เซฟโซนมหาเศรษฐี แห่ลี้ภัยไปอยู่ "เมืองนี้" หนีวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
มหาเศรษฐีแห่ลี้ภัยจากดูไบไปอยู่ "ริยาด" หนีสงครามสู้รบตะวันออกกลางที่กำลังวิกฤต
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการอพยพของกลุ่มมหาเศรษฐี ผู้บริหารระดับสูง และชาวต่างชาติที่ตกค้างอยู่ในเมืองต่างๆ แถบอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่เส้นทางการบินยังคงเปิดทำการตามปกติ
นายอามีร์ นาราน (Ameerh Naran) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Vimana Private บริษัทนายหน้าเช่าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัว เปิดเผยกับสำนักข่าว SEMAFOR ของสหรัฐอเมริกาว่า ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียคือทางเลือกเดียวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากภูมิภาคแถบอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาเช่าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัวจากริยาดไปยังยุโรปพุ่งสูงถึง 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12.6 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ทำไมมหาเศรษฐีต้องทิ้ง "ดูไบ" มุ่งหน้าสู่ "ริยาด"?
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อมีการยกระดับปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค ส่งผลให้ทางการเตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง น่านฟ้าเกือบทั้งหมดถูกสั่งปิด และเมืองดูไบที่เคยเป็นสวรรค์ของเหล่านักลงทุนก็ถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางความเสี่ยง จนมีรายงานความสูญเสียเกิดขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอพยพพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ริยาด
รายงานจากสำนักข่าว Semafor และ Daily Mail ระบุว่า ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด กลายเป็นประตูบานสุดท้ายที่ยังเปิดอยู่
- การอพยพทางบกผ่านทะเลทราย: กลุ่มมหาเศรษฐีและลูกค้า VIP แห่จองรถ SUV เพื่อเดินทางผ่านถนนกลางทะเลทรายจากดูไบไปยังริยาด ซึ่งใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง เพื่อเลี่ยงน่านฟ้าที่ถูกปิด
- เส้นทางลี้ภัยอื่นถูกตัดขาด: ก่อนหน้านี้มีการพิจารณาใช้ประเทศโอมานเป็นจุดอพยพ แต่เนื่องจากการโจมตีในแถบชายฝั่งทำให้เส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงเกินไป
- นโยบายวีซ่าเอื้ออำนวย: นโยบายการเปิดประเทศล่าสุดของซาอุดีอาระเบียที่อนุญาตให้ขอ Visa on Arrival ได้ทันที กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การลี้ภัยทำได้รวดเร็วทันท่วงที
จุดยืนทางการเมือง: เกราะคุ้มกันน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย
ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของกรุงริยาด ส่วนหนึ่งมาจากท่าทีเชิงรุกของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย โดย สื่อต่างประเทศอย่าง Daily Mail วิเคราะห์ว่าพระองค์ทรงประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ดินแดนหรือน่านฟ้าของราชอาณาจักรถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการดึงประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง
แม้ว่าเมืองอื่นๆ ในแถบอ่าวเปอร์เซียจะเผชิญกับภัยคุกคามทางอากาศ แต่การใช้ชีวิตในกรุงริยาดยังคงดำเนินไปตามปกติเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีมาตรการเฝ้าระวัง เช่น การให้พนักงานบางส่วนทำงานจากที่บ้าน (WFH) หรือโรงเรียนปรับเป็นระบบออนไลน์ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ ริยาดยังคงมีความมั่นคงสูงที่สุดในภูมิภาค
ภาพลักษณ์ของริยาดในวันนี้จึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเมืองที่เคยถูกมองว่ามีความเสี่ยงในอดีต สู่การเป็น "เซฟโซน" และทางรอดสุดท้ายของกลุ่มทุนระดับโลกในยามที่สงครามตะวันออกกลางขยายวงกว้าง