“ทรัมป์” ขู่คว่ำบาตรสินค้า “สเปน” หลังสเปนไม่ยอมให้ใช้ฐานทัพในประเทศเป็นที่ตั้งถล่มอิหร่าน
วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวข ขู่ระงับการค้าทั้งหมดของสหรัฐฯ ที่มีกับสเปน หลังประเทศสเปนไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสเปนเป็นที่ตั้งในภารกิจถล่มอิหร่าน โดย ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สเปนแย่มาก” พร้อมได้สั่งให้นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับสเปน ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐจะตัดการค้ากับสเปนอย่างสิ้นเชิง และไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับประเทศนี้อีก โดยการกล่าวดังกล่าวของทรัมป์ มีขึ้นขณะเจ้าตัวเข้าพบกับนายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
ทรัมป์ ยังอ้างถึงการที่สเปนไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ให้ประเทศสมาชิกนาโตเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของจีดีพี พร้อมกล่าวว่า สเปนไม่มีอะไรที่เราต้องใช้เลย
“ธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสเปน ผมมีสิทธิ์หยุดมันได้ รวมถึงการคว่ำบาตร ผมจะทำอะไรกับมันก็ได้ และเราอาจจะทำอย่างนั้นกับสเปน” ทรัมป์กล่าว ทั้งนี้ ถ้อยคำของทรัมป์ ได้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของเขาที่มีต่อคำตัดสินของศาลฎีกาเมื่อเดือนที่แล้วที่ระบุว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในวงกว้างของทรัมป์ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้เคลื่อนย้ายเครื่องบิน 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศออกจากฐานทัพทหารโรตาและโมรอนทางตอนใต้ของสเปน หลังรัฐบาลสเปนยืนยันว่า ไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพดังกล่าวโจมตีอิหร่าน
ด้านนายกรัฐมนตรีเยอรมนีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังหารือกับทรัมป์ว่า ได้บอกทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่าสเปนไม่สามารถถูกแยกออกจากข้อตกลงการค้าที่สหภาพยุโรป (อียู) และวอชิงตันทำไว้เมื่อปีก่อนได้ พร้อมย้ำว่าสเปนเป็นสมาชิกอียู และการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ต้องทำร่วมกันทั้งกลุ่มเท่านั้น ไม่มีทางที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติกับสเปนไม่ดีเป็นกรณีพิเศษได้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทรัมป์ยังได้สอบถามความเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ และนายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เกี่ยวกับการตัดการค้ากับสเปน โดยนายเกรียร์ กล่าวว่า สามารถใช้มาตรการดังกล่าวหรือพิจารณาในเรื่องนี้ได้ หากเห็นว่ามีความจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจ
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ศาลฎีกายืนยันอำนาจของประธานาธิบดีในการใช้มาตรการห้ามการค้าภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐและกระทรวงพาณิชย์จะเริ่มตรวจสอบแนวทางลงโทษสเปนภายใต้กฎหมายการค้าอื่น ๆ
ด้านเจนนิเฟอร์ ฮิลล์แมน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายการค้าแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า ศาลสูงสุดสหรัฐไม่ได้พิจารณาถึงความสามารถของประธานาธิบดีในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าภายใต้ IEEPA หากทรัมป์จะทำเช่นนั้นได้จะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ โดยอ้างว่าสเปนเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ แต่ก็ยากที่จะอธิบายได้ว่าเป็นเช่นนั้นจากเหตุผลเพียงแค่สเปนไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อโจมตีอิหร่าน
ส่วนรัฐบาลสเปนได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า สหรัฐฯ ควรคำนึงถึงความเป็นอิสระของภาคเอกชน กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับอียู พร้อมย้ำว่าสเปนมีทรัพยากรเพียงพอในการรองรับผลกระทบจากการคว่ำบาตรทางการค้าและช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่จะยังคงผลักดันการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรต่อไป