แสงสีคาร์นิวัลสะท้อนวิกฤต เทศกาลยักษ์ของบราซิล ดัน “ไมโครพลาสติก” พุ่ง
“ริโอเดจาเนโร” เมืองเจ้าภาพคาร์นิวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ต้องเผชิญอีกด้านหนึ่งของความระยิบระยับ เมื่อ “กลิตเตอร์” ที่ใช้ประดับร่างกายในเทศกาล กลายเป็นแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกจำนวนมากบนชายหาด ขณะที่ร่างกฎหมายห้ามจำหน่ายและใช้กลิตเตอร์พลาสติกและโลหะในบราซิลยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2563
ในช่วงคาร์นิวัลที่เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชายหาดฟลาเมงโกในนครริโอเดจาเนโรเต็มไปด้วยผู้ร่วมงานนับล้านคนตามงานปาร์ตี้ริมถนน พบกลิตเตอร์ที่ถูกใช้แต่งหน้า ทาตัว และประดับเครื่องแต่งกายมากมาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานรื่นเริง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเกี่ยวกับมลพิษไมโครพลาสติกที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วพบว่า ระดับการปนเปื้อนบนชายหาดแห่งหนึ่งในริโอเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงคาร์นิวัล โดยกลิตเตอร์เป็นสาเหตุหลัก
ทีมนักวิจัยจาก Federal University of the State of Rio de Janeiro เก็บตัวอย่างทรายที่ชายหาดฟลาเมงโกก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาล รวมทั้งเก็บตัวอย่างควบคุมอีกครั้งในอีก 8 เดือนต่อมา เพื่อเปรียบเทียบความเข้มข้นของไมโครพลาสติก
ศาสตราจารย์ทาเทียนา กาบรินี ด้านนิเวศวิทยาและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัย ระบุว่า ระหว่างคาร์นิวัล ความเข้มข้นของไมโครพลาสติก “สูงกว่าช่วงก่อนและหลังอย่างมหาศาล” ขณะที่กาเบรียลา โซเดร นักศึกษาและผู้เขียนหลักของงานวิจัย กล่าวว่า สามารถมองเห็นกลิตเตอร์ในตัวอย่างทรายได้อย่างชัดเจน บางตัวอย่างดูคล้าย “กลุ่มดาว”
กลิตเตอร์ส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกชนิดพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) เคลือบอะลูมิเนียม จัดเป็นไมโครพลาสติกปฐมภูมิ ซึ่งถูกผลิตให้มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรตั้งแต่ต้น อีกทั้งแรงเสียดสีจากการกอด การเต้น และเหงื่อ ยังทำให้อนุภาคหลุดร่วงลงสู่พื้นทรายมากขึ้น นอกจากนี้ เส้นใยจากเครื่องแต่งกายและวิกผมยังเป็นอีกแหล่งหนึ่งของการปนเปื้อน
นักวิจัยเตือนว่า ไมโครพลาสติกบนชายหาดสามารถถูกพัดพาโดยลมและกระแสน้ำลงสู่ทะเล ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเล และเคลื่อนผ่านห่วงโซ่อาหาร ตัวอย่างเช่น สัตว์หน้าดินอาจกรองเส้นใยพลาสติกเข้าไป ปลาเล็กกินสัตว์ดังกล่าว ปลาใหญ่กินปลาเล็ก และท้ายที่สุดมนุษย์อาจบริโภคไมโครพลาสติกโดยไม่รู้ตัว
ที่ผ่านมา มีการตรวจพบไมโครพลาสติกตั้งแต่ยอดเขาเอเวอเรสต์จนถึงจุดลึกที่สุดของมหาสมุทร รวมถึงในร่างกายมนุษย์ แม้งานวิจัยด้านผลกระทบต่อสุขภาพยังมีจำกัด แต่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพระบบสืบพันธุ์ และความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น
ในยุโรป สหภาพยุโรปประกาศห้ามจำหน่ายกลิตเตอร์พลาสติกตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ได้สั่งห้ามไมโครบีดส์ในเครื่องสำอาง อย่างไรก็ตาม ในบราซิล ร่างกฎหมายควบคุมกลิตเตอร์ยังไม่คืบหน้า แม้จะมีแบรนด์กลิตเตอร์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพเพิ่มขึ้น
ฟรานเซส ซันเซา นักออกแบบฉากในริโอ ผู้ก่อตั้งแบรนด์กลิตเตอร์ชีวภาพรายแรก ๆ ของบราซิลเมื่อปี 2560 ระบุว่า คาร์นิวัลเป็นเทศกาลที่สร้างขยะจำนวนมาก และเชื่อว่าจริงๆแล้วเราสามารถเฉลิมฉลองได้อย่างสร้างสรรค์โดยไม่ทิ้งร่องรอยต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก
ข้อมูลจากหน่วยงานจัดการขยะของนครริโอระบุว่า ปีที่ผ่านมา มีการเก็บขยะจากงานปาร์ตี้ริมถนนและขบวนพาเหรดมากกว่า 1,600 ตัน สะท้อนภาระที่เทศกาลขนาดมหึมาต่อสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง
แม้ผู้ร่วมงานจำนวนมากยังมองว่ากลิตเตอร์เป็นองค์ประกอบขาดไม่ได้ของคาร์นิวัล แต่เสียงเรียกร้องให้ใช้ทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ความสุขชั่วคราวควรแลกกับผลกระทบระยะยาวต่อทะเลและสุขภาพของมนุษย์หรือไม่?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ฝนถล่ม “บราซิล” อ่วม น้ำท่วม-ดินถล่ม พบผู้เสียชีวิต 64 ราย
- วิจัยเตือนการสูดดม ไมโครพลาสติก ก่อให้เกิดการอักเสบ-ทำลายปอด
- มลพิษ “แม่น้ำยมุนา” อินเดีย ทำชาวเมืองหลายล้ายคนขาดน้ำ
- "เสื้อกันหนาวมือสอง" ทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน
- นักท่องเที่ยวล้น ธรรมชาติพัง “อเมริกา” เพิ่มค่าเข้าอุทยานฯ ปกป้องแหล่งท่องเที่ยวก่อนสายเกินไป