 และนายรัฐ คลังแสง ผู้สมัคร สส.เขต 6 เบอร์ 4 ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย โดยมีประชาชนเดินทางมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ โดยประชาชนได้รุมกอดหอม ถ่ายเซลฟี่ พร้อมคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยมันแกวให้นายยศชนันด้วย
นายยศชนัน ปราศรัยว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวมหาสารคามทุกท่าน วันนี้ยศชนันมาหาพ่อแม่พี่น้องพร้อมประกาศว่าวันนี้มหาสารคามแดงทั้งแผ่นดิน วันนี้เอาเบอร์ 9 เข้าไปอย่างเดียวเหงาแน่นอน ดังนั้นขอทั้ง 6 เขตได้หรือไม่ ฟังดูอุ่นใจเรียบร้อย อย่าลืมหาเสียงให้พวกเราด้วย การที่เรามีเสถียรภาพในสภาฯ ทำให้เราสามารถส่งนโยบายต่างๆ ที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ครั้งที่แล้วเมื่อไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เราทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ วันนี้มาตอกย้ำเพราะมหาสารคามมีบุญคุณกับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาแล้ว ไม่มีที่นี่ก็ไม่มีพวกเรา กราบคารวะพ่อแม่พี่น้อง และวันนี้ขอเป็นลูกหลานคนมหาสารคามได้หรือไม่ ไม่อยากกลับบ้านแล้ว ขออยู่ยาวๆ เลย
“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพชีวิตของคนมหาสารคาม วันนี้หลากหลายปัญหาเกิดขึ้น ความสามัคคีย่อมเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้เราพร้อมที่จะบอกพ่อแม่พี่น้องว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นวันแห่งความหวังของพ่อแม่พี่น้องทุกคน และผมจะถือธงนำเข้าไปพร้อมที่จะเปลี่ยนความฝัน ความหวังของพี่น้องให้เป็นความจริง 8 กุมภาพันธ์เริ่มได้เลย” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน กล่าวย้ำนโยบายของพรรคเพื่อไทย ทั้งนโยบายประกันกำไร 30% ชำระหนี้เกษตรกรสาม ปี ใครที่อายุเกิน 60 ปี 100,000 บาท หนี้เสียตัดจบเลย วงเงิน 200,000 จ่าย 10% ตัดจบเช่นกัน นี่คือคุณภาพชีวิตของเราเริ่มต้นจากการไม่เป็นหนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 70:30 และพี่น้องทำการเกษตรต้องได้กำไร วันนี้ตนห้อยมันแกวขึ้นมา และแน่นอนว่าไม่ควรเก็บไว้แค่ที่มหาสารคาม แต่ต้องไประดับโลก และด้วยนักวิทยาศาสตร์คนนี้ไปไกลแน่นอน
“การมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ขอโอกาสให้ผู้สมัครของเราทั้ง 6 เขต ถ้าไม่มีตน ไม่มี สส.บัญชีรายชื่อ ไม่มี สส.เขต พวกเราทำงานไม่ได้ เราไม่สามารถมีวันนี้ได้ถ้าไม่มีพี่น้องชาวสารคาม ขอโอกาสพวกเราอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปทำให้ จ.มหาสารคาม ดังนั้นขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด” นายยศชนัน กล่าว
“ณัฐวุฒิ” ปลุกคนเมืองพล-ขอนแก่น กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ สั่งสอน สส.ทิ้งพรรค เหน็บพืชผลเกษตรขึ้นราคา แต่ “ข้าวฟ่าง” ราคาตก
เมื่อเวลา 17.15 น. ที่สนามกีฬาอบต. หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนอมตวิทยา อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ช่วยหาเสียงให้กับนายวันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้สมัครสส. ขอนแก่น เขต 10 เบอร์ 1 พรรคพท.หาเสียง โดยมีประชาชนเดินทางมาฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ได้เดินทักทายประชาชน และประชาชนได้รุมกอดหอม ถ่ายเซลฟี่ พร้อมคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยแคปหมู ให้นายยศชนัน
จากนั้น นายยศชนัน และคณะ เดินทางต่อไปยังโดมเทศบาลเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อช่วยนายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง ผู้สมัครสส.ขอนแก่น เขต 9 เบอร์ 2 หาเสียง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของน.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร อดีต สส.ขอนแก่น พรรคพท.ที่ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย(ภท.)
โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคพท.ปราศรัยว่า ตนมาเมื่อ 3 ปีก่อนหาเสียง แต่ตอนนั้นคนไม่ได้มาเยอะเท่าตอนนี้ ผู้สมัครเขตนี้ได้เป็นสส. วันนี้เขายุบสภา ตนก็มาเหมือนเดิมใส่เสื้อสีเดิม หาเสียงให้พรรคพท.เหมือนเดิม แต่ทำไมวันนี้ผู้สมัครจึงกลายเป็นผู้ชาย เพราะ 2 ปีก่อนไม่ใช่คนนี้ ตนถามชาวบ้าน ว่าสส.คนเก่าไปไหน พอเขาตอบตนจึงเข้าใจว่าสส.คนเก่าเขาได้จากเราไปแล้ว โดยที่พวกเราไม่ต้องยืนไว้อาลัย ไม่ต้องกรวดน้ำ ไม่ต้องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ตกลงให้ตรงกันว่าวันที่ 8 ก.พ.เข้าคูหากาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนดูจากหน่วยก้านของผู้สมัครคนนี้ก็เห็นว่าเขาจะได้เป็นสส.สมัยแรก และเป็นสส.ไม่เกิน 2 สมัยก็จะได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้พรรคพท.มาที่นี่ ไม่ใช่แค่หาเสียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อปลอบใจพี่น้องด้วย เพราะพี่น้องหลายคนบอกตนว่าเสียใจ เจ็บใจและถามตนว่าทำไมสส.จึงหนีไป ดังนั้น พรรคพท.จึงไม่มาไม่ได้ ถ้าไม่มาพื้นที่นี้ ก็จะกลายเป็นว่าพรรคพท.ทอดทิ้งชาวเมืองพลไป แต่เราไม่มีทิ้ง พรรคพท.ยังอยู่ที่นี่
จากนั้น นายณัฐวุฒิ หันไปบอกนายณัฐพลว่า “ไปนั่งได้ รักษาเก้าอี้ไว้ หากลุกออกไป เดี๋ยวใครมาแย่งเก้าอี้ เสียหายแย่” ก่อนจะปราศรัยต่อว่า หลายคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองบอกว่าวันที่พรรคพท.มาเขตนี้ คงจะมีการถลกหนังกัน คงจะมีการจัดการรุมกระหน่ำทำร้ายทำให้เสียหาย แต่ไม่มีหรอก นั่นไม่ใช่แนวทางของพรรคพท.เราเดินหน้านโยบาย เราเดินหน้าด้วยการแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะขอเล่าให้ฟังว่าตนอยู่ในเหตุการณ์คนที่เป็นสส.เขตนี้เขายืนยันตลอดว่า เขาจะไม่ไปไหน ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คุยกับตน และบอกว่าเขาเป็นน้อง เชื่อเถอะว่าเขาไม่ไปไหน ตนจึงบอกว่าแต่พ่อเขาไปแล้ว และคนอื่นๆอีกหลายคนในพรรคก็บอกว่าเขาอยู่แน่ เพราะเขาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรคพท.ใส่เสื้อพรรค ยืนปักหลักบนเวทีพอประกาศชื่อก็มีเสียงปรบมือ ฉะนั้น เราจึงเชื่อว่ายังไงเขาก็ไม่ไป แต่ในท้ายที่สุด เมื่อมันเกิดขึ้น ความจริงก็ปรากฏ ตนคิดว่าการตัดสินใจทางการเมือง มันเกิดขึ้นได้ในแต่ละคน และการตัดสินใจของประชาชนที่สั่งสอนนักการเมือง ก็เป็นอำนาจของประชาชนเช่นกัน
“เอาเข้าจริงบ้านนั้นตนก็จับทางไม่ถูกเหมือนกัน ปุ๊บปั๊บโผล่ๆ แต่ก่อนอยู่พรรคเพื่อไทยสักพักไปโผล่พรรคไทยสร้างไทย แล้วเลี้ยวมาเพื่อไทย แล้วก็ไปพรรคภูมิใจไทยอีกแล้ว นี่ถ้าสายตาไม่ดีคงจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่เมื่อความจริงปรากฏก็จับได้ ไล่ทัน ดังนั้น เมื่อเดินแยกจากกันไปโดยไม่ลาไม่ว่า แต่กลับไม่บอกความจริงด้วย ยืนยันอยู่นั่นว่าไม่ไป แต่ผู้สมัครของเราหัวใจยังว่างอยู่ ผ่าหัวใจออกดูมีแค่พรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาขึ้น เพราะเราจะส่งผู้สมัครไม่ทัน เพราะเขายืนยันว่าไม่ไป แต่เมื่อเรามีผู้สมัครทีนี้ก็จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ ซึ่งวิธีการทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่าคนเมืองพล คนขอนแก่น ไม่ใช่อะไรก็ได้ ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ก็กลับเพื่อไทย ฉะนั้น ขอให้ส่งเขากลับบ้านไป เอาเพื่อไทยเข้ามาแทน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
จากนั้นนายณัฐวุฒิ ได้กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายประกันกำไร 30% ให้พืชผลทางการเกษตรดีขึ้น โดยข้าวเหนียวราคา ข้าวเจ้าราคาขึ้น ตกอยู่อย่างเดียวคือข้าวฟ่าง