โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กต. รีแบรนด์ “Thai Festival” ใช้ Nation Branding ปั้นไทยเป็น Middle Power โลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 09.52 น.

เปิดพิมพ์เขียว "Thai Festival 2026" กต. ส่งออก Soft Power มุมใหม่ ตั้งเป้าปักหมุด Landmark ความสร้างสรรค์ ชูแนวคิด “Creative Life and Creative Heartbeat” สร้างเอกภาพผ่านภาพลักษณ์ใหม่ใน 45 เมืองทั่วโลก ปรับโมเดลบริหารสัดส่วน 40:60 เปิดช่องสถานทูตคัด “เมนูสร้างสรรค์” ป้อนตรงกลุ่มเป้าหมายแต่ละภูมิภาค ผนึกกำลังเครือข่ายรัฐ-เอกชน ขนทัพสินค้านวัตกรรมและ Soft Power เปลี่ยนภาพจำจากแหล่งท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์

9 มีนาคม 2569 - กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์การสร้างแบรนด์ประเทศไทย (Nation Branding) ผ่านการปรับโฉมงาน “เทศกาลไทย” (Thai Festival) ทั่วโลกในปี 2569 มุ่งเน้นการสะท้อนตัวตนของประเทศไทยในมุมมองใหม่ที่มากกว่าอาหารและแหล่งท่องเที่ยว

โดยชูศักยภาพด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นวัตกรรม และบทบาทความรับผิดชอบต่อประเด็นสังคมโลก เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และย้ำจุดยืนประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีบทบาทสำคัญระดับกลาง (Middle Power) ในเวทีสากล

นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐฝรั่งเศส (อดีตโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ) เปิดเผยว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องได้รับการสื่อสารอย่างมีเอกภาพ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะภาพจำ “กระจัดกระจาย” โดยภารกิจหลักคือการทำให้เครื่องมือที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 30 ปี อย่าง Thai Festival สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในระดับสากลได้มากกว่าที่เคยเป็นมา

“การดำเนินการยกระดับเรื่องนี้เป็นการบ้านของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องสร้างภาพจำ สร้างโมเดล สร้างแบรนด์ให้ชัด… สิ่งสำคัญคือต้องปรับทิศทางของเครื่องมือนี้ ให้สามารถสั่นกระดิ่ง และสร้างแรงกระเพื่อมออกไปทั่วโลก” - นิกรเดช พลางกูร

สูตร 40:60 พลิกโฉมบริหารจัดการ: ชูเอกภาพส่วนกลาง ผสานอินไซต์ท้องถิ่น

กลยุทธ์ใหม่ในปี 2569 ได้นำผลสำเร็จจากแนวคิด "Creative Pulse" ในปีที่ผ่านมา มาต่อยอดสู่แนวคิด “Creative Life and Creative Heartbeat : ชีวิตและพลังสร้างสรรค์”โดยมีการปรับโครงสร้างเนื้อหาการจัดงานในสัดส่วน 40:60 เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างนโยบายส่วนกลางและบริบทเชิงพื้นที่ ดังนี้:

  • 40% ส่วนกลาง (Strategic Menu) : กำหนดประเด็นหลักที่ต้องการเน้นย้ำในปีนั้นๆ เช่น สิทธิมนุษยชนและการสมรสเท่าเทียม (Marriage Equality), คอนเทนต์ T-Pop และซีรีส์วาย, ไปจนถึงประเด็น Global Issue อย่างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
  • 60% เชิงพื้นที่ (Local Context) : ให้อิสระแก่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในการเลือกนำเสนอเนื้อหาที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความต้องการของคนในท้องถิ่นนั้นๆ เนื่องจากเป็นผู้ที่เข้าใจบริบทของผู้บริโภคดีที่สุด

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), และ ททท. เพื่อสนับสนุนทรัพยากรและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมให้กับสถานทูตทั่วโลก สอดแทรกความโดดเด่นด้านการแพทย์ (Wellness), เทคโนโลยีเพื่อ Digital Nomads และวิศวกรรมพันธุกรรม (Genetic Engineering) เข้าไปในงานเทศกาล

ปักหมุด "Global Calendar": ยุทธศาสตร์ลบภาพจำเดิม สู่พาหนะนำไทยร่วมเขียนกฎระเบียบโลกใหม่

จากผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้ถึง 2 - 2.5 ล้านคน ใน 32 ประเทศ นายนิกรเดชย้ำว่า เป้าหมายระยะยาวของ Thai Festival คือการสร้างผลกระทบใน 3 มิติหลัก:

  • การเป็น Global Calendar: ผลักดันให้เทศกาลไทยกลายเป็นกิจกรรมประจำปีที่คนทั่วโลกตั้งตารอ เช่นเดียวกับความสำเร็จของงานในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • การลบภาพจำด้านเดียว (Reframing Perception): นำเสนอความเป็นประเทศที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กับความเป็นผู้มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สูง (Creative Pulse)
  • การยกระดับสู่ Middle Power: ใช้ Soft Power เป็นพาหนะนำทางให้ประชาคมโลกเห็นศักยภาพของไทยในทุกมิติ

“ชาวต่างชาติที่รู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว จะรู้ว่าประเทศไทยมีทุกสิ่งที่พร้อมจะนำเสนอ… แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักประเทศไทย เราอยากให้ Thai Festival สะท้อนความจริงของประเทศไทย ว่าเรามีมากกว่านวดไทย มวยไทย”

ทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในสมการของการเขียนกฎระเบียบโลกใหม่ ผ่านการพิสูจน์ศักยภาพในงานเทศกาลที่เป็นเครื่องยืนยันตัวตนว่า"ประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้ว" และพร้อมเป็นผู้เล่นสำคัญบนเวทีโลกอย่างเต็มตัว

ข้อมูลสรุปสถิติสำคัญ :

  • เครือข่ายการจัดงาน : 45 เมือง 32 ประเทศทั่วโลก
  • จำนวนผู้เข้าร่วมสะสม : 2,000,000 - 2,500,000 คน
  • เป้าหมายเชิงพื้นที่ : เน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและศูนย์กลางทางวัฒนธรรมระดับโลก
  • อัตลักษณ์แบรนด์ : Mascot และ CI ใหม่ที่สื่อถึงความสร้างสรรค์และการปักหมุด Landmark ใหม่ของไทยในใจต่างชาติ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...