โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ เตือนคลื่นระลอกใหญ่ สงครามบดขยี้ อิหร่าน กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (วันที่ 3 มีนาคม 2569) นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ CNN เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลัง บดขยี้ อิหร่านอย่างหนัก แต่เตือนว่า 'คลื่นระลอกใหญ่' ที่แท้จริงนั้นยังมาไม่ถึง และจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

"ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย มันทรงพลังมาก เรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและเรากำลังใช้งานมันอยู่"

เมื่อถามว่าสงครามจะยืดเยื้อเพียงใด ประธานาธิบดีตอบว่า "ผมไม่อยากเห็นมันลากยาวเกินไป ผมเคยคิดไว้เสมอว่ามันจะใช้เวลา 4 สัปดาห์ และตอนนี้เราทำได้เร็วกว่ากำหนดการเล็กน้อย"

"เรายังไม่ได้เริ่มถล่มพวกเขาแบบหนักหน่วงเลยด้วยซ้ำ ระลอกใหญ่ยังไม่เกิดขึ้น ของจริงกำลังจะมาเร็วๆ นี้" ทรัมป์ กล่าว

ทรัมป์

ทรัมป์ ยังระบุว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด คือ การที่อิหร่านหันไปโจมตีกลุ่มประเทศอาหรับในภูมิภาค ได้แก่ บาห์เรน จอร์แดน คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เราตกใจมาก

เราบอกพวกเขา (กลุ่มประเทศอาหรับ) ว่า เราจัดการเองได้ แต่ตอนนี้พวกเขากลับต้องการเข้าร่วมรบ และกำลังสู้อย่างดุเดือด เดิมทีพวกเขาแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้กลับยืนกรานที่จะต้องมีส่วนร่วมด้วย

ภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นปัญหาหลักของภูมิภาคมานาน "คุณต้องเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ภายใต้เมฆดำนั้นมาหลายปี นั่นคือเหตุผลที่คุณไม่เคยมีสันติภาพได้เลย"

อิหร่านสูญเสีย บุคลากรระดับสูงไปจำนวนมาก จากการโจมตีระลอกแรก 49 คน มันเป็นการโจมตีที่น่าทึ่งมาก พวกเขาประมาทไปหน่อยที่มาประชุมรวมกันในที่เดียว พวกเขานึกว่าเราตรวจจับไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วตรวจจับได้

ทรัมป์ กล่าวต่อว่า ทีมงานของเขาพยายามเจรจากับอิหร่านแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เพราะทุกครั้งที่มีข้อเสนอใหม่ อิหร่านจะขอยกเลิกข้อเสนอที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการไม่ยอมยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

การใช้กำลังทหารครั้งนี้คือทางออก ในการจัดการอิหร่าน เราไม่ต้องกังวลเรื่องข้อตกลงอีกต่อไป

อีกทั้งล่าสุดทรัมป์ ยังยืนยันว่า อาวุธของสหรัฐฯ นั้นมีปริมาณไม่จำกัด หลังสื่อดังอย่าง Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังเร่งแข่งกับเวลาเพื่อทำลายคลังขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ก่อนที่ขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ จะหมดลง

ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า "ตามที่ผมได้รับรายงานในวันนี้ เรามีอาวุธเหล่านี้ในจำนวนที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด สงครามสามารถดำเนินไปได้ตลอดกาล และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ โดยใช้เพียงอาวุธในคลังที่เรามีอยู่นี้"

คำพูดดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมจะเดินหน้าความขัดแย้งกับอิหร่านอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งสวนทางกับนโยบายที่เขาเคยใช้รณรงค์หาเสียง ว่าจะไม่พาอเมริกาเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้ออีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับว่า สำหรับ ‘อาวุธระดับสูง’ สหรัฐฯ มีสำรองไว้อย่างดี แต่ยังไม่ถึงจุดที่ต้องการให้เป็น เขายังระบุว่า ยังมีอาวุธเกรดสูงอีกจำนวนมากที่ถูกเก็บสำรองไว้ให้ในประเทศรอบนอก เพื่อเป็นการยืนยันความพร้อมในเชิงยุทธศาสตร์

ทรัมป์ปิดท้ายโพสต์ของเขาด้วยความมั่นใจว่า "สหรัฐอเมริกามีอาวุธเพียบพร้อม และพร้อมที่จะคว้าชัยชนะครั้งใหญ่”

ขณะที่กองทัพอิสราเอล (IDF) ออกคำสั่งอพยพครั้งใหม่ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบแห่งทั่วเลบานอน รวมถึงการประกาศเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนในย่านที่พักอาศัย 2 แห่งทางตอนใต้ของกรุงเบรุต อยู่ห่างจากอาคารหลายแห่ง ก่อนที่กองทัพจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารในเร็ว ๆ นี้

อาวีคาย อะดราอี โฆษกภาคภาษาอาหรับของกองทัพอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ระบุว่า "ประกาศเตือนด่วนถึงชาวเลบานอน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตามรายชื่อที่ปรากฏ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ท่านต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยในทันที" โดยในแถลงการณ์ฉบับนี้มีการระบุรายชื่อสถานที่ต่าง ๆ ถึง 50 แห่ง

นอกจากนี้ ในคำเตือนอีกฉบับที่ส่งถึงผู้อยู่อาศัยในย่านโกเบรี (Ghobeiry) และ ฮาเร็ต ฮเรก (Haret Hreik) ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต โฆษก IDF ระบุว่า "พวกท่านพำนักอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งผลประโยชน์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งกองทัพอิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีในอนาคตอันใกล้นี้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...