โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท้ากกต.เปิดชื่อว่าฟ้องใคร

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 มีนาคม 2569 เวลา 3.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันเสาร์เงียบเหงามีเพียง 4 สส.จากพรรคภูมิใจไทยรายงานตัวเท่านั้น ด้าน "อนุชา" บอกตำแหน่งรัฐมนตรี “บ้านสะสมทรัพย์” ให้ "อนุทิน" พิจารณา หลังคว้าเก้าอี้ได้ 4 ที่นั่ง "สมชัย" ท้า กกต.เปิดชื่อ 6 คนที่ถูกฟ้อง อย่าขลาดกลัวเกินเหตุ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้ สส.เข้ารายงานตัวเป็นวันที่ 3 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา จนกระทั่งเวลา 10.30 น.จึงเริ่มมี สส.พรรคภูมิใจไทยเดินทางเข้ารายงานตัวจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สส.สุรินทร์, นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สส.บุรีรัมย์ และนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม

โดยนายอนุชากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า กลุ่มของตนได้ที่นั่งสส. 4 เขต ดังนั้นจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่จากเดิมตนเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วจะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะพิจารณา

ขณะที่นายพรชัยกล่าวเพียงสั้นๆ เช่นกันว่า วันนี้ยังไม่ขอพูดอะไร ขอรอเปิดสภาก่อนแล้วค่อยพูด แต่ในวันที่ 7-8 มี.ค. มีการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรายงานตัวของ สส.เข้าสู่วันที่ 3 โดยมี สส.มารายงานตัวเพียง 4 คนข้างต้นเท่านั้น จึงทำให้ขณะนี้มี สส.ที่รายงานตัวแล้ว 97 คน จาก 396 คน ยังคงเหลืออีก 299 คน ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังคงเปิดรับการรายงานตัวของ สส.ทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศหลังจากได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คือการเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว รวมทั้งการวางแผนล่วงหน้า ที่คาดว่าในปีนี้ประเทศไทยจะพบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการเกษตร ที่ต้องวางแผนรับมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงจาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจัยภายในอยู่ในภาวะไม่สู้ดีนัก ที่เป็นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปีนี้ และมีแนวโน้มจะซึมยาวไปถึงปีหน้า เป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่ต้องเข้ามาสะสางแก้ไข

เขากล่าวว่า การจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ตนติดตามข่าวจากสื่อซึ่งมีการคาดการณ์รายชื่อรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและที่มาจากคนนอก หลายคนเป็นที่คุ้นเคยในแวดวงการเมือง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จับต้องได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น คณะกรรมการบริหารของพรรค (กก.บห.) จะพิจารณาส่งรายชื่อบุคคลใดไปเป็นรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ อยู่ในกระทรวงใดบ้างนั้น ตนไม่ทราบ แต่มั่นใจได้ว่าพรรคเพื่อไทยที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมายาวนาน เคยเป็นทั้งพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน นักการเมืองพรรคเพื่อไทย นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ ผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง เป็น สส.หลายสมัย ล้วนมีความรู้ความสามารถ เป็นมืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ พร้อมลุยงานหนัก มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะได้รับมอบหมายในอนาคตได้อย่างแน่นอน และพร้อมทำงานอย่างบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "กกต.แจ้งความประชาชน แบบปั่นกระแส หวังข่มขู่ประชาชนที่ออกมาเปิดโปงสิ่งที่ กกต. ประพฤติมิชอบ หรือไม่" โดยมีเนื้อหาระบุว่า "ตามที่สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ข่าว 196/2569 วันที่เผยแพร่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 3 หน้าเพื่ออธิบายที่ กกต.ไปแจ้งความกองปราบว่า ไม่ใช่การฟ้องประชาชนหรือคุกคามสื่อ แต่เป็นการแจ้งความคณะบุคคลที่ร่วมและแบ่งกันทำงานและขบวนการ โดยระบุเหตุผล 6 ข้อดังนี้

1.ขัดขวางการทำงานของ กกต. 2.กระทำการอ่านบาร์โค้ดเพื่อไปถึงข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร 3.กกต.ไม่เคยดำเนินคดีกับประชาชน ยกเว้นคนที่มีเจตนาไม่สุจริต 4.กลุ่มคนที่โดนแจ้ง เป็นกลุ่มคนที่ไปปรากฏตัว มีหลักฐานการนำเสนอข้อมูลร่วมกัน 5.คนที่ไม่ไปปรากฏ มีการนัดหมายกับกลุ่มขบวนการจะเปิดเผยสิ่งที่ทำในเวทีสาธารณะ 6.มีการปั่นกระแสในโซเซียล ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย เป็นภัยต่อความมั่นคง

เอกสารทั้งหมดไม่มีการระบุชื่อบุคคลทั้ง 6 คน มีแต่ข่าวปล่อยที่หวังปั่นกระแสในโซเชียล เพื่อข่มขู่ คุกคามประชาชน ด้วยข้อกล่าวหาอาญาแผ่นดินที่ร้ายแรง โดยหวังลดทอนการตรวจสอบการประพฤติมิชอบของ กกต.เอง ซึ่งนับวันจะมีคนออกมาเปิดโปงมากขึ้นเรื่อยๆ

การสงวนชื่อผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่แตกต่างอะไรกับพฤติกรรมของคนขลาด ที่ลอบกัด ลับๆ ล่อๆ ที่กลัวการฟ้องกลับ ม.157 เมื่อบุคคลดังกล่าวได้ทราบข้อมูลการฟ้องที่เป็นทางการ

เปิดเผยชื่อสิครับ อย่าขลาดกลัวเกินเหตุ หากมั่นใจว่าข้อกล่าวหาเป็นความจริง แต่หากเป็นการแจ้งความเท็จเมื่อไหร่ การแจ้งความกลับเกิดขึ้นทันที อย่างน้อย 9 คน ทั้งอาญาและแพ่งที่แพงมาก".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...