โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คนไทยแจ้งขอกลับประเทศแล้ว 49 คน กต. เชื่อการบินไทยไม่มีขนชิ้นส่วนอาวุธไปอิสราเอล

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

กระทรวงการต่างประเทศ เผย สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังน่าเป็นห่วง สู้รบต่อเนื่อง เรียกร้องทุกฝ่ายแก้ไขด้วยการทูต คนไทยในอิหร่านแจ้งขอเดินทางกลับแล้ว 29 คน อิสราเอล 20 คน มั่นใจการบินไทยไม่มีขนส่งชิ้นส่วนอาวุธไปอิสราเอล จ่อถกเรื่องนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางตกค้างในไทยพรุ่งนี้

วันที่ 1 มี.ค. 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมของศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาค เพื่อรับทราบพัฒนาการและความคืบหน้าในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในแต่ละประเทศ

ที่ประชุมรับทราบว่า ปัจจุบัน มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางรวมประมาณ 110,000 คน และในภาพรวม ยังไม่มีรายงานว่า มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคได้มีประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศทางการจากรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ แนวปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ตลอดจนคำแนะนำให้คนไทยที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง เร่งเดินทางออกจากพื้นที่หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัยในพื้นที่ อีกทั้งยังได้เตรียมความพร้อมในส่วนของแผนอพยพคนไทย ซึ่งอาจมีโอกาสที่จะประสานกับประเทศอื่น ๆ หรือองค์การระหว่างประเทศด้วย ซึ่งกำลังเตรียมแผนอพยพของตนเช่นกัน

ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเปิดให้คนไทยลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ทั้งยังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้านเพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกการอพยพคนไทยออกนอกประเทศหากมีความจำเป็น ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบ และเตรียมแผนรองรับที่เหมาะสมตามพัฒนาการของสถานการณ์ต่อไป

เหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังน่าเป็นห่วง สู้รบต่อเนื่อง

ต่อมาเมื่อเวลา 19.51 น. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงสถานการณ์และการดูแลคนไทยในตะวันออกกลางและผลประชุมดังกล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง อิสราเอลได้เริ่มโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะรานและเมืองต่าง ๆ ทั่วอิหร่าน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ต่อด้วยการปฏิบัติการโจมตีทางทหารโดยสหรัฐ และในวันเดียวกันนั้นเอง อิหร่านได้โจมตีทางทหารเพื่อตอบโต้โดยได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐที่บาห์เรน คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และซาอุดีอาระเบีย และพื้นที่บางส่วนของอิรัก โดยเอกอัครราชทูตไทยในเมืองต่าง ๆ ได้เล่าถึงการโจมตีว่า คนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ ปลอดภัยดีในขณะนี้ ต่อมาช่วงเช้าของวันนี้เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าวของอิหร่านได้รายงานข่าวยืนยันถึงการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่าเสียชีวิต ณ ที่พำนักและที่ทำงานขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยรวมสถานการณ์ขณะนี้ยังมีความอ่อนไหวสูงและยังน่าเป็นห่วง โดยการสู้รบยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ไทยเรียกร้องทุกฝ่ายแก้ไขสถานการณ์ด้วยการทูต

กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยในประเทศต่าง ๆ ติดตามและปฏิบัติตามคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด ในส่วนของท่าทีไทยต่อสถานการณ์นั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยได้ยืนยัน 3 ประการ คือ ไทยได้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายที่อยู่ในความขัดแย้งหลีกเลี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอันจะส่งผลต่อเสถียรภาพความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงชีวิตพลเรือนในภูมิภาค และสุดท้ายเรียกร้องให้มีการแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาทางการทูต

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง War Room กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์คนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้ตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมง ที่สถานกงสุล เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทย อีกทั้งมีการประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่ไม่มีความจำเป็นที่จะเดินทางไปในภูมิภาคดังกล่าว โดยปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางกว่า 110,000 คน โดยอิสราเอลมีจำนวนคนไทยมากที่สุด 65,000 คน ส่วนที่อิหร่าน 250 คน แต่ในภาพรวมยังไม่มีคนไทยในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง

ทางสถานทูตและกงสุลใหญ่ ได้แจ้งคนไทยให้ติดตามข่าวสารจากประเทศนั้น ๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานทูต พร้อมทั้งให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ หรือไปพักอาศัยในที่หลบภัย พร้อมเตรียมแผนอพยพคนไทยซึ่งมีโอกาสที่จะประสานกับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมแผนอพยพพลเมืองของประเทศตนเองเช่นกัน

คนไทยในอิหร่านแจ้งขอเดินทางกลับแล้ว 29 คน - อิสราเอล 20 คน

นายปาณิดล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีอิหร่านยังมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงมาโดยตลอด โดยสถานทูตไทยได้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ดังกล่าวและสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สถานทูตก็ยังคงเปิดให้คนไทยทำการติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากต้องการความช่วยเหลือและกำลังอยู่ระหว่างการอพยพคนไทยให้ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์เข้ามา โดยในอิหร่านมีคนไทยจำนวน 29 คนแสดงความประสงค์มาแล้ว มีทั้งแรงงานและนักศึกษา

ส่วนในอิสราเอล สถานทูตไทยแจ้งมาว่าได้สื่อสารกับชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด โดยได้เปิด 4 หมายเลขโทรศัพท์ให้ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งในอิสราเอลมีคนไทยประมาณ 65,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร ขณะนี้มีการแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยไม่เกิน 20 คน ซึ่งสายการบินอิสราเอลยังเปิดให้บริการปกติ และยังเปิดเส้นทางอพยพทางบกเพื่อข้ามชายแดนไปได้หลาย ๆ ประเทศ โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่คนไทยพำนักอยู่ด้วย

สำหรับคนไทยในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ตกเป็นเป้าหมายจากการโจมตีของอิหร่าน และได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ก็มี UAE, โอมาน, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต, จอร์แดน สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ อยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางอพยพและประสานกับสายการบินและประเทศเจ้าบ้านที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยในวันพรุ่งนี้ 2 มีนาคม จะมีการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จะเป็นประธานการประชุมดังกล่าว เพื่อหารือผลกระทบกับประเทศไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ พลังงาน ความมั่นคงในภูมิภาค รวมถึงแผนการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความท้าทายเรื่องของการปิดน่านฟ้าของประเทศนั้น ๆ

เชื่อการบินไทยไม่มีขนส่งชิ้นส่วนอาวุธไปอิสราเอล

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวใช้การบินไทยขนส่งชิ้นส่วนอาวุธไปยังอิสราเอล มีข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง นายปาณิดล กล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นกรณีของออสเตรเลีย การบินไทยได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน และตนเองเชื่อมั่นว่าการบินไทยปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลอย่างเคร่งครัดแน่นอน จึงขอตอบแทนการบินไทย

จ่อถกเรื่องนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางตกค้างในไทยพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่ติดค้างในไทย อย่างไร นายปาณิดล กล่าวว่า ในที่ประชุม รมว. ต่างประเทศ มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุย เพราะเคยเกิดเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน มาแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้อำนวยความสะดวกและยืดหยุ่นกฎระเบียบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะต้องมีการออกประกาศ คิดว่า ในที่ประชุมพรุ่งนี้จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนบ้านเราเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยแจ้งขอกลับประเทศแล้ว 49 คน กต. เชื่อการบินไทยไม่มีขนชิ้นส่วนอาวุธไปอิสราเอล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...