อึ้งเลย! กมธ. จำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด เช็กย้อนได้ รู้เลยใครกาเบอร์อะไร
กมธ. จับมือภาคประชาชนจำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด พบทีมตัวแทนนักสืบเช็กย้อนหลังได้ ใครกาเบอร์อะไร ครบทั้ง 10 คน ‘นรเศรษฐ์’ ย้ำเจตนารมณ์แค่ศึกษา ไม่เกี่ยวตีความข้อกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกมธ. ร่วมกับภาคประชาชน อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวท มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud
พร้อมทีมนักสืบที่จะมาร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และน.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ จัดจำลองการเลือกตั้งเพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนได้ประสานนายสมชัย ในแง่ข้อมูลความเสี่ยงในการมีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อกังวลของหลายคน และคิดว่าเป็นการดี หากจะทำให้ข้อมูลนี้ชัดเจน และน่าจะมีพื้นที่ทำการศึกษาในเชิงวิชาการ โดยกมธ. สามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้ได้ และให้เวทีในวันนี้ เป็นการพิสูจน์ความเสี่ยงว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถถูกตรวจสอบกลับไปจนรู้ว่าผู้มาออกเสียง เลือกใครได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ในครั้งนี้ของ กมธ. เพื่อศึกษาในเชิงวิชาการ เพราะขณะนี้ กมธ. ทำรายงานการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม คือการศึกษาการเลือกตั้ง ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง และผลการพิสูจน์ในวันนี้ จะนำไปศึกษาและเป็นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ย้ำว่าข้อสรุปในวันนี้จะไม่ใช่ประเด็น หรือการตีความข้อกฎหมายว่าลับหรือไม่ลับ หรือผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ กมธ.ได้ศึกษาในวันนี้ แต่เราต้องพิสูจน์ความเสี่ยงของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น
ด้านนายสมชัย ชี้แจงกติกาว่า ขอตัวแทนประชาชน 10 คน ที่จะแสดงตนเพื่อรับบัตร เข้าไปกาในคูหา และหย่อนบัตร คาดว่าจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ระหว่างที่อาสาสมัครรับบัตรนั้น เกิดไฟดับภายในห้องที่ใช้จำลองสถานการณ์ ทำให้นายสมชัย เอ่ยปากแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง”
นายสมชัย กล่าวว่า การเลือกในวันนี้จะลงคะแนนก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น, ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และก๋วยเตี๋ยวเป็ด หลังลงคะแนนแล้ว ขอให้อาสาสมัครถ่ายบัตรที่ลงคะแนนไว้และเก็บไว้กับตัวเองเป็นความลับ
พร้อมย้ำว่า ตามขั้นตอนของ กกต.แล้ว ไม่มีขั้นตอนนี้ เพราะหากใครละเมิด ถือว่าผิดกฎหมาย โดยหลังจากอาสาสมัครลงคะแนนแล้ว จะมีทีมนักสืบที่จะถอดรหัส ว่าใครเลือกเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบไหน
ทั้งนี้ อาสาสมัครทั้ง 10 คน มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายธนพร ศรียากูล และยังมีตัวแทนจากสื่อมวลชนด้วย ขณะที่นักสืบ จะมีตัวแทนจากหลากหลายช่วงวัย และหลากหลายอาชีพ จำนวน 5 ทีม
จากนั้น ได้เริ่มนับคะแนน โดยสรุปผลการลงคะแนน พบว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ โดยนายสมชาย ได้ให้ทีมนักสืบถอดรหัสว่าใครเลือกอะไรภายในเวลา 20 นาที
สำหรับผลการทดลองถอดรหัสกับทีมนักสืบคะแนนปรากฏว่า
คนแรก ทีมนักสืบจาก 5 ทีม ตอบถูก 4 ทีม
คนที่สอง ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สาม ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่สี่ ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่ห้า ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่หก ทีมนักสืบตอบถูก 3 ทีม
คนที่เจ็ด ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่แปด ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
คนที่เก้า ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
คนที่สิบ ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
โดยทีมที่ตอบถูก 10 ข้อ ทั้ง 3 ทีม ได้เปิดเผยวิธีการคำนวณ โดยทีมแรก ระบุว่า ใช้วิธีถ่ายภาพและใช้แอปยิงคิวอาร์โค้ด ทั่วไป แต่เจอว่าใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ สแกนง่ายกว่าจึงลองใช้สแกนตัวบัตรเต็ม ๆ ซึ่งไวกว่าถ่ายภาพ และตรวจจับได้ไวมาก ขอแค่ตรวจเก็บคิวอาร์โค้ด ให้ครบรู้เลยว่าบัตรเสียและเสียเพราะอะไร และรู้ได้ว่าเป็นของผู้ที่ลงคะแนนลำดับที่เท่าไหร่ และเหตุผลที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนเพราะอะไร
ส่วนอีกทีมหนึ่งใช้วิธีถ่ายภาพนิ่งให้ชัดเจนและนำมาสแกนเอารหัสและนำรหัสนั้นไปเทียบ กับรายชื่อคนลงคะแนน แต่จะมีปัญหาในบางคนที่สแกนไม่ติด
ขณะที่อีกทีมหนึ่ง ใช้วิธีการตีตารางและไล่ว่าใบที่ 1 ขานอะไร และเมื่อสแกนแล้วแต่ละใบรหัสอะไร ทำให้รู้ได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับตอนที่ทีมนี้ใช้ติดตามการลงคะแนนเลือกสว. และใช้เวลาแค่ 5 นาที ถูกทั้งหมด หากมีการเตรียมการล่วงหน้าก็จะถอดออกมาได้
นายปริญญา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องรอต้นขั้ว ไม่ต้องมีรายชื่อของผู้ใช้สิทธิ์ ก็สามารถรู้ได้ และถามว่า กกต.จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใด หรือเขตใด ที่อาจเป็นหัวคะแนน เป็นหน้าที่ที่ กกต. ต้องคุ้มครองประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ ขอเพียงรู้ลำดับ ก็รู้แล้วว่าใครเลือกใคร
ด้านนายสมบัติ กล่าวว่า หากสิ่งนี้มีเจตนาซ่อนอยู่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากยืนยันว่าจะใช้วิธีนี้ต่อไปโดยบอกว่าเป็นการลับ ต่อให้ไม่มีการถ่ายรูปก็คงมีวิธีการอื่น ยกตัวอย่างวิธีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ ที่จ.สุพรรณบุรี ที่พบว่าจำนวนบัตรไม่ตรงกันกับการนับครั้งแรก
จึงขอเสนอให้กกต. เปิดหีบจำนวนหนึ่ง อาจจะ 100 - 500 หน่วย ทำแบบเป็นทางลับ ไม่สามารถนำกล้องไปถ่ายขณะที่นับได้ แต่เพื่อดูว่าคะแนนที่ต้องการนั้น ตรงกับคะแนนที่รวบรวมไว้ได้หรือไม่ จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะยืนยันว่าสิ่งที่ทำงานอยู่นั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสและอาจเกิดความผิดพลาดมาจากคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อึ้งเลย! กมธ. จำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด เช็กย้อนได้ รู้เลยใครกาเบอร์อะไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th