นายกฯ ไม่หวั่นเอกชนฟ้องรัฐฟ้องกลับ ไม่สนโซเชียลถล่มเลือก ‘ภท.’ ต้องรับความเสี่ยง บอกไม่อยากโต้เถียง บ่นแค่รำคาญ
เมื่อเวลา 11.10 น.วันที่ 16 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ตนจะลงพื้นที่ถนนพระราม 2 ดูจุดเกิดเหตุเครนถล่ม โดยไม่ต้องมีคณะอะไรไป เพราะทางกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีและผู้บริหารกำลังประชุม เพื่อรับข้อสั่งการของรัฐบาลไปดำเนินการ และทางผู้รับเหมาไม่ได้ตอบอะไรกลับมายังตน เพราะตนไม่ใช่คู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ตนสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เพราะมันมีเหตุซ้ำซาก ได้ให้โอกาสปรับปรุงวิธีทำงานแล้ว แต่ยังเกิดเหตุ 2 ครั้ง ใน 2 วัน มีผู้เสียชีวิตเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับงาน คงคุยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เราต้องใช้อำนาจทางปกครอง สั่งให้หน่วยงานคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา เราไม่ใช้คำว่ายกเลิกสัญญา ถ้าใช้คำนั้นต้องมาดูว่าใครผิด ใครถูก แต่การบอกเลิกสัญญา เพราะรัฐเห็นว่าการกระทำเช่นนี้ต่อไปเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา โดยจะอยู่ในหมวดของคำว่าทิ้งงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าหนีไปไหน มันมีคำจำกัดความของมันอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับเรื่องไว้แล้ว
เมื่อถามว่า เอกชนมีช่องทางฟ้องกลับรัฐหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้อง แต่รัฐบาลและหน่วยงานมีความมั่นใจ เพราะเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ได้ประชุมฝ่ายกฎหมายและมีความเห็นตรงกัน ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป แต้่คนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับเราต้องต่อสู้ในฐานะรัฐ
เมื่อถามต่อว่า มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียว่า พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงคมนาคมมา 10 ปี หากจะเลือกอีกก็ต้องรับความเสี่ยง นายกฯ กล่าวว่า “ต้องดูว่าใครพูด เจตนารมณ์เป็นอย่างไร เห็นชื่อก็รู้แล้ว สื่ออย่าถามแบบนี้เลย เพราะถามแบบนี้เหมือนถามเอาข่าว ถามให้โต้เถียงกันไปมา สื่อก็รู้คำตอบว่าใครโพสต์ และทราบดีว่าการทำสิ่งเหล่านี้ ทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการทำงานของผม ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ผมเชื่อในระบบที่ผมทำงานอยู่ และการดิสเครดิตไม่มีปัญหา เพราะจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ”
เมื่อถามย้ำว่า ไม่กังวลประเด็นเหล่านี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมรำคาญมากกว่า แต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อรำคาญก็หายใจลึกๆ แผ่เมตตาไป ส่วนจะทนได้หรือไม่นั้น เรื่องความทนก็ต้องมาวัดกัน”