โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงให้ลูกเป็นตัวเอง: เทคนิคการเลี้ยงลูกที่สอนให้ลูกใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 03.03 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ย่อมรู้สึกว่าการทำทุกอย่างเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูกเป็นหน้าที่ที่สำคัญของพ่อแม่ ตั้งแต่การเลือกโรงเรียน เลือกกิจกรรม และ วางเส้นทางชีวิตไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ แต่ในความตั้งใจดีนั้น หากคุณพ่อคุณแม่พยายามควบคุมและเลือกทุกอย่างแทนลูกมากเกินไป อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่ได้มีชีวิตในแบบของตัวเอง ต้องคอยทำตามที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวังซึ่งตรงข้ามกับแนวคิด Autonomy-Supportive Parenting ที่หมายถึงวิธีการ เลี้ยงให้ลูกเป็นตัวเอง เติบโตเป็นคนที่รู้จักและเข้าใจความต้องการของตัวเอง และรู้สึกมีอำนาจตัดสินใจในชีวิตของตัวเองได้ ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งหรือถูกควบคุมโดยคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาแนวทางการเลี้ยงลูกที่ส่งเสริมให้ลูกมีอิสระในการตัดสินใจ ไม่ได้หมายถึงการปล่อยปละหรือตามใจลูกทุกอย่าง แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้คิด ตัดสินใจ ลองผิดลองถูก และค่อยๆ เรียนรู้จากผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเลือก เมื่อคุณพ่อคุณแม่ เลี้ยงให้ลูกเป็นตัวเอง ลูกก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นได้ในแบบของตัวเอง1. ความพึงพอใจในชีวิตสูงขึ้น

เด็กที่เติบโตในบรรยากาศที่ได้เป็นตัวเอง จะพัฒนาแรงจูงใจจากภายในมากกว่าเด็กที่ถูกสั่ง ถูกเร่ง หรือถูกควบคุมตลอดเวลา เด็กๆ จะกล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เพราะอยากทำจริงๆ ไม่ใช่เพราะกลัวโดนดุ กลัวโดนลงโทษ หรือกลัวทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง ความรู้สึกว่า ‘ฉันได้เลือกเอง’ ทำให้เด็กเชื่อมโยงความพยายามของตัวเองกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และค่อยๆ สร้างความภูมิใจในตัวเองจากข้างในบทความจาก The Everymom อธิบายว่า เด็กกลุ่มนี้มักมีความพึงพอใจในชีวิตโดยรวมสูงขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และมีทัศนคติที่ดีกับการเรียนรู้ เพราะเขารู้สึกว่าความพยายามของตัวเองมีความหมาย ไม่ใช่แค่ทำตามบทที่ผู้ใหญ่เขียนไว้ให้2. สุขภาพจิตดี ความตึงเครียดในบ้านลดลง

งานวิจัยพบว่า การเลี้ยงแบบสนับสนุนให้ลูกเป็นตัวเอง มีความเชื่อมโยงกับระดับความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าที่ต่ำกว่า เด็กจะมีความสามารถในการจัดการอารมณ์ดีขึ้น เพราะเขาได้ฝึกตัดสินใจเอง ฝึกเผชิญผลลัพธ์เอง และเรียนรู้ว่าความผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนอกจากนี้ ยังช่วยลดความตึงเครียดในบ้านได้จริง เพราะความขัดแย้งระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกจะลดลง เมื่อเราไม่ต้องควบคุมทุกอย่าง ลูกก็จะไม่ต่อต้าน3. ปล่อยให้ลูกเติบโต โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลใกล้ๆ

บทความ The Everymom ชี้ว่า ผู้ใหญ่จำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากกับการเห็นลูกพลาด แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น ลืมทำการบ้าน เลือกรองเท้าไม่เหมาะกับอากาศ หรือเลือกกิจกรรมแล้วไม่ชอบในภายหลัง แต่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่อันตรายเหล่านี้คือห้องเรียนชีวิตที่สำคัญที่สุดของลูกดังน้น คุณพ่อคุณแม่ควรแยกแยะขอบเขตให้ชัดว่า เรื่องไหนควรปล่อยให้ลูกเลือกเอง และเรื่องไหนที่ผู้ใหญ่ยังต้องเป็นคนกำหนด เช่น เรื่องความปลอดภัย สุขภาพ การนอน การกิน หรือค่านิยมหลักของครอบครัว ถ้าปล่อยกว้างเกินไป ลูกอาจรู้สึกว่าไม่มีกรอบ ไม่มีหลัก ไม่มีความมั่นคง4. เริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

การเลี้ยงลูกให้เป็นตัวเอง สามารถเริ่มได้จากพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ให้ลูกเลือกเสื้อผ้าเอง เลือกของว่างเอง เลือกลำดับกิจกรรมในช่วงเย็น หรือเลือกวิธีทำการบ้านเอง ทางเลือกเล็กๆ เหล่านี้ช่วยให้ลูกรู้สึกว่า การเลือกของเขามีผลต่อชีวิต ซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจในความสามารถของตัวเองได้นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่อธิบายเหตุผลของกฎและขอบเขต เด็กๆ ควรรู้ว่าทำไมต้องมีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่แค่เพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเชื่อฟังหรือทำตามทุกอย่าง เช่น แทนที่จะออกคำสั่งให้ลูกเล่นโทรศัพท์ได้แล้ว ลองเปลี่ยนเป็นพูดว่า “แม่เป็นห่วงว่าลูกมองหน้าจอโทรศัพท์นานๆ แล้วแล้วตาจะล้า” การอธิบายเหตุผลช่วยให้ลูกรู้สึกว่า กฎมีไว้ดูแล ไม่ใช่มีไว้ควบคุมชีวิตเพียงอย่างเดียวอ่านบทความ Neurodiversity-Affirming Parenting แนวทางการเลี้ยงลูกที่ยอมรับความหลากหลายทางสมองอ้างอิงtheeverymomparents

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...