โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออริจิ้น เผยยอดขายปี 68 แตะ 2.45 หมื่นล้าน เตรียมรับรู้รายได้โอนคอนโดมิเนียม 9 โครงการในปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 10.07 น.

ออริจิ้น กางตัวเลข Presales กลุ่มคอนโดฯ ครองสัดส่วน 81% พร้อมตุน Backlog รอโอนเฉลี่ยสูงถึง 70% ของมูลค่าโครงการ ปรับกลยุทธ์ "Resilience Leads To Sustainable Growth" รับมือ Reject Rate และภาวะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง เดินหน้าโครงสร้าง Holding Company กระจายพอร์ตโฟลิโอ 5 กลุ่มธุรกิจ สร้างสมดุลรายได้ขายขาดและรายได้ประจำ

19 มกราคม 2569 – บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI สรุปผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างยอดขาย (Presales) รวมทั้งสิ้น 24,528 ล้านบาท แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญปัจจัยกดดันรอบด้าน พร้อมส่งสัญญาณเชิงบวกในปี 2569 เตรียมส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จำนวน 9 โครงการ ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รองรับแล้วกว่า 70% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORI ระบุว่า ยอดขายในปีที่ผ่านมาแบ่งเป็นกลุ่มคอนโดมิเนียมภายใต้ ORIGIN VERTICAL จำนวน 19,914 ล้านบาท (สัดส่วน 81%) และโครงการบ้านแนวราบภายใต้แบรนด์บริทาเนีย (BRI) จำนวน 4,615 ล้านบาท (สัดส่วน 19%) โดยมีสัดส่วนยอดขายจากโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move) สูงถึง 14,483 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

การปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อชะลอตัว

ในปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับภาวะหนี้ครัวเรือนที่กดดันการตัดสินใจซื้อ ORI จึงปรับนโยบายการเปิดตัวโครงการใหม่ด้วยความระมัดระวังและเน้นความยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดจริง

"ปี 2568 ถือเป็นปีที่ภาพรวมตลาดอสังหาฯ อยู่ในสภาวะกดดัน… ออริจิ้น มีการปรับตัวและมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และกลุ่มธุรกิจ Recurring Income เพื่อสร้างความสมดุลในระยะยาว" — นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORI

จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 4 โครงการ (5,000 ล้านบาท) และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ (4,600 ล้านบาท) โดยเน้นทำเลที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนและแหล่งท่องเที่ยวหลักเป็นสำคัญ

เจาะลึกพอร์ตโฟลิโอและโครงการแฟล็กชิปปี 2569

ในส่วนของคอนโดมิเนียม ORI ได้รุกตลาดผ่านโครงการ SO ORIGIN SUKHUMVIT 105 มูลค่า 2,600 ล้านบาท และการขยายฐานสู่ตลาดต่างจังหวัดผ่านโครงการ Origin Residences Phuket Bangtao ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมกะโปรเจกต์ในภูเก็ต มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดจองออนไลน์ (Online Booking) แล้วกว่า 600 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มแนวราบ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘CRAFT a life you love’ ผ่านโครงการแกรนด์ บริทาเนีย และบริทาเนีย ในทำเลกรุงเทพกรีฑา-สุวรรณภูมิ, สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ รวมถึงทำเลในนิคมอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ยวอย่างระยองและบางแสน เพื่อดึงดูดกลุ่มกำลังซื้อที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยและการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน

โครงสร้าง Holding Company และทิศทางสร้างรายได้ต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ORI ดำเนินธุรกิจในฐานะ Holding Company โดยแบ่งการลงทุนออกเป็น 5 สายงานหลัก เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความเสถียรทางการเงิน:

  • ORIGIN VERTICAL: พัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อขาย
    • BRITANIA (BRI): พัฒนาบ้านจัดสรรแนวราบ
    • PRIMO (PRI): ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร
    • ORIGIN HOTEL: ธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และการบริการ (Recurring Income)
    • ALPHA: ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า

"การเปิดตัวโครงการใหม่มีความยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ตามกลยุทธ์ Resilience Leads To Sustainable Growth เพื่อสร้างความสมดุลทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" — นายพีระพงศ์ กล่าวเสริม

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...